Project The artist

เริ่มโพสต์โดย PalmySyd, 23 พ.ค. 2013, 20:14 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

PalmySyd

โอเค....เดี๋ยววันนี้เจอเพื่อน ขออนุญาติเอาความเห็นไปแชร์ให้เพื่อนฟังด้วยนะคะ

มันต้องคิดให้รอบก่อนลงมือ โย่ว!

Earthchie

ยังไงก็ต้องมี server side อยู่ละ ก็ทำมันทั้งเว็บด้วยเลยครับ สนับสนุนอีกเสียง

ว่าแต่อันนี้จริงจังแค่ไหนครับ ไม่เห็นมีโมเดลการหาเงินเลย เพราะกว่าจะปั้นจนเสร็จก็เหนื่อยอยู่ คงลงทุนเกินคำว่าทำเล่นเยอะไปนิด
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

roundbol123

ในฐานะยูสเซ่อ เล่นเฟซบุคยังชอบเล่นเป็นเว็บมากกว่าเลยอ้ะ
บีฮ้าน พินเทอเรส มีเป็นแอปในมือถือหมดนะ แต่เปิดนับครั้งได้เลย
(มันดูรูปไม่ถนัด สามจีก็ว่องไวเหลือเกิน TT)

พี่ปาล์มสู้ๆเน่อ  :25: จะบอกว่าสนใจขายของแหละ
แต่ของยังไมไ่ด้สั่งทำเลย น่าจะได้ช่วงสิ้นเดือน  :3005:
:22: :47:

Layiji

อีกปัญหานึงของงานอาร์ตคือ ระวังความเกรียนขี้ก๊อบของคนไทยนะครับ


นักเขียนการ์ตูนรายปี

PalmySyd

อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 28 พ.ค. 2013, 22:07 น.
อีกปัญหานึงของงานอาร์ตคือ ระวังความเกรียนขี้ก๊อบของคนไทยนะครับ




นี่แหละเรื่องที่คิดไม่ตกค่ะ จะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรดี

ส่วนเรื่องการลงทุน...เพื่อนเป็นคนลงทั้งหมดค่ะ
ปาล์มเป็นกระบอกเสียงช่วยหาคนมาขาย
คอนเซปท์หาเงินคือ ให้ลงฟรี6เดือน-1ปีแรก
หลังจากนั้นน่าจะเก็เปอร์เซนต์ซักไม่เกิน10% ของยอดขาย
เก็บแบบเบาๆ ทำเอาความสุขค่ะ
แผนการเงินเขาบอกว่า "ผมรองรับได้ถึง4ปี...ถ้าเกินกว่านี้ยังไม่มีรายได้เข้าจากทางไหนเลยก็คงเจ๊งจริงๆล่ะ"

เชื่อว่าไม่เจ๊งค่ะ

ปาล์มมันก็พวกจับแพะชนแกะช่วยอะไรได้ก็ช่วย
ก็ว่าจะพาศิลปินทั้งหลายที่มีสินค้าเข้าคอนเซปท์กับทาง Mother museum ไปขายตามงานด้วยค่ะ
มันน่าจะเกิดเป็นโปรเจคต่อโปรเจคที่สามารถชื่อมโยงกันได้ค่ะ

น้องนานาๆๆๆ อยากเห็นของจากฝีมือนานา กรี๊ดๆ พี่เป็นติ่งแฟนคลับงานนานาล่ะ :25:

Vikz

ก็คงต้องจดลิขสิทธ์ทางปัญญาให้หมดทุกชิ้นงานมั้งครับ

น่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

:46:
There's only one "Jack Russell"

icez

ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่สร้างสรรค์ผลงานครับ การจดเป็นแค่การ "จดแจ้ง" เฉยๆ ว่าเราคิดมาเรียบร้อยแล้วนะ ขอเอกสารยืนยันหน่อย

Vikz

อ้างคำพูดจาก: icez เมื่อ 29 พ.ค. 2013, 12:29 น.
ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่สร้างสรรค์ผลงานครับ การจดเป็นแค่การ "จดแจ้ง" เฉยๆ ว่าเราคิดมาเรียบร้อยแล้วนะ ขอเอกสารยืนยันหน่อย

นั่นล่ะครับ ที่อยากหมายถึง แต่อธิบายไม่เป็น  :46: ขอบคุณไอซ์ครับผม  :52:
There's only one "Jack Russell"

Layiji

อันนั้นคือตัวกฎหมายครับ ซึ่งเกรียนมันไม่ค่อยสนไง

ประมาณนี้
คนไทยรึเปล่า คนไทยต้องมีน้ำใจแบ่งปันกันหน่อยยยยย  (สัด):59:
นักเขียนการ์ตูนรายปี

Earthchie

อย่าง deviant art นี่เค้ามีกลยุทธ์ยังไงอ่ะครับ น่าลอกมันมาแฮะ
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

Romzaikyu

เจ้านั้นนี่ได้ข่าวว่าเหรียนไทยลอกมากระจุย :30:

mr_tawan

แวะมาพูดถึงประเด็น แอพ vs เว็บ หน่อยนะครับ

แอพ ที่ย่อมาจาก Application นั้นเกิดมาก่อนหน้า Web นานมาก ตั้งแต่สมัยคนเริ่มเขียนโปรแกรมแทนที่จะเป็นบัตรเจาะรูโน่น (พระเจ้าเหาฮ่องเต้มหาราชที่ 12 เห็นจะได้) ที่เราเห็นในมือถือ หรือที่เรียกว่า Mobile App นั้นเกิดมาทีหลังก็จริงแต่ก็อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน แต่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเว็บมาก ส่วนเว็บนั้นเกิดจากตาทิม เบอร์เนอร์ส ลี แกอยากทำเอกสารให้มันเทพมากขึ้นก็เลยพัฒนา HTML ขึ้นมา และภายหลังก็เริ่มมีการเพิ่มความสามารถลงไปมากขึ้นเรื่อย ๆ

ความเห็นส่วนตัว ย่อหน้าข้างบนไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ ไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้น (แล้วจะเขียนทำไม?) คือ Mobile Application บนสมาร์ทโฟนหลากหลายยี่ห้อจะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นตัวคั่นกลางระหว่างยุคต่อไป ก็คือยุคของเว็บ แต่ โมแอพ (ย่อเป็นคนญี่ปุ่นเลย) ก็จะไม่หายไปง่าย ๆ เช่นกัน คือจริง ๆ เราอยู่ในยุคที่ HTML เองก็มีความสามารถมากเกินพอที่จะทดแทนงานที่สามารถทำบนเครื่องได้โดยตรงทั้งหมดอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าการเขียนเว็บแอพ (แอพมาอีกละ) มันยังยากกว่าและการใช้งานก็ยังคงกินเครื่องอยู่มาก ดังนั้นยุคของ HTML ล้วน ๆ ก็เลยยังมาไม่ถึง

ผมเชื่อว่า ถ้าเป็นตอนนี้ ควรจะทำทั้งสองอย่าง ทั้งแอพและเว็บ คล้าย ๆ Facebook หรือ Google+ อาจจะเป็น Social Network ที่เน้นการขาย/แสดงผลงานของตัวเองขึ้นมาสักตัวก็ได้ จริง ๆ ก็มีวิธีการเขียนเว็บและแอพโดยอยู่บนพื้นฐานของโค๊ดชุดเดียวกันอยู่ครับ (อย่าง http://phonegap.com) ไม่ต้องพัฒนาแยกกันอีก ก็น่าจะทำให้พัฒนาได้ง่ายกว่า
มาเยี่ยมชม blog ผมได้ที่ http://www.9tawan.com นะครับ :)

iannnnn

ตัวต้นขั้วมันโอเคนะครับ แต่พอ compile ออกมาเจอเรื่อง fragmentation ก็ยากหน่อย ที่จะเอาใจคนทุก OS ทุกแพลตฟอร์ม
หรือแม้แต่แพลตฟอร์มเดียวกัน อย่างแอนดรอยด์นี่ก็เป็นที่รู้กันว่าปัญหาเยอะฉิบหาย
ในขณะที่คนเขียนเว็บ (เหมารวมถึงพวก HTML เพียวๆ ด้วยละกัน) นั่นแค่ดักอะไรนิดหน่อยก็ทำงานในมือถือทุกค่ายทุกสัญชาติแล้วครับ

ในห้าปีนี้คิดว่าเราจะได้เห็นเว็บที่ค่อยๆ ทำได้มากขึ้น จนมาทดแทนแอป
และไอคอนของแอปก็จะเป็นแค่ shortcut ไปโผล่เข้าเว็บ (แบบ Firefox OS) มากขึ้นเรื่อยๆ ตามที่เทคโนโลยีจะอำนวยครับ

เทอร์โบบูสเตอร์

อำนวยกำคราด อำนาจกำใคร
กาก

Earthchie

อ้างคำพูดจาก: mr_tawan เมื่อ 30 พ.ค. 2013, 02:24 น.
จริง ๆ ก็มีวิธีการเขียนเว็บและแอพโดยอยู่บนพื้นฐานของโค๊ดชุดเดียวกันอยู่ครับ (อย่าง http://phonegap.com) ไม่ต้องพัฒนาแยกกันอีก ก็น่าจะทำให้พัฒนาได้ง่ายกว่า

phonegap (แถม titanium อีกตัว) นี่มันดีที่มัน port ไปหา mobile plateform อื่นๆ ได้ง่าย แต่ web plateform ผมว่าไม่ใช่ละ
คือถึงจะใช้สกิลด้านการทำเว็บมาพัฒนาได้ (ประหยัดเวลาเรียนรู้) แต่ยังไงก็ต้องพัฒนาแยกกับเว็บครับ

แถมแอพพวกนี้ไม่ตอบโจทย์ 100% เพราะตัวเฟรมเวิร์ค phonegap เองก็มีปัญหาของมันเหมือนกัน (ช้า, custom ได้ไม่ละเอียด)
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines