ระยะนี้อ่านหนังสืออะไรกันบ้างครับ

เริ่มโพสต์โดย ศจ.บิ๊ก ม. ยูชิเรี่ยน, 10 ส.ค. 2005, 23:07 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

蓝月 (lán yuè)

อ่านหนังสือจบไปแล้วเล่มนึง แล้วกำลังจะจบอีกเล่มนึงค่ะ

โลกจิต
สนุก!!
คือถ้าให้บรรยายความสนุกเนี่ย ก็คงเหมือนที่เค้าให้คำนิยมมานะ
พี่เค้าอธิบายเรื่องสมองได้ง่ายต่อความเข้าใจดีจริงๆ

ให้ :37: :37: :37: :37b:

โลกนี้มันช่างยีสต์
คนเขียนคนเดียวกันกะข้างบน (แทนไท ประเสริฐกุล)
ได้สัมผัสโลกจิตมาแล้ว พอมาอ่านนี่แล้วรู้สึกปรับโหมดไม่ทัน :41:
ก็ฮาดีค่ะ ว่าจะไปตามอ่านออนไลน์ด้วย

ให้ :37: :37: :37:


(ที่อ่านจบช้าเพราะหนีไปอ่านนิยายสลับเป็นพักๆ)
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

ม๊อบ

อ่าน 'Mimic เลียนแบบทำไม' รึยังครับ เป็นหนังสืออีกเล่มของแทนไทที่อ่านสนุกเหมือนกัน  :22:

(ของ openbooks)

(โลกจิตนี่หนาเกิน+กับอ่านในอะเดย์ไปแล้ว เพิ่มรูปมาหน่อยไม่อ่านก็คงไม่เสียหาย  :42:)




อ่าน 'ทีโรงภาพยนตร์ไกลบ้านคุณ' รอบ 2 อยู่ครับ อ่านได้เรื่อย เผื่อจะมี่โอกาสไปเบอร์ลินกะเค้าบ้าง  :08:

iannnnn

อ่านแล้วใน onopen.com ครับ (แน้ เกทับกันไปเกทับกันมา :30:)
ตอนนี้กำลังทยอยอ่านความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน 6 อยู่ ไม่รีบๆ


อ้อ เพิ่งอ่าน "สมควรตาย" ของศักดิ์สิริ มีสมสืบ จบเมื่อวาน
เป็นรวมเรื่องสั้นแนวเหยียดหยันโลก ที่อ่านแล้วรู้สึกทึ่งได้ทุกตอน
ไม่เสียชื่อซีไรต์เลยครับ :12:

❤ NoOIzY&Tad ❤

อ้างคำพูดจาก: แอน เมื่อ 13 เม.ย. 2008, 23:06 น.

อ้อ เพิ่งอ่าน "สมควรตาย" ของศักดิ์สิริ มีสมสืบ จบเมื่อวาน
เป็นรวมเรื่องสั้นแนวเหยียดหยันโลก ที่อ่านแล้วรู้สึกทึ่งได้ทุกตอน
ไม่เสียชื่อซีไรต์เลยครับ :12:

เนี้ยว่าจะสั่งเล่มนี้เหมือนกัน  :38:
★ .・。゜ïzY ™ ﺕ ❤ Loveable ☂
 ` Mode : รักเธอ *
T&I

8e88

#3619
หยุดสงกรานต์ ไม่มีอะไรทำ เลยซื้อหนังสือ-นิตยสาร มาอ่าน 4-5 เล่ม ....ก็มี นิตยสาร CG+ เล่ม10, Room เล่มล่าสุด
หนังสือก็มี เดินไปให้สุดฝัน ของ วินทร์ เลียววาริณ และอีก 2 เล่มก็คือ 30 วิธี เอาชนะโชคชะตา กับ Worldclass สร้างคนไทยไประดับโลก โดย: บัณฑิต อึ้งรังสี (วาทยากรระดับโลกชาวไทย)

สองเล่มหลังของ บัณฑิต อึ้งรังสี นี่พึ่งอ่านจบไป .....อยากจะบอกว่าอ่านจบแล้วโคตรเกิดไฟในการใช้ชีวิต เลยมาแนะนำให้ไปหาอ่านกัน  :12: ลองไปยืนๆอ่านกันดูก่อนก็ได้ หลายๆคนในนี้น่าจะชอบ โดยเฉพาะเล่ม Worldclass สร้างคนไทยไประดับโลก แค่คำนำนี่ก็โดนมากๆแล้ว

มีปกมาโพสหน่อยนึง...




แถมด้วยเนื้อหาเล็กๆน้อยๆ 5 ข้อจากทั้งหมด 36 ข้อในเล่มนี้

1.) หมั่นเขียนความฝันลงในกระดาษ Make a dream list.
หมั่นเขียนสิ่งที่เราต้องการในทุกๆเรื่องเก็บเอาไว้ ยิ่งเยอะยิ่งดี และอัพเดทมันบ่อยๆว่าสิ่งไหนทำได้สำเร็จไปแล้ว สิ่งไหนที่อยากจะได้มาเพิ่ม
บัณฑิตกล่าวว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดที่คนทุกคนจะมีความฝัน สิ่งที่ยิ่งใหญ่ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความฝันแล้วลงมือทำโดยที่ไม่ล้มเลิกกลางคัน

*** ข้อแตกต่างระหว่างคนที่ได้ความฝันเพราะเขียนฝันกับคนที่ไม่ได้ อยู่ตรงนี้

คนที่ไม่ได้: ผมอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
คนที่ได้: ผมต้องการมีตำแหน่งเป็น ..... ก่อนอายุ 30 ปี

คนที่ไม่ได้: ต้องการจะรวย มีเงินเยอะๆ
คนที่ได้: ก่อนอายุ 25 จะต้องมีเงินเก็บไว้ลงทุน ก่อร่างสร้างตัว เป็นจำนวน .... บาท

ความแตกต่างอยู่ที่การจำเพาะและเจาะจงรายละเอียด

2.) วิธีทำความฝันให้เป็นจริงเร็วขึ้น Speed up your dreams.
วิธีที่ว่าก็คือ "คิดและพูดถึงมันตลอดเวลา" เรียกง่ายๆก็คือการฝักใฝ่ เหตุผลมาจากกฎธรรมชาติของโลกที่ว่า "สิ่งที่คุณเพ่งความสนใจไป มันก็จะยิ่งเติบโตขึ้น" ยิ่งคิดถึงมัน ฝันถึงมัน บ่อยเท่าไหร่ สิ่งนั้นก็จะถูกดึงดูดเข้ามาตัวคุณมากขึ้นเรื่อยๆ และคุณก็จะไม่มีทางเลือกนอกจากเริ่มเดินเข้าไปหาความฝันนั้นๆ

3.) แซงหน้าฮีโร่ของคุณเอง Outdo your role model.
เป็นการดีที่เราจะมีฮีโร่ในดวงใจสัก 2-3 คนที่เขาทำสำเร็จในสิ่งที่เราใฝ่ฝันอยากจะเป็น
เป็นคนที่เราเลียนแบบวิทยายุทธ์มาแทบทุกกระบวนท่า แต่คำถามก็คือ "ทำไมหยุดแค่นั้นล่ะ" ทำไมไม่ตั้งเป้าให้ "แซงหน้า" เขาไปเลย ถ้าฮีโร่คุณทำสถิติความสำเร็จได้แค่ไหน มันจะน่าตื่นเต้นกว่าถ้าคุณตั้งเป้าให้สูงกว่าเขา จะทำ สิ่งที่คนอื่นเขาทำกันมาแล้ว ไปทำไม

4.) การเรียนรู้ จริงๆแล้วเป็นเรื่องสนุก Learning is fun.
คนที่เป็นเลิศในสาขาต่างๆจะมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้ ไม่ว่าจะจากหนังสือหรือประสบการณ์การทำงาน เขาจะรู้สึกว่าการเรียนรู้เป็นเรื่องสนุก
ยิ่งรู้ก็ยิ่งอยากเรียนมากขึ้น อยากพัฒนาตัวเองมากขึ้น ...ส่วนบางคนมักจะหนีและไม่พยายามที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองขาดหรือไม่ถนัด
การปรับเปลี่ยนแค่ ทัศนคติในการเรียนรู้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง

5.) รู้เป้าหมายชีวิตยิ่งเร็ว ยิ่งได้เปรียบ The advantage of speed.
ควรจะเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการทำในชีวิตอย่างใดอย่างนึง ไม่จำเป็นต้องรอถึงมหาวิทยาลัย ยิ่งอายุน้อยยิ่งดี เพราะยิ่งมีโอกาสมากขึ้น
การเรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการทำในชีวิต ทำให้เราสามารถโฟกัสรวมพลังทั้งหมดไปที่จุดเดียวได้ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาเรียนในสิ่งที่เราไม่ชอบที่ไม่มีผลต่ออนาคตเราเลย มีตัวอย่างมากมายในกรณีนี้ เช่น ไทเกอร์ วู๊ด รู้ว่าตัวเองถนัดกอล์ฟก่อนอายุ 10 ขวบ, เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ เป็นนักมายากลระดับโลกได้ตอนอายุ 21
ลองคิดดูว่าคนกลุ่มนี้มีแต้มต่อมากขนาดไหน คนอื่นที่จะมาเป็นคู่แข่งจะต้องมาวิ่งไล่ตามเขาหมด เป็นเพราะเขาเริ่มต้นได้เร็วกว่าคนอื่น

ยุนเอ



เดี๋ยวนี้หนังสือที่เกี่ยวกับ Law of Attraction มีเยอะมากกกกกกกกกก  :01:

กฎแห่งแรงดึงดูด เพียงคุณปรารถนา แล้วมันจะมาเอง  :37:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

ม๊อบ


โตน

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 14 เม.ย. 2008, 01:26 น.

เดี๋ยวนี้หนังสือที่เกี่ยวกับ Law of Attraction มีเยอะมากกกกกกกกกก  :01:

กฎแห่งแรงดึงดูด เพียงคุณปรารถนา แล้วมันจะมาเอง  :37:

น้องอ้อยจงมา :04:   น้องอ้อยจงมา :04: . .

:37:>
E entao pergunta Se eu estou em paz E eu digo sim, i feel wonderful tonight

蓝月 (lán yuè)

ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

roundbol123

:22: :47:

โตน



:31: ตอนนี้อ่าน blink อยู่ครับ

เคยมั๊ย ที่บางทีเรารู้ หรือ มีคำตอบในใจ ของอะไรบางอย่างจากระยะเวลาสั้นๆ โดยที่ไม่มีเหตุผลมารองรับคำตอบนั้นๆ ว่าทำไมเราถึงคิดแบบนี้
ความคิดแวบแรกนี้เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด แล้วเราจะควบคุมมันได้มั๊ย blinkพยายามจะอธิบายครับ



E entao pergunta Se eu estou em paz E eu digo sim, i feel wonderful tonight

เก้อ

หนังสือของคุณบัณฑิตเคยอ่านแล้วเหมือนกันครับ
แต่แค่บทเดียวนะครับ อ่านแล้วแทบวางไม่ทัน
จริงๆก็คาดไว้อยู่ว่าคงมีเนื้อหาทำนองนี้ แต่ก็อยากรู้ :30:

ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีอะไรนะครับ
แต่ผมแพ้วิธีคิดเพื่อประสบความสำเร็จ ฮาวทูๆ
ทำนองนี้มาก อ่านแล้วคันคะเยอมากๆ
คือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปแข่งขัน เอาชนะ
ไปต้องการอะไรต่อมิอะไรกันมากมายยังงั้น
แต่ก็เข้าใจนะครับว่ามันเป็นคำแนะนำที่ดี
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประสบความสำเร็จแบบนั้น
แต่คงไม่ใช่ผม :30:


I ROCK , THEREFORE I AM

บัวริมบึง

         จริงๆ แล้วอยากเป็นคนมีความมุ่งมั่นแบบนั้นนะคะ  รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์นิยมดี :52:

แต่ก็ไม่ค่อยมี  อาจเพราะจัดอยู่ในชนิด "ใฝ่สัมฤทธิ์ต่ำ"

ดังนั้นออกจะเห็นด้วยกับเก้อค่ะ :33:

          เพิ่งอ่าน "เด็กชายในชุดนอนลายทาง" ของ จอห์น บอยน์ แปลโดย วารี ตัณฑุลากร จบไปค่ะ

อ่านแล้วรู้สึกคล้ายเป็นอีกมุมของ แอนน์ แฟรงค์  เพราะคราวนี้เป็นเรื่องของเด็กชายชาวเยอรมัน

ที่แสดงความคิด ความรู้สึก การตั้งคำถาม  ในกรณีที่เขาต้องย้ายบ้านมาอยู่ในที่ๆ ไม่คุ้นเคย

รวมทั้งการแสดงความเห็นแบบเด็กๆ ที่มีต่อสงครามโลกครั้งที่สอง  และฮิตเลอร์ (โดยผู้เขียนใช้ตัวละครเป็นเครื่องมือ)

อ่านไปเรื่อยๆ พอถึงตอนจบก็ต้องอึ้ง... และ อึ้ง...  :05:

       (ไม่อยากสปอยล์ค่ะ ไปอ่านเองละกันเน้อ)


ยุนเอ



พึ่งอ่าน ญี่ปุ่นไม่มีขา จบ ครั้งที่สองครับ อ่านครั้งแรกไปแล้วแต่ลืม  :37:

อยากไปครับ ไปกันมั้ย  :25:

ด้วยงบสามพัน ทำลายสถิติกันไปเลย  :37: :37:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Ou!







โตเกียวก็พอมั้ง :37:



อ่าน มอง CEO โลก เล่ม 2

สนุกจัง น่าจะมีติดไว้ตามห้องสมุดโรงเรียนสักเล่มสองเล่ม


งบน้อย

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines