มาโพสต์เพลงตามโจทย์กันเถอะ

เริ่มโพสต์โดย Ou!, 26 ก.พ. 2007, 01:09 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

蓝月 (lán yuè)

เทพธิดาดอย
พ.ญ.พันทิวา สินรัชตานันท์
มวลเถาวัลย์ป่าใบเขียว
คดลดเลี้ยวพันเกี่ยวคบไม้ใหญ่
ฝูงมัจฉาว่ายแหวกน้ำใส
เวียนวนไปภายในสายวารี
มวลบุปผชาติ ดาษเนินเขางาม
แลสะพรั่งแทรกตามหินทุกก้อนมี
สาวแม้วแฉล้ม แก้มสดสี
กายใจพลีให้ชายเชื้อชาติไทย
 
ดวง หน้าขาว
ผ่องนวลไย ไร้ไฝฝ้า
เรือนร่างโสภา
สวมเสื้อเขียวปราดเปรียวว่องไว
อ่อนหวาน ยามเยือกเย็น
เช่นจันทร์สาดแสงส่องฟ้าอำไพ
ดุจไฟร้อนแรงแสงดังอาทิตย์
ยามรักเข้าครอบครอง
สาวเจ้าไม่คิดที่จะรักชายบ้านเดียวกัน
ทุกลม หายใจยึดมั่น
แต่ชายหนุ่มไทยที่เจ้าหมายปอง
รักเขา ล้นใจ
 
อัน อานุภาพ ความรัก
แท้นักประจักษ์รักยิ่งใหญ่
มีอำนาจเหนือทุกสิ่งไป
มนต์ดลใจพันผูกสองชีวัน
แม้วกับหนุ่มไทยฉ่ำชื่นหัวใจ
ดวงฤทัยมีแต่รักที่คงมั่น
ลืมสิ้นทุกสิ่งเคยผูกพัน
ลืมกลางคืน กลางวัน ลืมเวลา
ลืมสิ้นทุกสิ่ง เคยผูกพัน
ลืมกลางคืน กลางวัน
ลืม เว ลา...




เพลงนี้แม่ร้องให้ฟังตั้งแต่เด็กๆ เลย
:30a: ชอบเพราะแม่ร้องให้ฟังนี่แหละ
เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าชื่อเพลงนี้

http://www.thaipoem.com/forever/ipage/song62.html
เผื่อใครอยากฟังนะคะ :27:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Soris0ri


เอ่อ โทษทีนะคะ ไอ้เพลงที่บอกว่าวัยรุ่นนั่น  :05:


ไม่เห็นจะรู้จักเลย  :07:
Las Noches Rubicundior

蓝月 (lán yuè)

วัยรุ่นต้องรู้่จักนะคะ เจ๊เฟิร์นห์
{หมีโหด}

วัยรุ่นพี่แอนห์น่ะค่ะ
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

iannnnn

 :29: ตูก็รุ่นเดียวกะเอ็งแหละ









เที่ยวละไม - เฉลียง
คำร้อง/ทำนอง: ประภาส ชลศรานนท์
เรียบเรียง: ทรงวุฒิ เจริญเรืองฤทธิ์

อ้างอิง"เพลง นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1 เลย และตอนปี 2 ปี 3 ก็เที่ยวเยอะ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่เกษตรฯ พวกวนศาสตร์ชวนไปปลูกป่า ถึงวันผมก็หิ้วเป้ไปเลย ไปถึงพวกวนศาสตร์เต็มเลย แต่เพื่อนผมที่ชวนยังไม่มา(มารู้ทีหลังมันบอกตื่นไม่ทัน) รถก็จะออกแล้ว เอาวะไปก็ไป ไม่รู้จักใครเลยนะ เขาร้องเพลงเชียร์ก็ร้องกับเขา ทำตัวเป็นรุ่นพี่เขาเลยนะ เทคคงเทคแคร์น้องนุ่งเขาเสร็จ ช่วยปักเต็นท์ หาบน้ำจากลำธาร กินเหล้า นั่งคุยกับพวกป่าไม้ที่นั่น แล้วป่ามันเงียบมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ ทำตัวกลมกลืนกับเขาหมดเลยนะ บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนอื่น อยู่อย่างนั้น 3 คืน แล้วย้ายไปอีกป่าหนึ่งก็ช่วยเขาปลูกป่าอีก ตรงนั้นเพาะอะไรให้เราเยอะมาก เพราะเราได้เจอของจริง ป่าที่เป็นป่าจริงๆ และการที่เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมวนศาสตร์ที่ไปกับเขา ทำให้เราไม่ต้องรับรู้ว่าใครเป็นแฟนใคร มีปัญหาอะไรยังไง ฯลฯ ก็ขลุกอยู่กับพวกป่าไม้เลยทั้ง 4 วัน

อิทธิพลที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็ คือ อ. แสงอรุณ รัตกสิกร ท่านเป็นผู้ถ่ายทอดได้ดีมาก ท่านรักต้นไม้จริงๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ยิ่งเราไปเจอป่าที่เป็นป่าจริงๆ มาด้วยตัวเอง ก็เก็บเรื่องนี้ไว้ตั้งใจเลยว่าจะเขียนเพลง 'เที่ยวละไม' แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อนี้ มาตอนหลังรู้สึกว่าจะมีท่องเที่ยวเล็กๆ อีกครั้งตอนปี 3 คราวนี้ไปกับเพื่อนที่คณะ บางทีเราไปเที่ยวป่านานๆ แล้วลืมเมืองเลยนะ แหม ...มันดีเหมือนกันแฮะ เที่ยวละไมนี่แก่นของมันคือเที่ยวแบบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติเลย เป็นความรู้สึกที่ดีมาก แบบ ...."ต้นไม้ ทราย คลอง พี่น้องกัน" มันไม่ใช่.. "รื่นเริงทัศนาจร พักผ่อนเพื่อผ่อนคลาย" ที่ยังพูดถึงชีวิตในเมืองอยู่ แต่ผมเขียนเพลงนี้จากการเที่ยวแบบเป็นเนื้อเดียวกับธรรมชาติ น้ำท่าไม่ต้องอาบ การเขียนเพลงนี้เป็นเรื่องของการสะสมมากกว่า รู้สึกจะเขียนเสร็จตอนปี 4 เวลาผ่านไปแล้ว เขียนบนโต๊ะนี่แหละ เพลงของผมไม่เคยเขียนในที่เกิดเหตุเลย ขอแค่เงียบๆ มีน้ำเย็นๆ สักแก้ว แล้วลงมือเขียน

มีคนขอร้องให้ผมเปลี่ยนคำว่า 'ตูดแช่น้ำ' ในเพลงเที่ยวละไมให้เป็น 'ก้น' เป็นปาก เป็นอะไรก็ได้ ซึ่งประมาณสิบกว่าคนในบรรดาที่อยู่ใกล้ๆ ผมขอร้องให้เปลี่ยน ผมบอกว่าถ้าต้องเปลี่ยนนะ ให้เอาเพลงนี้ออกไปเลยดีกว่า... ผู้ที่มีส่วนในเพลงนี้อีกคนก็คือคุณวาชิต เพื่อนนักเรียนสมัยเรียนเตรียมอุดมฯ เขาช่วยแก้ทำนองอยู่ประโยคหนึ่งให้สละสลวยขึ้น"

เที่ยวไปตามตะวัน บุกบั่นไปตามลม สนุกสุขสมหัวใจหงายคว่ำ
ชีพที่ยาวนาน หรือสั้นแค่เพียงคำ เอาตูดแช่น้ำแล้วเดินต่อไป
เถอะเสาะหา นภาคลุมครอบ สายลมคงรอบไว้ สายใจไหลลู่สู่สวรรค์

เที่ยงก็กินทัน บ่นมันไปไย ค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่น
ตรู่ก็ลืมตา ขึ้นมาดูตะวัน ว่าโลกสร้างสรรค์สวยงามให้เรา
บอกให้รู้ ให้ดูความจริงทิ้งคืนเพื่อสู่เช้า ให้เราทิ้งเศร้าสู่สดใส

โลกไม่มายาจะบ้าก็ในเมือง เรียกรุ่งเรืองก็คงจะไม่
โลกในความจริง คือสิ่งอยู่ในใจ นั่นแหละไซร้วัดความรุ่งเรือง
อีกเมฆา นภาตระหง่านสายธารที่ผ่านเมือง สายลมนองเนืองสู่หุบเขา

เที่ยวตามใจปอง ท่องตามทางมี สุขอย่างนี้แล้วมีใดเท่า
มั่นในความจริง แต่หยิ่งในตัวเรา มีเพื่อนเป็นภูเขาแล้วกลัวอะไร
อีกทะเลทั้งเห่ทั้งกล่อมทั้งยอมเป็นเพื่อนใจ ต้นไม้ทรายคลอง พี่น้องกัน

Soris0ri



พี่แอนชอบแบบโบๆนี่เอง  :02: โบราณ  :30:




^
^
^

ชอบเหมือนกันค่ะ เพลงนี้
Las Noches Rubicundior

iannnnn

เผลอแผล็บเดียว 6 โพสต์แล้วหน้านี้
คาดว่าคงมีคนรอโจทย์ใหม่อยู่ :30:
(เหลือเล่นกันกี่คนฟะเนี่ย)

Soris0ri



เอาจริงๆ ก็ 2 พี่แอน กับน้องเดือน

เฟิร์นเข้ามาสังเกตการณ์  :02:
Las Noches Rubicundior

蓝月 (lán yuè)

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 03 มี.ค. 2007, 02:55 น.
:29: ตูก็รุ่นเดียวกะเอ็งแหละ






รุ่นเจ๊เฟิร์นใช่ป้ะ {หมีโหด}

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

iannnnn


Soris0ri



ไม่ใช่นะ  :07:  :07:  :07:



บอกว่า โบ ร า ณ  :05:
Las Noches Rubicundior

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

iannnnn

นี่เรากำลังเข็นกระจู๋นี้อย่างน่าเกลียดกันอยู่นะ :30:

蓝月 (lán yuè)

    ขี่เก๋งอย่าลืมเกวียน

เห็นดาวเคียงเดือน เหมือนเตือนความจำ
โอ้ใจพี่ช้ำ น้ำตา มันตก ใน
เพราะนางลืมคำ ไม่จำ ใส่ ใจ แม่นาง ฝัน ใฝ่ เป็นดา-รา
ทิ้งรวงทอง น้องลืมนา ลืมคำ ที่สา-บาน
โถใจนวลปราง ทิ้งบางลืมควาย
ถ้านางโชคร้าย หลงไป ในหมู่ พราน
ครั้นมัวลืมองค์ ก็คง แหลก ราญ
ต้องโดน เขา ปั่น มานอน ซม
แม้เจอชาย หมายลวงชม อาจตรม จนถึง ตาย
ขี่ เก๋ง อย่าลืมเกวียน บ้านนอก
ระวังนะจ๊ะบางกอก จะหลอกพานางเร่ขาย
ไนท์คลับในบาร์ โรงน้ำชา แมงดามากมาย
ล้วนแต่ปีกเงิน ปีกทอง และ ปีก-ลาย
กว่าจะรู้ตัวก็สาย ไม่พ้นให้ควายต้องเสียน้ำตา
เหลียวมองดูควาย โถใครดั่งมัน
เมื่อยามดื้อรั้น โถมัน ยังห่วงนา
น้องควรมองเงา ซิเรา เผ่ากา
ไม่ควร หนี ป่า จงคืน ดอน
หนีเมืองกรุง ซะบังอร วิงวอน ด้วยหวัง ดี
ดนตรี
..ขี่ เก๋ง อย่าลืมเกวียน บ้านนอก
ระวังนะจ๊ะบางกอก จะหลอกพานางเร่ขาย
ไนท์คลับในบาร์ โรงน้ำชา แมงดามากมาย
ล้วนแต่ปีกเงิน ปีกทอง และ ปีก-ลาย
กว่าจะรู้ตัวก็สาย ไม่พ้นให้ควายต้องเสียน้ำตา
เหลียวมองดูควาย โถใครดั่งมัน
เมื่อยามดื้อรั้น โถมัน ยังห่วงนา
น้องควรมองเงา ซิเรา เผ่ากา
ไม่ควร หนี ป่า จงคืน ดอน
หนีเมืองกรุง ซะบังอร วิงวอน ด้วย หวัง ดี .




นี่ไงเพลง {หมีโหด}
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

iannnnn

ก่อนหมดหน้านี้ เอาเพลงสืบนาคะเสถียรของคาราบาวไปฟังมั่ง

ดวงตาของเจ้าลุกโชน เสียงตะโกนของเจ้าก้องไพร
บัดนี้เจ้านอนทอดกาย จากโลกไปด้วยดวงใจกังวล
วาจาของเจ้าจริงจัง มีพลังเหมือนดังมีมนตร์
นักสู้ของประชาชน จะมีกี่คนทำได้ดังเจ้า

สืบนาคะเสถียร เป็นบทเรียนของกรมป่าไม้
หัวหน้ารักษาพงไพร จังหวัดอุทัยฯ ณ ห้วยขาแข้ง

สองมือเจ้าเคยฟันฝ่า อีกสองขาเจ้าย่างย่ำไป
ลัดเลาะสุมทุมพุ่มไม้ ตระเวณไพรให้ความคุ้มครอง
ดูแลสารทุกข์สาราสัตว์ ในป่ารกชัฏลำห้วยลำคลอง
ขาแข้งเหมือนดังขาน่อง สองขาเจ้าย่ำนำความร่มเย็น

สืบนาคะเสถียร เป็นบทเรียนข้าราชการไทย
ถือประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่ ถึงตัวจะตายไม่เสียดายชีวา

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines