รวมพลนักศึกษาต้านมหาลัยออกนอกระบบ

Started by 蓝月 (lán yuè), 08 Dec 2006, 22:21 น.

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Dew Susansaraly

อยู่ในระบบ  มหาวิทยาลัยก็ไม่แข่งขันอะไร  ผิดหลักทุนนิยม

มันต้องเลิกอุ้มแล้วให้มันแข่งขันกัน  เพื่อความสุดยอดในยุทธจักรการศึกษา  การศึกษาจะก้าวกระโดดเพราะต้องพัฒนาหลักสูตร  แย่งเด็ก  มหาวิทยาลัยห่วยๆ  ก็ต้องปรับกลยุทธ  ฯลฯ

สรุปแล้ว  ภาพในฝันก็ดูดี  ความเป็นจริงสังคมแบบไทยๆไม่น่ารอด

ผมคิดเสมอว่าหากมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ  ควรแข่งขันกันหารายได้จากงานวิจัย  และกิจกรรมที่สามารถหารายได้กิจกรรมอื่นๆ  ผมไม่รู้คณะบัญชี มธ.เขาทำอะไร  รู้แต่ว่ารายได้มีปีละหลายร้อยล้านบาท  รวยสมชื่อคณะจริงๆ

ถ้าออกนอกระบบผมว่าจะให้นิติ  ธรรมศาสตร์เปิด law firm เป็นของตัวเอง  ทำสำนักงานทนายความฝึกหัด  เอาให้เหมือนสำนักงาน TUBI ของธรรมศาสตร์ที่ส่งเสริมการทำธุรกิจของเด็กบัญชีอ่ะ  จะได้รวยๆ  เอาเงินมาอุดหนุนการศึกษาของนักศึกษา  มากกว่าจะมุ่งเอาเงินจากค่าหน่วยกิต

ปล.อย่าคิดว่าจะไม่ช่วยสังคมนะ  เพราะที่ธรรมศาสตร์มีสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับประชาชนยากไร้ฟรี  โดยเงินอุดหนุนจากรัฐบาลแยกเป็นเอกเทศไม่ผูกกับงบประมาณมหาวิทยาลัย :33:

ถ้าทำ law firm จริงคงต้องมีคุณภาพหน่อย  ไม่งั้นเสียชื่อธรรมศาสตร์หมด  คงจะดีเพราะเด็กจะได้แข่งขันมุ่งสู่การฝึกภาคปฏิบัติได้จริงไม่ต้องง้อเอกชน
โล่ง

today

มีเงินในบัญชี สามหมื่นกว่าบาท กดสองสามที เงินหายไปจากบัญชี สามหมื่นบาท (ลงทะเบียนเรียน)
  :05:

มัม

Quote from: Long time on 18 Dec 2006, 02:58 น.
โครงการพิเศษที่บอกคล้ายๆกับเด็กภาคสมทบที่หลายๆม.เรียกกันนั่นแหละ


ถ้าเป็นพวกภาคสมทบรู้สึกจะได้ยินมานานแล้วนะ ตั้งแต่รุ่นผม (รุ่น 42 อ่ะ :39:)เท่าที่รู้มาค่าเทอมจะแพงกว่าปกติ

เทอร์โบบูสเตอร์

ผมจบแล้ว ใครจะเป็นยังไงไม่สน

ไว้เดี๊ยวมีลูกค่อยว่ากันอีกที
กาก

ดาเฉยๆ

Quote from: icez on 18 Dec 2006, 23:00 น.
ของผม มอ.ภูเก็ต
เทอมละประมาณ 15,000 บาท (ของภาคคอมพิวเตอร์) หรือ
เทอมละประมาณ 35,000 บาท (ของภาคอุตสาหกรรมบริการ)

ก็ไม่แพงมาก
แต่แพงกะค่าครองชีพที่นี่แหละ
กินได้กินดี กินเช้าสายเที่ยงบ่ายเย็น
วันละ 200-300
น้องดาก็เรียนอยู่นี่  ชื่อต่อ(น่ารักด้วย)  เรียนอะไรที่เกี่ยวกะโรงแรมๆอะ
ขยันทำงานพิเศษมากๆ เห็นน้องบอกว่าที่นี่เค้าสนับสนุนให้เด็กทำงานพิเศษกัน :12:

蓝月 (lán yuè)

Quote from: Samurai Out!! on 18 Dec 2006, 23:32 น.
อยู่ในระบบ  มหาวิทยาลัยก็ไม่แข่งขันอะไร  ผิดหลักทุนนิยม

มันต้องเลิกอุ้มแล้วให้มันแข่งขันกัน  เพื่อความสุดยอดในยุทธจักรการศึกษา  การศึกษาจะก้าวกระโดดเพราะต้องพัฒนาหลักสูตร  แย่งเด็ก  มหาวิทยาลัยห่วยๆ  ก็ต้องปรับกลยุทธ  ฯลฯ

สรุปแล้ว  ภาพในฝันก็ดูดี  ความเป็นจริงสังคมแบบไทยๆไม่น่ารอด

ผมคิดเสมอว่าหากมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ  ควรแข่งขันกันหารายได้จากงานวิจัย  และกิจกรรมที่สามารถหารายได้กิจกรรมอื่นๆ  ผมไม่รู้คณะบัญชี มธ.เขาทำอะไร  รู้แต่ว่ารายได้มีปีละหลายร้อยล้านบาท  รวยสมชื่อคณะจริงๆ

ถ้าออกนอกระบบผมว่าจะให้นิติ  ธรรมศาสตร์เปิด law firm เป็นของตัวเอง  ทำสำนักงานทนายความฝึกหัด  เอาให้เหมือนสำนักงาน TUBI ของธรรมศาสตร์ที่ส่งเสริมการทำธุรกิจของเด็กบัญชีอ่ะ  จะได้รวยๆ  เอาเงินมาอุดหนุนการศึกษาของนักศึกษา  มากกว่าจะมุ่งเอาเงินจากค่าหน่วยกิต

ปล.อย่าคิดว่าจะไม่ช่วยสังคมนะ  เพราะที่ธรรมศาสตร์มีสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายสำหรับประชาชนยากไร้ฟรี  โดยเงินอุดหนุนจากรัฐบาลแยกเป็นเอกเทศไม่ผูกกับงบประมาณมหาวิทยาลัย :33:

ถ้าทำ law firm จริงคงต้องมีคุณภาพหน่อย  ไม่งั้นเสียชื่อธรรมศาสตร์หมด  คงจะดีเพราะเด็กจะได้แข่งขันมุ่งสู่การฝึกภาคปฏิบัติได้จริงไม่ต้องง้อเอกชน

อ่าวเฮ้ย มาแล้วเรอะ :38:
หายหน้าหายตาไปนาน
สวัสดี คุณเพื่อนร่วมค่าย

สรุปว่าไม่มีทำประชาพิจารณ์แล้วใช่มะคะ
ยังไงมตินี้ก็เป็นเอกฉันท์ :09:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

ความฝันกลางฤดูร้อน

สรุปว่าสายเกินกว่าจะทำประชาพิจารณ์แ้ว
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

icez

Quote from: [-[[aida]]-] on 19 Dec 2006, 20:59 น.
น้องดาก็เรียนอยู่นี่  ชื่อต่อ(น่ารักด้วย)  เรียนอะไรที่เกี่ยวกะโรงแรมๆอะ
ขยันทำงานพิเศษมากๆ เห็นน้องบอกว่าที่นี่เค้าสนับสนุนให้เด็กทำงานพิเศษกัน :12:
การโรงแรมมั้ง (ภาคอุตฯ นั่นแหละครับ)

ปี 2 > 30% ทำ part time กัน
ปี 3 > 30% ทำ part ไทร์กัน :30:
* ไอนี้ล้อเล่นฮะ

แต่เด็กที่นี่ทำงานพิเศษกันเยอะมากเลย
รายได้แบบว่า - -' นะ

ยุนเอ



ภูเก็ต งานเยอะมากๆ  :42:

พูดภาษาอังกฤษเป็นนะ สบายไปแปดอย่าง
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

icez

Quote from: ^-FakE-^ on 20 Dec 2006, 02:24 น.

ภูเก็ต งานเยอะมากๆ  :42:

พูดภาษาอังกฤษเป็นนะ สบายไปแปดอย่าง
1. หางานได้
2. หากินได้
3. หาเงินได้
4. เที่ยวได้
5. แถได้
6. เนียนได้
7. แอบได้
8. หาผัวเมียฝรั่งได้

อู๋

Quote from: icez on 20 Dec 2006, 13:35 น.
8. หาผัวเมียฝรั่งได้

น้องฝึกงานตอนนี้ได้แฟนฝรั่งไปหลายคนแล้ว :33:

#116
มฟล. เท่าที่เคยคุยกับ เด็ก มฟล. รู้สึกจะเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ด้วยนะครับ

จริงๆ ถึงออกนอกระบบรัฐ ก็สนับสนุนเงินให้่อีก 70% อยู่ดี

ถ้าออกนอกระบบผมว่ามันก็ดี ที่ทางมหา'ลัย ก็จะได้มีความคล่ิองตัว ในการจัดการต่างๆ

ส่วนเรื่องค่าหน่วยกิต ..ถึงจะไม่ออกนอกระบบ มันก็ขึ้นได้ครับ เพราะมันขึ้นกับ สภามหาวิทยาลัย

ของสังเกตอย่างหนึ่ง คือ ในอเมริกา และ อังกฤษ มหาวิทยาลัย ดังๆ ส่วนใหญ่จะไม่ได้สังกัดรัฐ นะครับ แต่มหาลัยพวกนี้จะมีทุนเรียนให้ ผู้ที่หัวดีอยู่แล้ว

ส่วนในไทยก็..เช่น AIT ก็มีทุนเพียบ ทั้งของ Gov หรือ ทุนของ AIT
มีทั้งแบบ เรียนฟรี จ่าย 50% 25%  แล้วแต่ระดับความฉลาด (ม.อื่นผมไม่ทราบเนื่องจากไม่ได้เรียนมหา'ลัย ครับ)

และเนื่องจากกระผมไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย จึงไม่ทราบว่าค่าหน่วยกิตของแต่ละ ม.เ็ป็นอย่างไร

แต่้เอาของ ม.สุรนารีืีที่ออกนอกระบบไปแล้ว ก็..

# อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา
# ค่าประกันของเสียหายทั่วไป 3,500 บาท (เรียกเก็บครั้งเดียวและคืนให้เมื่อออกจากมหาวิทยาลัย)
# ค่าบำรุงมหาวิทยาลัย 5,000 บาท/ปี
# ค่าบำรุงกิจกรรมนักศึกษา 200 บาท/ปี
# ค่าหน่วยกิต หน่วยละ 500 บาท
(ข้อมูลจากเว็บ ม.สุรนารี ครับ)

ลองเทียบดูกับ ม.ในระบบ ..เอาครับ

ป.ล.สุรนารี ออกนอกระบบมานานแล้วครับ
ตั้งแต่เมื่อฉันรู้จัก และฉันได้มาพบเธอ มันทำให้ฉันต้องเปลี่ยน  เปลี่ยนแปลงหัวใจฉันไป ได้เรียนรู้สิ่งใหม

Dew Susansaraly

ม.บูรพา  กับม.มหิดล  ผ่านสภาแล้วใช่มั้ยครับ

ขอให้อยู่รอดปลอดภัย  เท่าที่ทราบม.มหิดลก็ทำวิจัยกันเก่งมาก  ได้ข่าวหลายครั้ง  งานวิจัยดีๆก็มาจากมหิดลนี่แหละ  ถ้าบริหารจัดการดีๆน่าจะอยู่รอดกับงานวิจัยนี่แหละ

ขายคนไทยไม่ได้  ขายต่างชาติมันเลยครับ 

ปล.ถึงเดือน  กลับมาแล้ว  เพราะช่วงครึ่งแรกของเทอมกำลังปรับตัว  งานเยอะ  ช่วงนี้คณะอื่นเขาสอบกลางภาค  คณะเราเลยว่างมีเวลามาปั่นบอร์ด :12:
โล่ง

Uncle Bear

ออกนอกระบบเมื่อไหร่  คุณอาจจะได้ยินคำว่า  มหาวิทยาลัยล้มละลาย   :42:
โฮ๊ะ  โฮ๊ะ  โฮ๊ะ  โฮ๊ะ

แอ๊ะ

ขอแชร์มั่งในฐานะที่เคยไปเป็น "พนักงานองค์กรของรัฐ" ที่มหาวิทยาลัยในการกำกับของรัฐบาลแห่งที่ 2 ของประเทศไทย (ม.นอกระบบนั่นแหละ)

ถ้าย้อนไปดูปัญหาที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยในอดีต จะทราบว่าทำไม พรบ.ม.นอกระบบจึงเกิดขึ้น สังคมมหาวิทยาลัยประกอบด้วยบุคลากรหลัก ๆ 3 ส่วนคือ อาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ

ดัชนีชี้วัดคุณภาพของมหาวิทยาลัยมีหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่สำคัญมากคือ ปริมาณงานวิจัย หรือผลงานทางวิชาการ การจะบอกว่ามหาวิทยาลัยเจ๋งแค่ไหน ไม่ได้ดูเพียงว่ามีนักศึกษาจบมากน้อยแค่ไหน เพราะมหาวิทยาลัยไม่ได้แค่สอนให้นักศึกษาจบแล้วได้รับปริญญา

ก่อนหน้านี้เราได้ยินบ่อยเรื่องสมองไหล หรืออาจารย์รับจ๊อบนอก (ไม่ต้องอื่นไกล สมัยตูเรียน ทั้งเทอมเจออาจารย์ 3 ครั้งได้มั่ง ครั้งแรกมาบอกว่าวิชานี้คุณต้องรู้อะไรบ้าง ครั้งที่ 2 มาสรุปความรู้ ครั้งที่ 3 มาบอกว่า final เราจะสอบอะไรกัน ส่วนเวลาที่เหลือ มักจะหาตัวแกไม่เจอ  :08:) เหตุที่สำคัญคือเรื่องค่าตอบแทน และกฎระเบียบของราชการที่ไม่เอื้ออำนวยสำหรับสังคมของมหาวิทยาลัย (แล้วแต่ละแห่งก็มีวัฒนธรรม ที่แตกต่างกันไปอีก)

ทีนี้พอคำว่าออกนอกระบบคืออะไร อย่างแรกที่สัมผัสได้คือเรื่องงบประมาณ จากเดิมที่ทุกหน่วยราชการจะต้องทำโครงการขอตั้งงบเพื่อนำเสนอไปยังสำนักงบประมาณ ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของอธิการ หรือผู้บริหารที่เข้าไปชี้แจงให้เหตุผลกับสำนักงบฯ ซึ่งจะได้ไม่เท่ากัน

ทีนี้พอเป็นนอกระบบปุ๊บรัฐบาลบอกว่า คุณเอาเงินไปเท่านี้นะ แล้วไปจัดการกันเอาเองว่าจะใช้อะไรยังไงเท่าไหร่ ซึ่งเกณท์ที่ใช้ในการวัดเบื้องต้นคือ จำนวนนักศึกษา ส่วนคนที่ตัดสินใจสูงสุดคือ สภามหาวิทยาลัย (ถ้าเทียบกับบริษัท ก็คือบอร์ด หรือกรรมการบริษัท)

ดังนั้นถามว่ามหาวิทยาลัยต้องทำอย่างไร ขึ้นค่าหน่วยกิจหรือ? ลดเงินเดือนอาจารย์ เพื่อให้อยู่รอด? ลอดจำนวนพนักงานดีกว่า ไม่เห็นจะทำอะไร วัน ๆ มานั่งหายใจทิ้ง? คำตอบแรกคือมหาวิทยาลัยต้องปรับปรุงตัวเองทุกมิติ เพื่อให้อยู่รอด เช่นปรับปรุงคุณภาพการทำงาน ใช้เงินให้คุ้มที่สุด อาจารย์ก็ต้องโชว์ศักยภาพ เพื่อดึงเงินสนับสนุนวิจัยจากเอกชนให้มากที่สุด การเรียนการสอนก็ต้องพัฒนาเพื่อดึงดูดให้นักศึกษาสมัครเข้าเรียนมากที่สุด

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกคาดหวังว่าเมื่อมหาวิทยาลัยออกนอกระบบจะมีการพัฒนา ยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศโดยรวม ที่ไม่ใช่ทำแบบขอไปทีในปัจจุบัน

ส่วนผลกระทบเรื่องค่าหน่วยกิตที่แพงขึ้น หรือค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ผมมองว่ามันเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะไม่ว่ามหาวิทยาลัยจะออกหรือไม่ออก ผมก็เห็นค่าเทอม (ค่าหน่วยกิต + ค่าบริการอะไรไม่รู้อีกจิปาถะ) ก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ สมัยผมเรียนจ่ายค่าเทอมแค่ประมาณพันบาท แต่เดียวนี้กลายเป็นหมื่นบาทอย่างน้อยแล้ว

การแก้ปัญหาบางอย่างอาจจะไม่สามารถแก้ได้เฉพาะจุด จำเป็นต้องมองภาพรวมทั้งระบบ จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งแน่นอนมีผลกระทบบ้างก็ต้องหาวิธี หรือมาตราการในการแก้ไขเอา

สรุป สนับสนุนการออกนอกระบบ เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวในการบริหาร และยกระดับคุณภาพของมหาวิทยาลัย (เอ๊ะ! สรุปไม่ตรงกับหัวข้อกระจู๋  :38:)
[ว่างให้เช่า]

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines