FONT ไม่มีลิขสิทธิ์

เริ่มโพสต์โดย psk_type, 21 มิ.ย. 2006, 13:53 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Naipol

เรื่องราคามันก็พูดยาก มาตรฐานแต่ละคนแต่ละงานไม่เหมือนกัน อย่างเรารับงาน 800 ใช้ฟอนท์ราคา 80,000 มันก็พูดยาก จะไปว่าเขาก็ไม่ได้ (ไม่ได้เข้าข้างใครนะครับ)
สมมุติไทยรัฐซื้อฟอนท์ 80,000 สัก 10 ไลเซ่น ตก 800,000 แต่พิมพ์ขายกันวันละเป็นล้านฉบับ เขาก็คงคิดว่าฟอนท์ 800,000 นี่จิบ ๆ นะผมว่า

สมมุติอีกแล้ว  :05:
ถ้าคนใช้ฟอนท์ช่วยกันซื้อ มันก็มีคนอยากทำขายละครับ ราคามันต้องดึงลงมาแน่ เป็นเรื่อง demand supply ธรรมดาครับ ของมีน้อยแต่ความต้องการมากแพงเป็นธรรมดา
อ้างคำพูดจาก: Naipol เมื่อ 23 มิ.ย. 2006, 22:05 น.
ทีนี้มาจินตนาการต่อ ถ้า font มีลิขสิทธิ์้ ขายได้ ทำขายกันแข่งกันเยอะแยะ เกลื่อนไปหมด แบบใหม่ ๆ ออกตามแทบไม่ทัน ถึงตอนนั้นเรื่องราคานี่ท่านคิดว่ามันจะเป็นอย่างไร ? อันนี้ผมพูดในแง่ของเรื่องราคา ส่วนจะทำขายหรือทำแจกอันนี้ยังไม่ขอพูดถึง

ถ้าเป็นอย่างที่ผมว่า เรื่องราคานี่ต้องลงแน่ครับ  :20:


NP Freedom
i am a slow walker, but i never walk backwards.
Abraham lincoln

kham03

ความหมายของคำว่า ฟอนต์ และนักออกแบบตัวพิมพ์
ในความหมายของผมคือ องค์ประกอบหลักของงานเลขนศิลป์ (Graphic Design) ที่ใช้ควบคู่กับภาพ 
เพื่อนำเสนอข้อมูล ที่ต้องการสื่อสาร  ประโยชน์นอกจากการอ่านได้  อ่านง่ายแล้ว  ยังมีลักษณะพิเศษ
อีก คือ ฟอนต์สามารถแสดงความรู้สึกแทนคำพูดได้อีกด้วย  เช่น  ระเบียบ  ดุดัน  น่ารัก  กันเอง
และแสดงรสนิยม หรือภาพลักษณ์ของภาพรวมในงานกราฟิกนั้นได้อีกด้วย

นักออกแบบฟอนต์ต้องมีองค์ความรู้สูง  ทั้งในแง่ของความเข้าใจในการเลือกใช้ตัวอักษรให้เหมาะสมมีประสิทธิภาพ  ควรมีพื้นฐานทางศิลปะ  รู้ความเป็นมาของการออกแบบตัวอักษรในลักษณะต่างๆ ทั้งของต่างประเทศและในประเทศ  ตามยุคสมัยต่างๆ เช่น คลาสิค โมเดิร์น โพสต์โมเดิร์น ฯลฯ  และต้องมีทักษะการออกแบบที่สูง  ในการจัดองค์ประกอบศิลป์  การเขียนแบบอักษร  การร่างภาพ  การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวาดภาพ  และต้องมีความสามารถการใช้โปรแกรมสร้างตัวพิมพ์ให้ทำงานในระบบได้อีกด้วย  จะเห็นได้ว่านักออกแบบตัวพิมพ์คือวิชาชีพที่ต้องประยุกต์ใช้ความรู้ในหลายๆ ด้าน และใช้เวลาในการสร้างสรรค์นานกว่าจะสำเร็จสักชุดนึง  แต่ผลงานเหล่านั้น ผู้อื่น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกหลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นสื่อทางการโฆษณา  ป้าย  โลโก้  ซึ่งทั้งหมดนี้นักออกแบบฟอนต์เป็นตัวจักรที่สำคัญที่ส่งเสริมภาพลักษณ์หน้าตาของข้อมูลต่างๆ ให้กับอุตสาหกรรมการผลิตสื่อ  ให้โดดเด่นน่าสนใจยิ่งขึ้น  กระตุ้นยอดขายให้นายทุนเจ้าของสินค้า  ตั้งแต่ระดับเล็กถึงใหญ่
นักออกแบบกราฟิกใช้ตัวพิมพ์เพื่อกระตุ้นให้คนอ่านสนใจ
นักออกแบบตัวพิมพ์ต้องสร้างสรรค์ให้เกิดความแตกต่าง  สวยงาม  น่าสนใจ  ใช้ง่าย  อ่านง่าย  คิดมาก และเป็นการพัฒนาวงการ กราฟิก  การสื่อสาร  มีผลดีต่อการใช้ภาษาไทยที่กว้างขึ้น  เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองส่วนหนึ่งเหมือนกับวิชาชีพอื่น 
ใครว่าฟอนต์ไม่มีลิขสิทธิ์
อักขระ ก-ฮ ที่คนทุกคนมีสิทธิ์เขียน  อ่าน  นั้นจริง  แต่ตัวพิมพ์ (font)  คือ  ศิลปเทคโนโลยีส่วนบุคคล  ที่ผู้สร้างสรรค์ควรมีสิทธิ์เชิงธุรกิจ  ในการได้ประโยชน์บ้าง  ถ้าตีความว่าไม่มีลิขสิทธิ์ก็แปลว่าไม่มีค่า  ไม่มีราคา  เป็นการบ่งบอกว่าคนที่ทำงานในศาสตร์แขนงนี้ไม่มีความหมายไม่มีค่าในสังคมอย่างงั้นหรือ

B o o k

เจ๋งครับ จารย์โรจ จารย์แอน จารย์ป๋า จารย์พล จารย์พีเอสเค จารย์ขำ

เรื่องที่ผมคิดท่านก็พูดหมดแล้ว (อ่านใจตูได้ด้วย :06:)
ขอสรุปว่า ฟอนต์ต้องมีลิขสิทธิ์เพื่อสิทธิ์(ให้เครดิต)แก่คนทำฟอนต์

iannnnn

เห็นบล็อกนั้นแปะข่าว บีเอสเอของฝรั่งจับฟอนต์ลิขสิทธิ์ครับ
www.blognone.com/node/2566

เลยได้ลิงก์ของดี
เป็นคำตอบของคำถามกรณี PSL ครับ
http://61.19.225.226/ipthai/copyright/question.asp?id=847

อ้างอิงโ ดยหลักการแล้ว "ฟอนด์" มีสองส่วน กล่าวคือ ส่วนที่เป็นรูปแบบตัวอักษร (typerface) ที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และส่วนที่ทำให้เกิดรูปแบบตัวอักษรบนจอเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานพิมพ ์ต่างๆ ในส่วนของรูปแบบตัวอักษรที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปที่ไม่มีลักษณะการสร้างสรรค์ ที่เพียงพอนั้นไม่ถือเป็นงานที่กฏหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครอง เพราะตัวอักษรภาษาไทยเป็นสมบัติสาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิใช้ ผู้หนึ่งผู้ใดจะหวงกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้ไม่ได้ แต่หากรูปแบบตัวอักษรดังกล่าวได้มีการสร้างสรรค์หรือทำให้เกิดรูปแบบหรือลวด ลายจนถึงระดับที่เพียงพอก็อาจได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย สำหรับส่วนที่ทำให้เกิดรูปแบบตัวอักษรบนจอเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น หากมีลักษณะเป็นคำสั่งหรือชุดคำสั่งต่างๆ ซึ่งมีระดับการสร้างสรรค์ที่เพียงพอ และนำไปใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้รับผลเป็นตัวอักษรตามความมุ่ งหมายของการใช้ คำสั่งหรือชุดคำสั่งดังกล่าวจะถือเป็นงานสร้างสรรค์ประเภทโปรแกรมคอมพิวเตอร ์ ซึ่งเป็นงานวรรณกรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ดังนั้น ผู้ประกอบการหรือผู้ใช้ทั่วไปจึงควรระมัดระวังในการใช้ฟอนด์ ซึ่งหากการใช้ฟอนด์จะต้องมีการดึงส่วนของคำสั่งหรือชุดคำสั่งที่เป็นโปรแกรม คอมพิวเตอร์มาใช้ในการพิมพ์งานก็จำเป็นต้องจัดหาฟอนต์ที่ได้มาอย่างถูกต้องม าใช้เพื่อป้องกันปัญหาการจับกุมดังที่ได้กล่าวข้างต้น คำแนะนำในการใช้ฟอนต์ 1. การจัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้งานภายในองค์กร จะต้องจัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายจากผู้แทนจำหน่าย และจะต้องปฏิบัติตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามที่เจ้าของลิขสิทธิ์กำหนดด้วย เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ธุรกิจของผู้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ นั้น 2. ทุกคนมีสิทธิใช้รูปแบบตัวอักษรที่มีอยู่ทั่วไปซึ่งอาจเหมือนหรือคล้ายคลึงกั นได้ แต่ไม่สามารถนำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บรรจุฟอนต์ตัวอักษรซึ่งสร้างสรรค์โดยบุ คคลอื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต 3. การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ซื้อควรระมัดระวังโดยตรวจสอบมิให้มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ละเมิดติดมากับเคร ื่องคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา และควรขอหนังสืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (license Agreement) ทุกครั้งจากผู้ขายเมื่อตกลงซื้อขายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าได้รับสินค้าที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง

:12:

kohsija

#34
ผมมองในแง่ว่า คนจะฟังเพลง ยังต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟัง
แล้วคนจะอ่านข้อความ ต้องจ่ายค่าฟอนต์เพื่อจะอ่านด้วยหรือเปล่า

เพิ่มเติม: มองในแง่ผู้บริโภคนะครับ ไม่ใช่มองในแง่พ่อค้าที่เอาฟอนต์หรือเพลงไปหากินโดยเฉพาะ

蓝月 (lán yuè)

คือมองว่าไม่ว่าจะทำอะไรมันต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่นน่ะค่ะ
ถึงแม้ว่าจะต้องทำใจว่าไม่มีวิธีใดที่ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ได้เลยก็ตาม

แต่การดูถูกว่า ฟอนต์ไม่มีลิขสิทธิ์ อันนี้มันเกินไป
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

psk_type

อ้างคำพูดจาก: kohsija เมื่อ 29 มิ.ย. 2006, 22:15 น.
ผมมองในแง่ว่า คนจะฟังเพลง ยังต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟัง
แล้วคนจะอ่านข้อความ ต้องจ่ายค่าฟอนต์เพื่อจะอ่านด้วยหรือเปล่า

เพิ่มเติม: มองในแง่ผู้บริโภคนะครับ ไม่ใช่มองในแง่พ่อค้าที่เอาฟอนต์หรือเพลงไปหากินโดยเฉพาะ

ถ้าอ่านเฉยๆ ไม่ต้องจ่ายค่าฟอนต์ครับ :22:
psk design un.,ltd.

นายโอ้เอ้

คนที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟอนต์คือคนพิมพ์หนังสือ
ส่วนคนอ่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์งานเขียน  :42:
Today you , Tomorrow me.

เก้อ

เออ สงสัยอยู่อย่าง

มันมีคนที่คิดว่าฟอนต์ที่มีคนประดิษฐ์ขึ้นมาพวกนี้ไม่มีลิขสิทธิ์จริงๆเหรอ
นอกจากหมอผีเขมรคนนั้น มันมีคนคิดแบบนั้นจริงๆเหรอ

ไม่นับคนที่ไม่รู้นะครับ เอาคนที่รู้เรื่องการใช้งานฟอนต์แต่คิดแบบนั้น
คิดแบบตาเนวินที่ว่าตัวอักษรไทยเป็นสมบัติของชาติอะไรนั่น

ถ้ามีจริงๆก็อยากฟังเหตุผลของเค้า ว่าทำไมจึงเชื่อแบบนั้น
คงน่าสนใจน่าดู
I ROCK , THEREFORE I AM

B o o k

ฮ่ะ ฮ่ะ  :08:

ลองถามใจคนทำฟอนต์ดูสิครับ

ลองถามใจคนใช้ฟอนต์ดูสิครับ

ลองถามคนที่เห็นฟอนต์แล้วตาโตร้องว่า โอ้โห แม่งสวยว่ะ คนทำแม่งโครตเก่ง


ดูสิครับ

iannnnn

คนเราคิดไม่เหมือนกันไง
เหมือนโฆษณาออเร้นจ์ยุคเปิดตัวที่เป็นรูปนี้ไง








เหมือนกับที่เรายังไม่เข้าใจความยากลำบากของการออกแบบขวดเป๊บซี่นี่แหละ

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

mk

ตามความเข้าใจของผมนะ อาจต้องแบ่งเป็น 3 อย่าง

  • แบบอักษรภาษาไทย: คือตัว outline ที่แสดงความหมายว่านี่เป็น ก ข ค ง นะ พวกนี้อาจมองเป็นสมบัติของชาติได้ (ภาษาลิขสิทธิ์เค้าเรียก public domain คือสมบัติสาธารณะ) เปรียบเทียบกับของอย่างอื่นให้เข้าใจง่าย สมมติว่าเป็น "วงกลม" ละกัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของวงกลม ถูกมะ
  • ส่วนตัวของฟอนต์ คือ ความสร้างสรรค์ที่เกิดจากการดัดแปลงแบบอักษร (จากข้อข้างบน)  ไม่จำเป็นต้องอยู่ในคอม อยู่บนกระดาษ หรือบนแผ่นไม้เวลาเค้าเขียนโปรโมทหนังก็ได้ ให้เทียบกับวงกลม ก็ประมาณว่าถึงวงกลมจะไม่มีลิขสิทธิ์ก็จริง แต่ถ้าเอาปิกัสโซ่มาวาดวงกลม ทุกคนก็เข้าใจทันทีว่ารูปนั้นของปิกัสโซ่
  • สุดท้ายก็เรื่องการเอาฟอนต์ไปไว้บนคอม ลิขสิทธิ์ของตรงนี้ก็ตั้งแต่วิธีการหาจุด ไปจนถึงทำ hinting

แต่ละอย่างก็สามารถแยกเป็นเจ้าของกันได้ ผมเคยคุยกับคนทำ Angsana เค้าบอกว่าเค้าเป็นเจ้าของแค่ตัว outline (อันที่สอง) ส่วนพวก hinting (อันที่สาม) เป็นของไมโครซอฟท์ประเทศไทย

iannnnn


ทัชชี่น่ารัก

หุๆ ในที่สุดเรื่องนี้ก็ลามมาถึงนี่จนได้...เหอๆ

ผมเคยเถียงกับพวกบ้าๆ บอๆ หน้าดำหน้าแดง บนเว็บพันทิปมาแล้ว
เรื่องเดียวกันนี่แหล่ะ...

ผลสรุป...

ผมชนะแบบสะบักสะบอม... (โดนรุม) 555+

สรุปว่าทุกคนเห็นด้วยที่จะให้ฟอนต์มีลิขสิทธิ์ เพราะถือว่าฟอนต์เป็น"โปรแกรม" หรือ "ซอฟต์แวร์" คอมพิวเตอร์

แต่กว่าจะทำให้เข้าใจกันได้เนี่ย...โคตรเหนื่อยเลยขอบอก...

หนอย...เพราะ รมต.คนเดียวนั่นแหล่ะ ที่ดันไปปากพล่อยบอกว่าฟอนต์เป็นสมบัติของชาติ
แม่งเอ๊ย...ไม่ได้ดูเล้ยว่า ฟอนต์มันต่างจากตัวอักษรตรงไหน

มันก็เลยลุกลามกันใหญ่โตเลยทีนี้

พวกในพันทิปก็เอาด้วย

และแล้ววันนึง...ผมก็ได้รับโทรศัพท์ (เค้าไปหาเบอร์ผมมาได้งัยไม่รู้)  หาว่าผมเป็นพวก psl ที่ไปฟ้องเค้า
ด่าผมใหญ่เลย หาว่าผมไม่สนับสนุนพวกขายสมบัติของชาติ...-_-' (เลวยิ่งกว่า พวกขายสัมปทาน ขุดก๊าซในอ่าวไทยให้ยูโนแคลอีก ...ขนาดนั้น)

ผมก็พยายามชี้แจงเค้าไปนะ เค้าก็ไม่ฟัง ผมก็เลยวางหูไปเลย เค้าโทรมาอีก ผมก็เลยไม่รับดีก่า ไม่ได้กลัวโดนด่า แต่กลัวหูชา...

หลังจากวันนั้นผ่านไปเป็นปีๆ คุณ พัลลพ เจ้าของ psl ก็โทรมาหาผม ขอบคุณผมที่ช่วยประกาศการมีลิขสิทธิ์ของฟอนต์

ณ วันนี้แล้วผมก็ยังเชื่อว่ามันยังคงมีลิขสิทธิ์อยู่ทุกประการ...

โดยเฉพาะฟอนต์ OpenType 555+

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines