จตุคาม

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 10 เม.ย. 2007, 00:51 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

D869

เอากันเข้าไป :30:
"รักอดทนนาน กระทำคุณให้ รักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง... "
                                                            - โครินทร์1 13:7

น้องสุกน้องใส

เมื่อไหร่จะออกเล่มใหม่   :25: :25: :25:
อันโตนิโอกะเมโระ ~~

tmd

...

ยุนเอ




มาแล้วครับผม  :25:

อยากให้อ่านบทวิเคราะห์ของ ค ฅนจังเลย  :25:



เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: tmd เมื่อ 07 พ.ค. 2007, 22:49 น.
ต้นกำเนิดจตุคาม





:30: ขอญาตเอาเหวินซิ่วไปปล่อยที่นั่นเลยครับ

iSharp

 :30: :30: :30:

http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=5586

เข้าใจว่าละโว้แน่ๆ แต่ไปเจอใน pixpros
รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

นักศิลปะ

จตุคาม คลุกฝุ่น
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

iannnnn

http://www.poakpong.com/?display=blog&id=911


อ้างอิงในเรื่องนี้เห็นจะโทษใครไม่ได้ คนที่คิด จตุคามรามเทพ ขึ้นมาคงเป็นคนอนาถาทางการศึกษา

ประโยคหนึ่งจากฝรั่งมองไทย / ไมเคิล ไรท / มติชนสุดสัปดาห์ 4-10 พ.ค.50

tmd

...

น้องสุกน้องใส

โอ๊ยโหย แรงได้ใจมาก 
อันโตนิโอกะเมโระ ~~

ต้น


นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: ไอ้แอนนนนน เมื่อ 09 พ.ค. 2007, 03:53 น.
http://www.poakpong.com/?display=blog&id=911


ประโยคหนึ่งจากฝรั่งมองไทย / ไมเคิล ไรท / มติชนสุดสัปดาห์ 4-10 พ.ค.50

และไม่เคิล ไรท์ ก็ทำมาหารับประ(แดก)ทาน กะ จตุคามได้ไปอีกหลายยก

:43:

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ยุนเอ

http://www.onopen.com/2007/02/1698
มาหมกมุ่นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมกันเถอะ

ยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกก แต่อยากให้อ่านกันนะ

อ้างอิงหากตั้งต้นว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ—ในความหมายว่าคนไทยส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนาตามประเพณี วัฒนธรรม และการปฏิบัติแบบ "สะดวกสบาย" และไม่ใช่แบบ "พุทธปรัชญา"—ความเป็นพุทธในเมืองไทย (ซึ่งมีจารีตที่แตกต่างหลากหลายมาก ไม่ได้เป็นพุทธที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียว) ก็มีลักษณะน่าสนและฉงนใจหลายประการ

ถ้าจะกล่าวถึงเพียงประเด็นเดียว ข้าพเจ้าคิดว่าพุทธแบบไทยคือพุทธที่ไม่ค่อยมีสิ่งที่นักปรัชญาตะวันตกร่วมสมัยเรียกข้างต้นว่า "responsibility to others" ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นมิติสำคัญในพุทธจริยศาสตร์ ลักษณะเช่นนี้จะเกี่ยวกับการเป็น "เถรวาท"—นิยามกว้างๆ คือมุ่งเน้นความหลุดพ้นเฉพาะตน—หรือไม่เพียงใดนั้น ก็จนปัญญาจะวินิจฉัย

เท่าที่เห็นและเป็นอยู่ พุทธแบบที่แพร่หลายในเมืองไทยคือพุทธเพื่อตัวเอง (self-interest) และไม่รับผิดชอบหรือเอื้ออาทรต่อผู้อื่น (irresponsible/careless to others)

ไม่ใช่เพราะสำนึกว่าเป็นการกระทำผิดต่อผู้อื่น แต่คนไทยมักไม่ทำชั่วเพราะกลัวตัวเองบาป กลัวตัวเองไปเกิดเป็นเปรต กลัวตัวเองตกนรก (ถ้าไม่มีโทษทัณฑ์ ก็ไม่มีอะไรให้กลัว การไม่ทำชั่วก็เพื่อตัวเอง), เป็นคนดีไม่ใช่เพราะปรารถนาจะทำดีต่อผู้อื่น แต่เพื่อให้คนอื่นกราบไหว้บูชายกย่องสรรเสริญว่าตัวเองเป็นคนดี, ใช้มาตรฐานของ "ศีล" อย่างเคร่งครัดทว่าชั่วครั้งชั่วคราวตามสถานการณ์เพียงเพื่อตอกย้ำยืนยันความมีศีลธรรมของผู้ใช้อย่างปราศจากความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น,

ทำบุญทำทานเพื่อหวังกุศลผลบุญให้ตัวเองในชาตินี้หรือไม่ก็ชาติหน้า, เรี่ยไรเงินทองสร้างถาวรวัตถุใหญ่โตในวัดเพื่อชื่อเสียงและความมั่งคั่ง อยากโอ้อวดและแข่งขันกับวัดอื่นๆ, ชอบสร้างเสกสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อสนองกิเลสตัณหาส่วนตัว อวดบารมี หรือเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์ แต่ไม่ชอบสร้างสิ่งที่จะเป็นสาธารณะประโยชน์แก่สังคม, ไม่สนใจจะสนทนาธรรมหรือกระทั่งหยามเหยียดพุทธศาสนานิกายอื่นๆ ด้วยทระนงว่า "เถรวาท" ของตัวเองประเสริฐและบริสุทธิ์ที่สุด, นิยมการแผดเสียงดังโหวกเหวกหนวกหูจากเครื่องขยายเสียงเพื่อประโยชน์ของวัดหรือกลุ่มจัดงานแนว "พุทธๆ" โดยไม่ยี่หระต่อมลพิษทางเสียงที่รบกวนชุมชนรอบๆ,

แจกบุญ สะกดจิต และสะเดาะเคราะห์เฉพาะสาวกที่บริจาคทรัพย์, ชอบทุ่มเงินสร้างโบสถ์ สร้างเจดีย์ สร้างองค์พระประธาน แต่ไม่ยอมเจียดเงินบำรุงรักษาห้องน้ำ ต้นไม้ และอาณาบริเวณภายในวัด, ชอบแสดงความเป็นผู้ใจบุญสุนทานรักษาศีล แต่ปัดความรับผิดชอบ เช่น ห้ามทำแท้งแต่ไม่คิดช่วยแม่และเด็ก, ไม่พูดปดด้วยการชอบโพนทะนาความลับคนอื่น, ชอบเมตตาให้อาหารนก แต่ไม่เคยคิดช่วยทำความสะอาดหรือกำจัดมูลนกที่มีเชื้อโรค ฯลฯ

โดยยังไม่จำเป็นต้องพาดพิงถึงเหล่าอลัชชีและอาชญากรลอยนวลในผ้าเหลือง ช่างน่าพิศวงเพียงใดที่ศูนย์กลางพุทธศาสนาโลกกลับอุดมไปด้วย Greed, Pride, Narrow-mindedness, Bad Taste, Delusion, Illusion และ Ignorance
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

นักศิลปะ

ถาบรรจุ พุทธศาสนา ใน รัฐธรรมนุญ
การปลุกเสก จตุคาม อาจจะผิดกฏหมาย โดนจับกันทั้งประเทศ

และ  ต้องมีตีความ พระพุทธศาสนา เป็นการใหญ่
เพราะมันจะเป็นกฏหมาย
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

น้องเฟรม

กลับมาแล้วครับ

ตอนนี้ร.ร.ของผม ออกกฎบังคับจิตใจนักเรียนมาอีกข้อคือ

1. ห้ามห้อยจตุคามฯครับ ไม่รู้นะครับ ผมว่า(บางคน)ที่นับถือ หรือศรัทธาจริงๆมีน้อย แต่คนที่ศรัทธาก็อาจจะเสียความรู้สึกได้ แต่ถึงอย่างไรมันก็ทะแม่งๆอยู่ดี แต่ที่แน่ๆคือ ห้อยไม่ได้แล้วครับ

ใครห้อย อาจารย์จะนำไปขายทอดตลาดครับ เลยไม่มีนักเรียนผู้ใดห้อยกันเลย

ปล. แต่พบเห็นคณะครู ห้อยกันจริง หวังผอ.เพิ่มเงินเดือน  :43:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines