อารมณ์ไหนไม่รู้แต่อยากฟังเรื่องผี

เริ่มโพสต์โดย K w a n g ! !, 23 มี.ค. 2005, 00:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

เจอมาจากบล็อคนี้ http://doggiestyle.exteen.com/ เอามาแบ่งๆกันอ่าน  :42:

อ้างอิงผมว่า โรงแรม กับ เรื่องเล่าผี ก็เป็นสิ่งที่คู่กันมาช้านาน

ผมทำงานโรงแรมมานานพอสมควร ได้ฟังเรื่องผีมาก็เยอะนะครับ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ประทับใจมาก....

 

เรื่องมีอยู๋ว่า........

 

พี่โจทำงานโรงแรมแห่งหนึ่งในภูเก็ต (สงวนชื่อโรงแรม)  สมัยที่โรงแรมนั้นพึ่งจะเริ่มเปิด ซึ่งพี่โจทำงานเป็นพนักงานยกกระเป๋าและเนื่องจากโรงแรมยังไม่เปิด สมัยนั้นพนักงานยกกระเป๋าจะต้องเวียนกันเข้ารอบดึก เพื่อเฝ้าโรงแรมเพราะช่วงนั้นได้มีการขนเฟอร์นิเจอร์เข้ามาไว้ในห้องพักแล้ว

งานของพวกพี่โจนอกจากทำงานเฝ้าตามจุดต่างๆแล้ว ยังต้องเดินลาดตะเวนไปยังชั้นต่างๆของโรงแรมด้วย

โดยโรงแรมนั้นเป็นลักษณะห้องวน (ไม่รู้อธิบายยังไง) คือ...ถ้าเรายืนตรงล็อบบี้แหงนหน้ามองก็จะเจอกับหลังคาโรงแรมเลย แต่ถ้าเรายืนตรงระเบียงทางเดินห้องพักแต่ละชั้นมองลงมา เราก้อจะเห็นพื้นล๊อบบี้โรงแรม....ห้องพักก็จะมองเห็นอีกฝั่งตรงข้ามเช่นกันเนื่องจากเป็นตัวยู

เข้าใจใช่ป่ะ...โอเค ต่อได้

 

คืนนั้น...พี่....โจ.....ก็....เดิน....ไป....เรื่อย......เรื่อย.....เพื่.....อ

 

 

 

(อะไรนะ...น่ากลัวไปเหรอ เล่าธรรมดาก็พอใช่มะ)

 

 

 

 

เอาใหม่ก็ได้

 

 

 

 

คืนนี้ พี่โจเดินลาดตะเวนกับเพื่อนอีกคน พี่โจจะต้องเดินเปิดประตูทุกห้องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในห้องพัก และในแต่ห้องพักก็จะมีเฟอร์นิเจอร์วางกองกันอยู่มุมห้อง

พี่โจเดินลาดตะเวนจากข้างล่างขึ้นข้างบน และเพื่อนเดินจากข้างบนลงข้างล่าง กลางคืนตึกก็จะเงียบมาก เวลาเดินก็จะได้ยินเสียงรองเท้าชัดเจน ปิดประตู เปิดประตูก็ได้ยิน เรียกได้ว่าแทบจะได้ยินเสียงทุกเสียงในตึกกันเลยทีเดียว

พี่โจก็เดินเปิดประตูวนไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นที่ห้า พอจะครบชั้นห้า พี่โจก็ได้ยินเสียงคนมาเปิดประตู ห้องที่แกตรวจแล้ว

 

แกก็เดินกลับไปดู

ไม่มีอะไร

 

จากนั้นแกก็ตรวจต่อ ได้ยินเสียงย้ายเฟอร์นิเจอร์จากห้องที่แกตรวจแล้วคราวนี้ อีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่คนละฟาก

แกหยุดส่องไฟฉายดู

แต่ไม่มีอะไร

 

 

แกเริ่มทำงานแกต่อ จากนั้นก็ได้ยินคนเปิดและปิดประตูอีกครั้ง

แกเข้าใจว่าเป็นเพื่อนแกมาแกล้งแน่นอน จึงส่องไฟดูอีกครั้ง

 

 

ปรากฎว่า ไม่มีอะไร ประตูปิดเรียบร้อยดี

 

 

แกกลับมาทำงานแกต่อเพื่อที่จะได้เสร็จชั้นห้านี้ซะที เสียงปิดประตูดังอีกครั้ง

แกแน่ใจว่าต้องเป็นเพื่อนแกแน่นอน แกจึงสบถเสียงออกไป

"เฮ้ย! เล่นเหี้ยอะไรของมึงน่ะ"

 

ทั้งตึก.......เงียบ.......

 

 

 

 

แกเปิดประตูห้องตรวจ ทำงานแกต่อไป

 

 

 

ทีนี้มีเสียงประตูปิดกระแทกเสียงดังก้องตึกไปหมด แกหันไปยังต้นเสียงทันที!!

 

 

ประตูทุกประตูที่แกได้ปิดมานั้นเปิดออก และปิดไล่มาทุกบาน ไล่มาจนห้องสุดท้ายที่แกเพิ่งตรวจไป!!!

 

 

 

 

 

 

 

freak the shit out!!!!

 

 

 

 

 

"แล้วพี่โจทำไงครับพี่" ผมถามด้วยความสงสัย

"กูเหรอ...หึหึหึ ใส่เกียร์หมา วิ่งป่าราบ กลับบ้านเลยว่ะ" พี่โจตอบพร้อมเสยผม

"พี่แม่ง แน่ว่ะ เป็นผมสลบคาที่แน่ๆ"

"วันต่อมา ไข้แดกเลยว่ะ พอหายไข้กูก็กลับไปโรงแรมอีกครั้ง" พี่โจเล่าอดีตให้ฟัง

"โห...พี่ยังกลับไปทำงานอีกเหรอ"

"ปล่าว กูกลับไปลาออก"

 

 

 

ส่วนตัวผมเองก็ไปพานพบมาเช่นกัน ครั้งนั้นผมทำงานที่โรงแรมในเชียงราย เป็นวันแรกที่มีการเข้ารอบยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นวันแรก และวิชัยได้เข้ารอบดึกเป็นคนแรกของประวัติศาสตร์โรงแรมด้วย

วันนั้นยังมีแขกมาพักจริงๆ แต่เป็นการให้พนักงานเริ่มปรับตัวในการเข้ารอบต่างๆ ผมจึงไม่ค่อยมีอะไรทำเท่าไหร่นัก พอสักตีสองหลังจากเข้าเวบสารพัดเวบแล้ว ผมก็เริ่มง่วง ทำไงดีล่ะ นอนดีกว่าครับ

วิชัยลากเก้าอี้อีกตัวมาพักเท้านอน.....

......

.....

.....

.....

.....

ไม่ไหววุ้ย ตูดคอยไหลอยู่เรื่อยเมื่อยคอด้วย

เอาขามาวางบนโต๊ะทำงาน เอาเสื้อกันหนาวคลุมหน้าแล้วนอน

.....

.....

..

....

......

.................

 

ไม่โอว่ะ...หายใจไม่ออก เมื่อยคอ   เดินไปปิดไฟ แต่สวิตซ์ไฟดันเป็นแบบปุ่มเดียวปิดทั้งห้องอีก....

ความง่วงมันเริ่มจู่โจมและเรียกร้องความสนองตอบทางร่างกาย

 

ตัดสินใจเดินไปล็อกประตู เคลียร์โต๊ะทำงาน ปิดไฟ และขึ้นไปนอนยาวบนโต๊ะทำงานซะเลย

ใช้ได้ว่ะ...แค่ไม่กลิ้งตกโต๊ะเป็นใช้ได้

พอสติเริ่มเข้าสู่ภวังค์หลับ ผมได้ยินเสียงคนเปิดประตูชัดเจน (ทั้งๆที่เราเป็นคนล็อกจากข้างในแล้ว)

เสียงร้องเท้ากระทบกับพื้นไม้ดังชัดเจน ค่อยๆใกล้เข้ามา จมูกผมเริ่มได้กลิ่นของผู้มาเยือน มันเป้นกลิ่นของเหงื่อ เหมือนคนที่พึ่งออกกำลังกายมา

ผมขยับตัวไม่ได้ ลืมตาไม่ได้ ได้แต่นอนฟังฝีเท้าของผู้มาเยือน

เสียงฝีเท้าค่อยๆเดินวนมาทางหัวผม  เป็นระบบเสียงสเตอริโอ ดอลบี้โปรโลจิก ไฮไฟ รอบทิศทาง

 

เสียงมาหยุดตรงข้างตัวผม ผมรู้สึกได้เลยครับว่ามีแรงดึงดูดของสิ่งอดีตมีชีวิตอยู่ข้างๆ ตอนนั้นเริ่มออกแรงขยับตัวให้ตื่นจากภวังค์ให้ได้ จนเกร็งกล้ามเนื้อเต็มที ผมจึงหลุดจากอาการจูออนนี้ได้

 

 

พอลืมตาขึ้นมา ตั้งสติไดเท่านั้นแหละ คุณเอ้ย

รีบไปหาไม้กวาดมากวาดออฟฟิศ ถูพื้น พร้อมกับคิดในใจว่า ผิดไปแล้วค้าบ!!!!!   ลูกช้างจะไม่หลับอีกแล้วค้าบ!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รู้หรือไม่: ในกรณีที่มีคนตายในห้องพักในโรงแรม พนักงานไม่สามารถไปแตะต้องอะไรทั้งสิ้น จนกว่าตำรวจและเพทย์จะมาวินิจฉัย

รู้หรือไม่: ในกรณีที่มีคนตายในห้องพักในโรงแรม ห้องๆนั้นจะถูกปิดไม่ให้คนพักเป็นเวลาอย่างน้อยก็หนึ่งถึงสามเดือน (ตามตำราว่ากัน) และห้องนั้นจะต้องเปลี่ยนผ้าม่านใหม่ และทาสีใหม่เลย (ถ้าไปพักที่ไหนแล้วรู้สึกว่าห้องเราใหม่กว่าห้องเพื่อนเราข้างๆ  หึหึหึ สันนิษฐานได้เลยครับ.....

รู้หรือไม่: อาจารย์การโรงแรมท่านหนึ่งสอนมาว่า จุดที่ฆาตกรมักจะเอาศพไปหมกซ่อนไว้ ไม่ใช่ในตู้เสื้อผ้าหรือห้องน้ำอย่างในหนังแต่จะเป็น...... ในบ็อกสปริง....บ็อกสปริงคืออะไร?

 

บ็อกสปริงก็คือ ฐานรองเตียงที่มีล้อเลื่อนๆนั่นแหละครับ เพราะฉนั้นต่อไป นอนโรงแรมไหนก็เสียเวลานิดหน่อย ยกตัวฟูกเตียงออกมาดูนิดนึง ให้แน่ใจว่าเราไม่ได้ถูกหวย มีอะไรหมกอยู่ข้างล่าง


เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

iannnnn


@nok:-

ไม่เคยกล้านอนโรงแรมคนเดียวเลย
ต่อให้ห้องสวยขนาดไหนก็เหอะ

สยอง.......




iannnnn

นอนแล้วหันไปมองคนข้างๆ ไม่สยองกว่าเหรอครับ

Soris0ri

Las Noches Rubicundior

น้องเข่มเข๊ม

เลวยั้นเงา

อู๋

เมื่อคืนโทรคุยกับน้องคนนึงเขาบอกว่าได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้แทรกมาจากเสียงผมด้วย :38: เป็นหลายทีแล้วด้วย

โทรศัพท์มันคลื่นแทรกใช่ไหมครับ :14:

psyfer

มีเกาะอยู่ที่โทรศัพท์อู๋  :12:

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

อู๋

คือว่ามาอยู่บ้านใหม่ยังไม่ได้จุดธูปไหว้เจ้าที่เลย จะเป็นอะไรไหมครับ :14:

iSharp

รับงานถ่ายภาพ
www.rpash.com

psyfer


Soris0ri

Las Noches Rubicundior

psyfer


อู๋

ประมาณ 6 โมงเย็นหมาจะหอนกันทั้งซอย พี่ที่มาคุมงานบอกเจ้าที่มาเดินดู :52:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines