:+: ถุงยางอนามัยในโรงเรียน :+:

เริ่มโพสต์โดย โก้, 16 ก.พ. 2006, 21:44 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

น้องเข่มเข๊ม

 :34:   เหอะ



คิดว่าเรารับวัฒนธรรมตะวันตกมามากเกินไปนะ

ดูสิ...ทั้งญี่ปุ่น  ฝรั่ง เกาหลี ฯลฯ เกลื่อนแผง

ไอ้เด็กที่มันดีดี ก็ดีจนน่าใจหาย

ไอ้เด็กที่แย่ๆ  เหรี้ยๆ แรด ๆ ก็เกลื่อนเมือง  :08:
เลวยั้นเงา

✌


iannnnn

อ้างคำพูดจาก: NanaMafia เมื่อ 17 ก.พ. 2006, 20:51 น.
เหอะๆๆ
ให้เลิกเรียน ควงเป็นคู่ๆ กดตู้ เข้าหอ
ปกติดีมั้ย :07:
อ้างคำพูดจาก: หนิงค่ะ เมื่อ 17 ก.พ. 2006, 20:54 น.
เห็นด้วยกับนานาค่ะ


:04:

แอ๊บแอ้

-นร.แถวบ้านต้องออกจากโรงเรียนเพราะท้อง
-เพื่อนร่วมรุ่นคนนึงไม่ได้เรียนต่อเพราะมันฟันหญิงแล้วป่อง
-ถ้าไม่ขายถุงยางก็คงต้องขายยาคุม
-ไม่ขายก็ได้เพราะแถวบ้านมีศูนย์เอดส์

✌

ที่7-11มีถุงยางก็สะดวกพอแล้ว

Zafire06

เซเว่นมันไม่ได้มีชุมอยู่ทุกที่เหมือนกรุงเทพฯนี่หว่า

ดาเฉยๆ

แต่ร้านขายยาก็มีทุกชุมชน

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 17 ก.พ. 2006, 10:24 น.
คุณหมอแมวอยู่ไหมครับ
เห็นว่าคุณหมอสนับสนุนไอเดีย
ผมเลยอยากทราบข้อดีของมันหน่อยจ้ะ
เผื่อว่าคนที่ทำงานใกล้ชิดกับโรงพยาบาลจะให้ข้อคิดที่น่าขบ

clearหัวใจกันสักนิด
เมื่อก่อนสมัยสัก4-5ปีก่อน ผมต่อต้านโครงการนี้มารอบนึงเพราะว่าเห็นว่า การปล่อยให้มีถุงยางในสถานศึกษา
- เป็นการสนับสนุนให้เด็กใจแตก
- ผิดจริต ลองนึกสภาพอาจารย์ตรวจกระเป๋าหาบุหรี่แต่ดันเจอถุงยางในกระเป๋านักเรียนหญิงแล้วนักเรียนบอกว่า"แล้วไง"
- คนที่ไม่เคยคิดอยากลอง ก็มาคิดอยากลอง

แต่เวลาผ่านไป ผมมาทำงานอยู่ในจุดนี้ ได้เจอภาพหลายๆอย่างที่ทำให้ต้องคิด
- ผมเพิ่งมาทำงานจังหวัดนี้ได้ไม่ถึง1ปี มีคนมาขอทำแท้งตรงๆกับผม 3 คน  น่าจะเกิน50ที่มาด้วยเรื่องทำแท้งเถื่อน (โดยเฉลี่ยสัปดาห์ละคน)
- อายุของเด็กที่ตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนใหญ่เป็นวัยทีน... บางคนมีโอกาสมีประจำเดือนได้แค่1ครั้งก็ท้องซะแล้ว
- เมื่อเช้า ผมตรวจคนไข้ใน ตอนนี้มีผู้หญิง2คน อายุ20ต้นๆกับ19 เป็นเอดส์! เป็นมาแล้วคนละ4-5ปี แปลว่าเป็นตั้งแต่อายุ14-15ปี
- ตอนที่ไปหาหอพักใกล้รพ.อยู่ เห็นชัดๆว่ามีเด็กนักเรียนเช่าอยู่ด้วยกันเต็มไปหมด(ครบทั้งมัธยมและสายอาชีพ ไม่ต้องแยกรร.เลย) ผมไปเดี่ยวๆไม่มีคู่นี่กลายเป็นของแปลกไปเลย
(เด๋วมาต่อ)
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

ความฝันกลางฤดูร้อน

#38
ตอนนี้สภาพทางสาธารณสุขไทย ไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อรองอะไรได้มากครับ เพราะมีปัญหาใหญ่ๆคือ
1. ท้องโดยไม่ต้องการมากขึ้น ซึ่งนำมาสู่ปัญหาการทำแท้ง
2. เอดส์ในวัยรุ่น

เมื่อ5ปีก่อน เคยมีการยกโครงการแบบนี้ขึ้นมาพูดครั้งนึง จำรายละเอียดไม่ค่อยได้เหมือนกัน แต่จำได้ว่าคนที่ยกแนวทางนี้ขึ้นมาโดนด่าเสียคนไปแล้ว
ครั้งนั้น มีแนวคิดให้ถุงยางแพร่หลายเพราะว่า แนวโน้มปัญหาท้องก่อนแต่งและเอดส์ กำลังเพิ่มสูงขึ้นในวัยรุ่น... ตอนนั้นแค่"กำลังเพิ่ม" นะครับ ยังไม่เยอะเท่าบัดนี้
แนวคิดนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า
- หากเริ่มโครงการ ต้องเริ่มทุกด้าน ต้องมีการบรรจุหลักสูตรสุขศึกษา เพศศึกษา ให้ทันต่อโลก  เพราะถ้าทำเดี่ยวๆ มันจะกลายเป็นยั่วยุไป
- ต้องมีการปรับความเข้าใจของคนเกี่ยวกับการท้องก่อนแต่งบ้าง ไม่ใช่ว่าท้องแล้วผู้หญิงซวยตลอดชาติ
- กฎหมาย จารีต เกี่ยวกับการมีsex ต้องปรับใหม่
- ตัวยั่วยุในสังคมต้องเอาออกไปให้หมด

แต่เวลาเสนอจริงๆ ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมออกมา ก็ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จับต้องได้............... แล้วใครจะทำ...........
เรื่องเพศ เรื่องsex เรื่องขนบธรรมเนียม มันก็เลยเหมือนเป็นเรื่องการสู้ศึกแบบแยกหมู่ หน่วยงานต่างๆในจังหวัดต่างก็ตั้งโครงการเล็กๆขึ้นมา ทำแบบแยกๆเป็นเอกเทศตามหน้าที่อำนาจที่ทำได้

ผ่านมา5ปี

ลองคิดตามผมหน่อยนะ
คิดว่าถุงยางในรร. เป็นตัวยั่วยุใช่ไหมครับ
- แล้วVCDคลิปต่างๆล่ะ (ไม่รวมVCDสนธิสโรชานะครับ นั่นไม่โป๊) ขายกันได้เกร่อ โดนจับไปทีก็กลับมาเปลี่ยนชื่อขายใหม่
-  หนังสือ แมกกาซีนทั้งหลายที่มีผู้หญิงแต่งตัววับแวม
- หนังสือพิมพ์ ก็ยังทำตัวเป็นrate R ต่อไป (ผู้ชายคนใดไม่เคยชักว่าวโดยใช้รูปจากหนังือพิมพ์โปรดแสดงตัวด้วย)
- ที่ปล่อยให้มีการจับมือถือแขนระหว่างเด็กชายและเด็กสาวน่ะ ยั่วยุยิ่งกว่าอะไรเสียอีก สมัยผมเด็กๆ ถ้าบังอาจไปจับมือถือแขนผู้หญิงนะ โดนตีก้นลายแล้วล่ะ
- เพื่อนที่เคยลองไปเที่ยวRCAสมัยยังดังใหม่ๆ กลับมาแล้วบอกผมว่า "กูจะไม่ไปที่นั่นอีกแล้ว" (มันเป็นเด็กดีครับ)

---------------------------------------------
อย่างที่บอกล่ะครับ ตอนนี้มันไกลเกินที่เราจะมาต่อรองแล้วล่ะครับ ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าเราปล่อยให้เรื่องแบบนี้เป็นไปโดยไม่แก้ไขอะไร
คนไข้ในรพ.1ใน3จะเป็นคนอายุต่ำกว่า25ที่เป็นเอดส์ระยะสุดท้าย
จะมีกรณีทำแท้งมากกว่าปัจจุบัน (ปัจจุบันมีการทำแท้ง4แสนครั้งต่อปี...ที่มาถึงรพ. ส่วนที่มาไม่ถึงมีอีกไม่รู้เท่าไหร่)
อีก5ปี ก็คงมีคนเสนอความเห็นนี้ใหม่ โดยที่มีเสียงคัดค้านน้อยลง ก็เหมือนตอนที่ให้ขายใน7-11แรกๆนั่นแหละ

จริงๆยังมีอีกหลายเหตุผลนะครับ แต่ว่าไม่ชัดเจน และต้องพอรู้จักระบบระบาดวิทยา สาธารณสุขเมืองไทย.. ก็จะรู้สึกเห็นด้วยมากกว่าต่อต้าน

ปล. ถ้าต่อต้านถุงยางนัก ทำไมยาคุมฉุกเฉินยังขายคู่กับหมากฝรั่งในร้านWatsonได้ล่ะครับ
ปอ. ใครที่บอกว่าแค่ร้านขายยากับ7-11ก็พอน่ะครับ นั่นมันกรุงเทพครับ ถ้าคุณอาศัยในต่างจังหวัด ออกมาจากรร.แล้วไปซื้อถุงยาง คุณอาจเจอ เพื่อนพ่อ เพื่อน คนข้างบ้าน คนที่รู้จักคุณ ขายถุงยางให้คุณเองก็ได้ แล้วปากคนน่ะ มันไวแค่ไหนคุณก็รู้ ... เด็กก็เลยชอบไปอะจึ๋ยกันโดยไม่ป้องกัน ดีกว่าให้มาเป็นขี้ปากชาวบ้าน
ปฮ. แล้วที่ประหลาด ตอนยังเรียน เจอคำนินทาว่าเสียตัวแล้วนี่เป็นเรื่องอับอายพ่อแม่วงศ์ตระกูล   แต่พอท้องแล้ว อุ้มลูกเดินไปโรงเรียน(แต่งชุดพานิชย์อุ้มลูกไปส่งอนุบาลก่อน) ไม่เห็นมีใครว่าอะไร
ปA. ยังไม่รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ แต่ผู้ป่วยเอดส์หลายคน รู้ว่าตนเองเป็น ยังไปมีแฟนใหม่ แล้วมีลูกด้วยกัน
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

saa3

เซเว่นหลังโรงเรียน (ตู) เลย  :34:

iannnnn

คุณหมอแมวครับ

เรื่องที่พูดมา เข้าท่าครับ เพราะมันคือของจริง ข้อมูลจริง
แต่ผมอ่านจบแล้วก็ยังไม่เห็นว่ามันจะต้องถ่อเข้าไปขายในโรงเรียนเลยนี่?
คือถ้าเรามองโดยมีจุดหมุนตรงที่ว่า เด็กมันไปไกลเกินกว่าที่เราจะคุมได้แล้วนั้น
จุดที่จะขายถุงยางมันน่าจะเอื้อต่อการเอากันของคนมากกว่าโรงเรียน
- เป็นหอพักแทนได้ไหม?
- เป็นโรงแรมแทนได้ไหม?
- เป็นร้านขายของชำได้ไหม? (อันนี้ผมว่าไม่ต้องขายหรอก รัฐเทงบมาเยอะๆ แล้วให้ร้านชำเป็นจุดแจกถุงยางเลย - เวิร์คมอร์)

คุณหมอครับ อีตอนหวยเถื่อนทั่วไทยน่ะ
คนธรรมดาสามัญที่เขาไม่นิยมเล่นหวย เขาก็รู้สึกว่าเฉยๆ
แต่พอรัฐบาลหมอแม้วขุดมันขึ้นมาแบบนดิน
เพื่อรผมทุกคน (ย้ำ) ก็รี่ไปซื้อหวยเลขท้ายกัน เพราะมันยั่วต่อมดี

กรณีของถุงยาง "ในโรงเรียน" (นี่คือประเด็น)
มันจะไปในรูปแบบเดียวกะหวยบนดิน (และบ่อนบนดิน เร็วๆ นี้ ..ชัวร์) ไหมครับ

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 20:10 น.

กรณีของถุงยาง "ในโรงเรียน" (นี่คือประเด็น)
มันจะไปในรูปแบบเดียวกะหวยบนดิน (และบ่อนบนดิน เร็วๆ นี้ ..ชัวร์) ไหมครับ
เป็นชัวร์ครับ จากที่ได้รับการประเมินกันมา เพราะมันเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นชั้นดี
ผมเลยบอกว่า ในการทำโครงการจริงๆ ต้องมีโครงการนโยบายอื่นๆ ไม่ใช่เอาเรื่องถุงยางมาส่งเสริมอย่างเดียว(แต่ไหงข่าวทำอย่างกับว่าจะเป็นแนวทางเดียวซะงั้น)
ถ้าส่งเสริมเอาถุงยางไปขายในรร. แล้วไม่ทำอย่างอื่น ตอบได้อย่างเดียวว่า "บรรลัย"

ส่วนที่ว่าเหมาะไหมที่จะขายในรร.
ทำไมไม่ขายที่โรงแรม หรือหอพัก

นั่นเพราะเด็กไทย  เอากันมีอะไรกันในหลายๆที่ ทั้งโรงเรียน โรงแรม(หายากมากๆโดยเฉพาะในต่างจังหวัด เพราะเข้าไปก็จำได้กันหมด) ป่า น้ำตก บ้านร้าง หลังคา(ดาดฟ้า)แฟลต โรงพยาบาล   ...
การแก้ปัญหาก็เลยเสนอว่าต้องขายในรร. และต้องขายในจุดที่มองเห็นได้พอสมควร
ไอ้การเอาไปติดในที่ลับตามากๆ ผลที่ออกมาแล้วก็คือ โดนงัดตู้ขโมยทั้งเงินและถุงยาง(เอาไปทำไรฟะ)

จะที่ไหนก็ได้ครับ แต่ขอให้เข้าถึงเด็ก และลับตาบ้าง........................

และที่สำคัญ ต้องรณรงค์ส่วนอื่นไปพร้อมๆกันตั้งแต่เด็กอยู่ประถม
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

หมีโหด*

ก็ดีกว่าการกวาดล้างหนังโป๊
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

ปู๊นๆ

อ้างคำพูดจาก: หมอแมว เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 17:52 น.
ตอนนี้สภาพทางสาธารณสุขไทย ไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อรองอะไรได้มากครับ เพราะมีปัญหาใหญ่ๆคือ
1. ท้องโดยไม่ต้องการมากขึ้น ซึ่งนำมาสู่ปัญหาการทำแท้ง
2. เอดส์ในวัยรุ่น

เมื่อ5ปีก่อน เคยมีการยกโครงการแบบนี้ขึ้นมาพูดครั้งนึง จำรายละเอียดไม่ค่อยได้เหมือนกัน แต่จำได้ว่าคนที่ยกแนวทางนี้ขึ้นมาโดนด่าเสียคนไปแล้ว
ครั้งนั้น มีแนวคิดให้ถุงยางแพร่หลายเพราะว่า แนวโน้มปัญหาท้องก่อนแต่งและเอดส์ กำลังเพิ่มสูงขึ้นในวัยรุ่น... ตอนนั้นแค่"กำลังเพิ่ม" นะครับ ยังไม่เยอะเท่าบัดนี้
แนวคิดนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า
- หากเริ่มโครงการ ต้องเริ่มทุกด้าน ต้องมีการบรรจุหลักสูตรสุขศึกษา เพศศึกษา ให้ทันต่อโลก  เพราะถ้าทำเดี่ยวๆ มันจะกลายเป็นยั่วยุไป
- ต้องมีการปรับความเข้าใจของคนเกี่ยวกับการท้องก่อนแต่งบ้าง ไม่ใช่ว่าท้องแล้วผู้หญิงซวยตลอดชาติ
- กฎหมาย จารีต เกี่ยวกับการมีsex ต้องปรับใหม่
- ตัวยั่วยุในสังคมต้องเอาออกไปให้หมด

แต่เวลาเสนอจริงๆ ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมออกมา ก็ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันที่จับต้องได้............... แล้วใครจะทำ...........
เรื่องเพศ เรื่องsex เรื่องขนบธรรมเนียม มันก็เลยเหมือนเป็นเรื่องการสู้ศึกแบบแยกหมู่ หน่วยงานต่างๆในจังหวัดต่างก็ตั้งโครงการเล็กๆขึ้นมา ทำแบบแยกๆเป็นเอกเทศตามหน้าที่อำนาจที่ทำได้

ผ่านมา5ปี

ลองคิดตามผมหน่อยนะ
คิดว่าถุงยางในรร. เป็นตัวยั่วยุใช่ไหมครับ
- แล้วVCDคลิปต่างๆล่ะ (ไม่รวมVCDสนธิสโรชานะครับ นั่นไม่โป๊) ขายกันได้เกร่อ โดนจับไปทีก็กลับมาเปลี่ยนชื่อขายใหม่
-  หนังสือ แมกกาซีนทั้งหลายที่มีผู้หญิงแต่งตัววับแวม
- หนังสือพิมพ์ ก็ยังทำตัวเป็นrate R ต่อไป (ผู้ชายคนใดไม่เคยชักว่าวโดยใช้รูปจากหนังือพิมพ์โปรดแสดงตัวด้วย)
- ที่ปล่อยให้มีการจับมือถือแขนระหว่างเด็กชายและเด็กสาวน่ะ ยั่วยุยิ่งกว่าอะไรเสียอีก สมัยผมเด็กๆ ถ้าบังอาจไปจับมือถือแขนผู้หญิงนะ โดนตีก้นลายแล้วล่ะ
- เพื่อนที่เคยลองไปเที่ยวRCAสมัยยังดังใหม่ๆ กลับมาแล้วบอกผมว่า "กูจะไม่ไปที่นั่นอีกแล้ว" (มันเป็นเด็กดีครับ)

---------------------------------------------
อย่างที่บอกล่ะครับ ตอนนี้มันไกลเกินที่เราจะมาต่อรองแล้วล่ะครับ ลองคิดดูนะครับ ว่าถ้าเราปล่อยให้เรื่องแบบนี้เป็นไปโดยไม่แก้ไขอะไร
คนไข้ในรพ.1ใน3จะเป็นคนอายุต่ำกว่า25ที่เป็นเอดส์ระยะสุดท้าย
จะมีกรณีทำแท้งมากกว่าปัจจุบัน (ปัจจุบันมีการทำแท้ง4แสนครั้งต่อปี...ที่มาถึงรพ. ส่วนที่มาไม่ถึงมีอีกไม่รู้เท่าไหร่)
อีก5ปี ก็คงมีคนเสนอความเห็นนี้ใหม่ โดยที่มีเสียงคัดค้านน้อยลง ก็เหมือนตอนที่ให้ขายใน7-11แรกๆนั่นแหละ

จริงๆยังมีอีกหลายเหตุผลนะครับ แต่ว่าไม่ชัดเจน และต้องพอรู้จักระบบระบาดวิทยา สาธารณสุขเมืองไทย.. ก็จะรู้สึกเห็นด้วยมากกว่าต่อต้าน

ปล. ถ้าต่อต้านถุงยางนัก ทำไมยาคุมฉุกเฉินยังขายคู่กับหมากฝรั่งในร้านWatsonได้ล่ะครับ
ปอ. ใครที่บอกว่าแค่ร้านขายยากับ7-11ก็พอน่ะครับ นั่นมันกรุงเทพครับ ถ้าคุณอาศัยในต่างจังหวัด ออกมาจากรร.แล้วไปซื้อถุงยาง คุณอาจเจอ เพื่อนพ่อ เพื่อน คนข้างบ้าน คนที่รู้จักคุณ ขายถุงยางให้คุณเองก็ได้ แล้วปากคนน่ะ มันไวแค่ไหนคุณก็รู้ ... เด็กก็เลยชอบไปอะจึ๋ยกันโดยไม่ป้องกัน ดีกว่าให้มาเป็นขี้ปากชาวบ้าน
ปฮ. แล้วที่ประหลาด ตอนยังเรียน เจอคำนินทาว่าเสียตัวแล้วนี่เป็นเรื่องอับอายพ่อแม่วงศ์ตระกูล   แต่พอท้องแล้ว อุ้มลูกเดินไปโรงเรียน(แต่งชุดพานิชย์อุ้มลูกไปส่งอนุบาลก่อน) ไม่เห็นมีใครว่าอะไร
ปA. ยังไม่รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ แต่ผู้ป่วยเอดส์หลายคน รู้ว่าตนเองเป็น ยังไปมีแฟนใหม่ แล้วมีลูกด้วยกัน




ขี้เกียจอ่าน มันเยอะจังอะ :08:

ความฝันกลางฤดูร้อน

อ้างคำพูดจาก: MOMOT@Ro เมื่อ 18 ก.พ. 2006, 20:50 น.


ขี้เกียจอ่าน มันเยอะจังอะ :08:
งั้นทีหลังจะซอยเป็นสามreply :22:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines