ถ้าจะบวชอย่าทำอย่างนี้เลยนะ

เริ่มโพสต์โดย ลุงซัน, 08 พ.ค. 2007, 17:00 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

เง็ก เจสสิก้า อาม่า

ศีลที่ต้องยึดถือปฎิบัติมันเป็นข้อห้ามที่ทำให้ละทางโลกนะเท่าที่อ่านมาคร่าวๆ ตอนที่รอปริ้นศีลสองร้อยกว่าข้อให้พี่ชาย  :34:

เง็กว่ามันเป็นเหมือนกับการกลับไปสู่สามัญ กินเพื่ออยู่ สวมใส่เพื่อปกปิด รักษาเพื่อให้รอดชีวิต ที่อยู่หลับนอนเพื่อป้องกันแดดฝน 

เมื่ออยู่ได้อย่างสามัญแล้ว  มีเวลาที่แน่นอนแล้ว  ก็สามารถมีเวลาเอาไปคิดไปศึกษา ธรรมะ(ชาติ) หรือวิธีพ้นทุกข์ต่างๆ เพื่อเอามาสอนให้กับฆารวาสที่ไม่มีเวลาไปศึกษาธรรม 





พี่ชายแท้ๆ ของเง็กเค้าเลิกบุหรี่กับเหล้าไปเลยนะ :40:  หลังจากที่ไปบวชเพราะป๊าสั่งมา  :02: 

อนุโมทนาสาธุ   ลุ้นอยู่เนี่ยว่ามันจะกลับไปสูบอีกรึเปล่า  :05:
But there is not enough time,
And there is no, no song I could sing
And there is no, combination of words I could say
But I will still tell you one thing
We're better together.

หมีโหด*

ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

tmd

แหม...เรื่องแค่นี้
ทำเป็นตื่นเต้นกันใหญ่ :22:







:35:




...

จักรี

เพราะตอนเณรธีบวช ก็ไปกดมาใช่มั้ยละ                    สิวนะสิว
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

84NK

ผิดศีลครับ มิใช่กิจของสงฆ์ เอาเป้นว่าอย่าให้คนห่มผ้าเหลืองพวกนี้มาทำให้พวกเราหมดความนับถือในศาสนาเลยนะครับ ศาสนาไม่ใช่คนที่หม่ผ้าเหลืองนะครับ :46:

tmd

 :08:


หมายถึงดีไงที่เรื่องอาบัติถุลลัจจัย ของพระ ? รูปหนึ่ง
ทำให้ญาติโยมกระตู้วู้ได้ขนาดนี้

ทำให้เราทราบว่า "ญาติโยมรู้ว่านี่ไม่ใช่ส่วนใหญ่ของพระทั้งหมด"
เพราะอีแบบนี้เป็นเีรื่อง "ผิดปรกติวิสัยพระที่ดี"
และ "พระในปัจจุบันส่วนใหญ่ไม่เป็นอีแบบนี้"

...

tmd

#51
ถือโอกาสปั่นเลยละกัน

พระให้สีกากด...สิวแบบนี้พิจารณาโทษานุโทษตามพระวินัยได้ 2 กระทง

กระทงแรก ถ้าสีกาจับพระหรือพระจับสีกาแล้ว เพียงเกิดหรือมีอารมณ์....ขึ้นมา
ก็ตองระวางโทษ อาบัติสังฆาทิเสส (รองจากปาราชิก) แต่ยังไม่ขาดจากควายเป็นพระ

กระทงสอง ถ้าสีกาจับพระหรือแม้กระทั่งสีกามาปล้ำพระ แต่พระไม่มีอารมณ์ใคร่ใด ๆ (ซึ่งยากมาก) :42:
ก็อาจผิดได้ทั้งอาบัติถุลลัจจัย (รองสังฆาทิเสส) หรืออาบัติทุกกฎ (ในกรณีจับมารดาหรือบุพพการีของตน)

ทั้งสองกรณีแพะท่านนี้ยังไม่ขาดจากควายเป็นพระทั้งสิ้น

เพราะฉะนั้น.....

:27:




พูดถึงเรื่องอาบัติ ทำให้นึกถึงพระรูปหนึ่ง..แถวภาคเหนือ

พระรูปนี้ตั้งสำนักอยู่คนเดียว เป็นที่นับถือของชาวบ้าน
ท่านฉันข้าวตอนเย็น ๆ ทุกวัน
แถมไม่โกนผมอีกต่างหาก...

มีคนเคยเข้าไปถามท่านว่า "เหตุใดท่านจึ่งกระทำเยี่ยงนี้"
ท่านวิสัชชนาด้วยอารมณ์อันเยือกเย็นตามวิสัยอริยชน ว่า

"ก็ไม่มีใครมาปรับอาบัติกูนี่!"

แหมน่าแตะกบาลพระอรหันต์องค์นี้จริง  :30:
...

จักรี

มองข้าม พฤติกรรมของพระรูปนี้ ซึ่งจะผิดมากผิดน้อย ถ้าหลีกเลี่ยงได้ ควรจะหลีกเลี่ยง ครับ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจทั้งนี้และทั้งนั้น ขึ้นอยุ่กับเจตนา แต่....ถึงแม้เจตนาจะบริษุทธิ์ แต่ถ้าการกระทำโลกมองว่าจะเป้นส่วนหนึ่งที่จะทำให้พุทธศาสนาดูย่ำแย่สำหรับ ชาวพุทธที่ยังไม่เข้าใจดี ก็ถือว่าไม่เหมาะสม และควรหยิบยกขึ้นมาติเตือนเพื่อไม่ให้เป้นการส่งเสริมพฤติกรรมเหล่านนี้ ด้วยการนิ่งเฉย  ซึ่งนั่น ก็ถูกต้องแล้วครับ...........
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

tmd

#53
ดีครับ ชาวพุทธเราตื่นตัวตกใจกันแบบนี้
จะได้มีพระสงฆ์ดี ๆ ให้เรากราบไหว้ต่อไปนาน ๆ

การนิ่งเฉย... กับเรื่องแบบนี้..
ก็รู้ ๆ กันอยู่ครับ
ว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรกับพระศาสนาเลย...

:22:
...

ต้องการ

ไม่น่าปฏิบัติเยี่ยงนี้เลยครับ แค่นี้ก็ถือว่า "โลกะวัชชะ" โลกตำหนิติเตียนแล้ว เฮ้อ...เมื่อไหร่จะมีมาตรฐานหรือกฏหมายอะไรซักอย่างมาคัดกรองคนก่อนบวชหรือจัดการกับพวกนี้ซะที อยากให้มีการนำกฏหมายมาใช้กับพวกมนุษย์ที่ใช้ผ้าเหลืองบังหน้าแต่ปฏิบัติตัวเลว ลำพังแค่มีใบสุทธิรับรองในระหว่างที่เป็นพระบางทีมันไม่สามารถบ่งบอกถึงโฉมหน้าตัวตนที่แท้จริงของคน ๆนั้นได้ น่าจะนำกฏหมายมาใช้จัดการด้วยหากทำผิดและถูกจับสึกออกมาแล้วต้องนำมาดำเนินคดีด้วย   

นี่ยังเล็กน้อยตอนผมบวชนี่โห...ตกใจมาก ๆนึกไม่ถึงว่าสังคมของพระจะเป็นได้ถึงเพียงนี้

แต่สุดท้ายหลังจากศึกษาธรรมะและพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วผมจึงได้เข้าใจว่า ศาสนาพุทธจริง ๆแล้วคือหลักคำสอนต่าง ๆของพระพุทธองค์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หาได้อยู่ที่ตัวของสาวกของพระพุทธองค์ไม่ สมดังที่ท่านพระพุทธองค์เคยกล่าวเอาไว้ว่า " ผู้ใดมองเห็นธรรม ผู้นั้นมองเห็นเรา " ยังไงขอให้ยึดถือเอาหลักคำสอนของพระพุทธองค์เอาไว้ในใจกันนะครับ

สิ่งที่เราเห็นสาวกของท่านกระทำในสิ่งต่าง ๆแล้วเราชื่นชม ศรัทธา โกรธแค้น โมโห หรือไม่พอใจนั้น แท้จริงแล้วเรากำลังยึดติด และนำพาเราไปสู่ความลุ่มหลง เมื่อลุ่มหลงแล้วก็จะนำพาเราไปสู่อารมณ์ต่าง ๆ  ศรัทธา เสียใจ มัวเมา โกรธ ฯลฯ อารมณ์เหล่านี้ไม่มีที่สิ้นสุดและผันแปรไปตามกาลเวลา เมื่ออารมณ์เกิดขึ้นภายในจิตใจแล้วก็จะเกิดกิเลสต่าง ๆขึ้นมาครอบงำ เมื่อเกิดกิเลสก็จะเกิดทุกข์ขึ้นมา  แล้วเราก็จะเข้าสู่วัฏจักรการจองเวรทางกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมในรูปแบบต่าง ๆตามที่ใจเราปรุงแต่งขึ้นมาเป็นบาปและกรรมสืบต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด เลิกยึดติดในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงบอกว่าตั้งอยู่บนความเสื่อมอยู่ทุกขณะจิต แล้วหันมาศึกษาพระธรรมคำสอนซึ่งเป็นหัวใจหลักของศาสนาพุทธกันดีกว่าครับ

ยุนเอ



หันมาพึ่งจตุคามดีกว่าครับ ไม่มีโทษ  :42:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

รวยด้วยครับ
แค่พึ่งใบจองก็รวย(ฉิบหาย)แล้ว

แอ๊ะ

+ ต้องการครับ

เป็นความคิดเห็นที่โดนใจครับ

อ้างอิง
...
แต่สุดท้ายหลังจากศึกษาธรรมะและพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วผมจึงได้เข้าใจว่า ศาสนาพุทธจริง ๆแล้วคือหลักคำสอนต่าง ๆของพระพุทธองค์ทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ หาได้อยู่ที่ตัวของสาวกของพระพุทธองค์ไม่ สมดังที่ท่านพระพุทธองค์เคยกล่าวเอาไว้ว่า " ผู้ใดมองเห็นธรรม ผู้นั้นมองเห็นเรา " ยังไงขอให้ยึดถือเอาหลักคำสอนของพระพุทธองค์เอาไว้ในใจกันนะครับ
...

เรามักตื่นเต้นจนลืมไปว่าจริง ๆ สิ่งนั้นคืออะไร อย่าติเตียนคนอื่นเลยครับ หันมาศึกษาและติเตียนตัวเองดีกว่า  :46:
[ว่างให้เช่า]

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

Ah!

        AH_LuGDeK, AH_LuGDeK_R

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines