กระจู๋ตกข่าว

เริ่มโพสต์โดย icez, 31 ส.ค. 2006, 02:53 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ooh

ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ คุณภาพชีวิตพวกเรา
และประชาชนตาดำๆคงดีขึ้นนะคะ
แต่จะมีวันนั้นไหมนะ :39:
The Show Must Go On
จะเกิดอะไรขึ้น ยังไงชีวิตก็ต้องเดินต่อ

IM

ลองคิดถึงสภาพเมืองไทยมีแต่รถเมล์ดีๆ ติดแอร์ทุกคันวิ่งเต็มกรุงฯ
รถไฟฟ้า ทั้งลอยฟ้า และใต้ดิน  ล้วนแต่ขึ้นฟรีทั้งหมด  มันจะดีแค่ไหน
ยังไงก็ต้องเก็บภาษากันทุกปีๆ อยู่แล้ว
จำนวนรถส่วนตัวก็จะลดน้อยลง  มลพิษทางอากาศก็น้อยลง
สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของคนกรุงฯ ก็จะดีขึ้น
แค่ปรับการคมนาคมใหม่ก็ดีขึ้นตั้งขนาดนี้ มัวไปทำอะไรกันอยู่ครับเจ้านาย

เมื่อไหร่มันจะเอาสายไฟไปฝังดินให้หมดซะที :39:

ยุนเอ



ต้องรอให้รัฐบาลอายุยืนพอที่จะทำได้นะครับ

มันไม่ใช่เซ็นต์กันได้วันสองวันแล้วเสร็จเลย  :30:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

เดอะบุ๋ม

#1593
ไม่รู้ละโว้รึเปล่านะคะ  :25:

เพิ่งทราบเมื่อเช้าจากเมลล์ของรุ่นพี่คนหนึ่งส่งมาให้   อ้างอิงจากเว็บ กระปุ๊ก วันที่ 5 มิ.ย. 2551


เตือนน้ำท่วม!!

อ้างอิง
         'สมิทธ' ฟันธง 'ส.ค. - ต.ค.' พายุใหญ่ถล่มประเทศไทย ทำให้ กทม.จมบาดาล ระบบประปาพินาศ คนเมืองหลวงไม่มีน้ำใช้ จี้หน่วยงานรัฐเร่งหามาตรการรับมือโดยด่วน ขณะที่อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานฯ หวั่น 'วัดพระแก้ว' เสียหายหากเกิดน้ำท่วมพระบรมมหาราชวัง

         การออกมาแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ครั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ในการเสวนาเรื่อง 'แผนรับมือวิบัติภัยในมหานครกรุงเทพ' ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร การเสวนาครั้งนี้มีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเสวนา

         ดร.สมิทธ กล่าวว่า จากการศึกษาและติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติมาโดยตลอด พบว่าภัยพิบัติที่จะกระทบ กทม.และปริมณฑล มีอยู่ 2 ประเภท คือ ภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหว และภัยที่เกิดจากน้ำท่วมขัง ซึ่งเกิดจากสภาวะโลกร้อน โดยภัยที่เกิดจากแผ่นดินไหวเป็นภัยที่รุนแรงและมีผลกระทบต่อมนุษย์จำนวนมาก ทั้งนี้ ประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่ 13 รอย และจากการศึกษาพบว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิ รอยเลื่อนทั้งหมดเกิดรอยร้าวเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ถึงปัจจุบัน ซึ่งการเกิดรอยร้าวดังกล่าวทำให้อาคารที่โครงสร้างไม่แข็งแรงใน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ มีโอกาสถล่มลงมาได้

         ดร.สมิทธกล่าวต่อว่า ในพื้นที่ กทม. อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากรอยเลื่อน 2 รอย คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี หากเกิดแผ่นดินไหวซ้ำขึ้นมาอีก เชื่อว่าจะส่งผลให้เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์แตก และทำให้น้ำปริมาณกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลทะลักเข้าสู่ จ.ราชบุรี จ.นครปฐม และ กทม.

         'กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนดินเลน เมื่อได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแล้ว ระยะสั่นสะเทือนจะขยายตัว 2-3 ริกเตอร์ ทำให้อาคารที่สูงไม่เกิน 6 ชั้น อาจแตกร้าวและพังทลายลงมา ส่วนอาคารสูงไม่น่าเป็นห่วง เพราะวิศวกรได้ออกแบบอาคารไว้รองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีความพร้อมในการรับมือกับแผ่นดินไหว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงอาจทำให้เกิดความเสียหายมาก' ดร.สมิทธกล่าว

         ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกล่าวว่า ภัยที่เกิดจากน้ำท่วมขัง เนื่องจากสภาวะโลกร้อนขึ้นนั้น จากสถิติไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าพายุที่เกิดในมหาสมุทรอินเดียจะมีแรงลมสูงมากถึงขนาดเป็นไซโคลน แต่ตอนนี้เกิดขึ้นแล้วคือพายุไซโคลนนาร์กีส ซึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อขึ้นฝั่งในลุ่มน้ำอิระวดีในพม่า แรงลมสูงสุดถึง 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความรุนแรงถึงระดับ 4 

         'ผมขอทำนายว่าในเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมนี้ จะมีพายุขนาดใหญ่พัดถล่มประเทศไทย ทางด้านอ่าวไทย ไล่ตั้งแต่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.เพชรบุรี เข้ามา ซึ่งอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์สตรอม เสิร์ช (Strom Search) หรือน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้น้ำทะเลไหลเข้ามาถึงบริเวณปากอ่าวเจ้าพระยา และเข้าท่วมพื้นที่ กทม. โดยกว่าจะไหลย้อนกลับสู่ทะเลต้องใช้เวลานานกว่า 2-3 สัปดาห์ และหากท่วมเหนือคลองประปา จะทำให้ประชาชนไม่มีน้ำในการอุปโภคบริโภค' ดร.สมิทธกล่าว

         ด้านนายต่อตระกูลกล่าวว่า มีความเป็นห่วงว่าหากเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริงจะทำให้อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญหลายแห่งเสียหายโดยเฉพาะวัดพระแก้ว ซึ่งก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ไม่ได้มีการฝังเสาลงดิน หากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่พระบรมมหาราชวังก็จะทำให้เสื่อมความแข็งแรงลงอย่างรวดเร็ว 

         หลังการเสวนา 'คม ชัด ลึก' ได้สอบถามไปยัง ดร.วัฒนา กันบัว ผู้อำนวยการฝ่ายอุตุนิยมวิทยาทะเล กรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดพายุใหญ่พัดถล่มประเทศไทยตามที่ ดร.สมิทธกล่าวในการเสวนา ดร.วัฒนาระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม อาจจะเกิดพายุใหญ่ถล่มประเทศไทย เพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงฤดูฝน อยู่ระหว่างช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าประเทศไทย จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าช่วงดังกล่าวมีพายุพัดถล่มประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง อย่างเช่น พายุไต้ฝุ่นเกย์ พายุไต้ฝุ่นลินดา ที่สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อนก็เกิดขึ้นในช่วงนี้

         ดร.วัฒนา กล่าวต่อว่า สภาวะโลกร้อนอาจส่งผลให้ความรุนแรงของพายุเพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า หากพายุพัดเข้าสู่พื้นที่ที่เป็นเมืองก็อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะหากพายุเคลื่อนเข้าประเทศไทยทางฝั่งภาคตะวันออกจะทำให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ กทม.โดยตรง ซึ่งมีความเป็นห่วงว่า หากมีพายุพัดเข้าบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่ กทม. เนื่องจากขณะนี้แม้จะมีการสร้างเขื่อนกั้นริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาในหลายจุด แต่การสร้างเขื่อนที่ผ่านมาทำเพื่อรองรับปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากน้ำเหนือไหลหลาก ไม่ได้มีไว้รองรับพายุที่พัดเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้บริเวณปากแม่น้ำยังไม่มีการก่อสร้างเขื่อน หากเกิดพายุพัดกระหน่ำจริง เขื่อนที่มีอยู่ก็ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมได้

         ดร.วัฒนา กล่าวด้วยว่า มีความเป็นห่วงว่าหากช่วงเวลาที่เกิดพายุตรงกับช่วงที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดจะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์พัดกระหน่ำบริเวณชายฝั่ง หากอาคารบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งไม่แข็งแรงก็จะสร้างความเสียหายร้ายแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยามีการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมความพร้อมไว้ด้วย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอพยพผู้ประสบภัย เพราะขณะเกิดเหตุภัยพิบัติหากมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยได้รวดเร็ว ความเสียหายต่อชีวิตของประชาชนก็จะลดน้อยลง

:25:   

เมื่อเช้าดูข่าวที่ช่อง NBTเวลา 11 โมงเช้าโดยประมาณ  ที่หมักไปพูดที่อิมแพคเมืองทองธานี  เรื่องเกี่ยวกับลดภาวะโลกร้อนฯ 
ได้ฟังตอนท้าย  หมักบอกว่า "รณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติค
แล้วถ้าไปซื้อข้าวแกง ซื้อกับข้าว  จะให้เทแกงใส่ถุงผ้าเหรอ(ฮ่ะๆๆ) (หมักหัวเราะ)
ก็บอกว่าให้ใช้ถุงผ้าเวลาไปตลาด ใช่มั๊ยครับ   หรือว่า คนทำงานจะต้องให้พกหม้อไปทำงานด้วย
เวลาไปตลาดจะซื้อข้าวซื้อแกง ก็ให้ตักใใส่หม้อ เอา"

โถ...ท่านนายก   :01:   พี่บวบ ฟังไว้นะ  นายกที่พี่บวบอยากให้เป็นมากกว่าลุงมหาจำลองอ่ะ เขาคิดแบบนี้แหละ   :28:


ระหว่างที่กำลังพูด มีคนยกป้ายบอกหมดเวลา ก็ไปด่าเขาซะนั่น
ว่า "เชิญมาพูดแล้วก็กำหนดเวลาให้เลิกพูด แบบนี้ใช้ไม่ได้(หน้าตาหงุดหงิด)
ผมรู้แล้วล่ะครับ ไม่ต้องยกป้ายเตือนหรอก หมดเวลา 11 โมง ผมก็จะเลิกพูดเอง
(บุ๋มก้มดูเวลาประมาณ 11.05 แล้ว)"     .

หรือบุ่มเป็นผู้สื่อข่าวที่ถ่ายทอดแต่ด้านไม่ดีของท่านนายกนะ   ใครเห็นด้านดี ช่วยมาแถลงไขด่วน :37:

ความฝันกลางฤดูร้อน

อันนี้ขอมอบให้นักข่าว ....
Storm surge
สะกดไม่เป็นแล้วดันเต้า ... พอมีคนถามก็โบ้ยว่าคนให้ข่าวสะกดผิด
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn

เราควรจะเตรียมตื่นพายุกันไหมครับ
หรือเขาใส่ไข่จนโหดเกินไป?

เดอะบุ๋ม

นั่นสิคะ   แต่ อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิดล่ะ


ทำตัวปกติ ให้ดีกว่าปกติ อีกหน่อย ช่วยโลกพอที่ช่วยได้เท่านั้นล่ะมั้งคะ


iannnnn


ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 05 มิ.ย. 2008, 13:43 น.
เราควรจะเตรียมตื่นพายุกันไหมครับ
หรือเขาใส่ไข่จนโหดเกินไป?
ไปคุยกับอาจารย์ทางวิปัสนา เขาเตือนคล้ายๆกันครับ
และนี่ก็ดูเหมือนครบรอบที่จะเกิดพายุในอ่าวไทยด้วย  :08:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

iannnnn

อ๋อ เราควรตื่นตกใจนี่เอง :12:



แย่แล้ว :07b:

psyfer


เดอะบุ๋ม

ช่วงนั้นเจ๊จะมาด้วยนะ   :25:

psyfer


น้องเข่มเข๊ม

 :07:  ถ้าไม่มานะ ชั้นจะจับแกมัดแล้วโยนลงอ่าวไทย 
เลวยั้นเงา

psyfer

แกจะเอาหนวดมัดแ้ล้วลากชั้นลงน้ำเหรอ  :25:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines