Alsmile ช่วงปิดเทอม

เริ่มโพสต์โดย Akar, 27 ต.ค. 2011, 14:52 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Akar

#30
ประมาณ(รูปแบบ) 40 กว่าตัวได้ (ไม่นับ Regular กับ Bold)

แต่ยังไม่พร้อมปล่อย ขอตรวจสอบความผิดพลาดของการพิมพ์ด้วยตนเองก่อน

คือหากมองเห็นว่า ยังเห็นว่าสามารถทำต่อไปได้อีกก็จะยังไม่ปล่อย จนกว่าจะไม่สามารถทำต่อ ๆ ไป หรือพอใจแล้วจึงค่อยปล่อย

ประมาณว่าเห็นพื้นห้องน้ำลายเดียวกลายเป็นตัวหนังสือได้ 30 กว่าสไตล์ในแผ่นเดียว พอพูดถึงใครจะจดจำได้ทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับคนนั้น


นี่ละที่มันจะกลายไปเป็นฟอนต์สไตล์ฮิปฮอปในไม่เร็ว เฮ้ย...ช้า


เราก็รู๋...รู้ ว่าต่อให้เราออกแบบฟอนต์ได้มากแค่ คนส่วนใหญ่ก็ยังใช้ Angsana, Cordia, Tahoma, Time Roman อื่น ๆ ที่ติดมากับคอมพ์
คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือฟอนต์  :08:
ต่อให้บัญญัติให้ใช้ฟอนต์ TH Sarabun แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ใช้ ต่อให้เป็นฟอนต์ฟรี โบราณมาก  :47:
เช่นกัน เราปล่อยฟอนต์ให้ใช้ฟรี ๆ คนก็ยังยินดีจะจ่ายสตางค์ เพื่อซื้อฟอนต์มาใช้อยู่ดี  :43: (จุดตัดอยู่ที่คำว่าเชี่ยวชาญ มาตรฐาน)

หาคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องฟอนต์นั้นก็ยังยาก  :07:
เหมือนกัน คนที่ได้ใช้ฟอนต์ฟรี ก็ยังมีส่วนน้อยที่เห็นคุณค่าของมัน  :05:

จะเห็นได้ก็แต่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟอนต์เท่านั้น
ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกนักออกแบบ พวกรับงานทำป้ายโฆษณา พวกทำเสื้อขาย (ใครหว่า  :30:)
และพวกเรื่องมากกับงานศิลป์เป็นต้น (เออ...มีคำว่าเป็นต้นได้แสดงว่า พูดได้ครบหมดแล้ว :30:)

เออ...ไม่เห็นมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลวงพี่เลยนี่หว่า... :07:
มองเห็นอนาคตของการจะได้ใช้อยู่ไกลลูกตา แต่ก็มายุ่งกับเรื่องพวกนี้  :38:

ข้อดีของก็อยู่ที่คำว่า "ศิลปะไม่มีวันตาย : FONT IS FOREVER"
วันไหนเบื่อ ๆ นึกจะวาดรูป ก็ไม่ได้เรียนมา ๑ ไม่มีอุปกรณ์ ๑ ไม่รู้จักว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง ๑ ไม่มีความจำเป็นจะได้ใช้ได้ขาย ๑ ไม่ได้เป็นคนที่วาดโมนาลิซ่าเป็นคนแรก ๑
ครั้นจะนั่งสมาธิก็ ต้องเรียน ๑ เสียงรอบข้างเนืองหู ๑ ต้องดูแลลูกเณร ๑

รู้จักแต่จะวาดในฉ๊อบก็เบื่อ ไม่มีคนจะนำไปใช้ให้ภูมิใจได้ตลอดกาล
ทำฟอนต์เพราะคิดว่า คนตายฟอนต์ยังอยู่(ถ้าไม่ Format เครื่องหรือลบทิ้ง)



คนที่เป็นเซียนคอมพ์มีอีกเยอะ แต่เขาไม่ใช้เวลามานั่งทำตรงเรื่องแบบนี้ เฮ้อ....มนุษย์
อยากเรียนให้มันจบ ๆ ทำงานเสร็จ ๆ จะได้เสด็จกลับบ้านเกิดเสียที

เริ่มเบื่อการเมือง เบื่อความเป็นคนเมือง
เบื่อชีวิตแบบสังคมเมืองที่เรียกว่าทันสมัย แต่มองยังไงก็ยังตามกระแส

อยากกลับบ้านนอกแล้ว หนีเข้าถ้ำแล้วล่ะ

อึม....ยิ้มข้าไว้ ชีวิต  :52:

sometimes you need to let things go.

Romzaikyu

40 กว่า  :07:
มากกว่าแอนนนนนกับอีป๋าเลย์รวมกันอีก  :3005:

iannnnn

แว้ก แล้วแต่ละตัวไม่ได้เขี่ยๆ แบบของผมด้วยนะครับ :3005:

Akar

อย่าเพิ่งตกใจ หลวงพี่ยังไม่ได้ปรับให้สมบูรณ์

มันยากตรงที่การปรับและใส่เทคนิคลูกเล่นและรายละเอียดของลายเส้นนี่ละ

ถึงยังไม่พร้อมปล่อยไง

ป๋าเลย์กับป๋าแอน (ตกลงเขาป๋าอะไรกัน  :30:    คำว่าป๋าในภาษาลาวแปลว่าไม่ใส่อะไรเลย  :30: :30: :30:)
สองท่านนี้มีความเก่งกล้าสามารถ อันตัวข้าพเจ้านั้นเป็นแต่เพียงผู้ใฝ่ใจในศิลปะ หาใช่ผู้อาจสามารถไม่

ป๋าเลย์ยังไม่ยอมปล่อย ฟอนต์จระเข้ฟาดหาง กับฟอนต์ อัศจรรย์ มาให้ชื่นชมเลย
รอ..


:52:
sometimes you need to let things go.

Akar

บ่ายวันนี้จะกลับกรุงเทพแล้ว

เอาตัวที่กำลังทำอยู่ให้ดูชื่อฟอนต์ Alsmile Dhammatipataya (ธัมมาธิปไตย์)






ดู ก. กับ ร. ไปก่อน
ยังทำไม่เสร็จ เพิ่งทำเมื่อเช้านี้เอง
:52:



sometimes you need to let things go.

JΛNΣ

อ้างคำพูดจาก: Alsmile เมื่อ 01 พ.ย. 2011, 14:29 น.
อย่าเพิ่งตกใจ หลวงพี่ยังไม่ได้ปรับให้สมบูรณ์

ขนาดนี้แล้วยังไม่สมบูรณ์อีกเหรอครับ  :3005:

Akar

อ้างคำพูดจาก: JanΣ เมื่อ 02 พ.ย. 2011, 10:16 น.
ขนาดนี้แล้วยังไม่สมบูรณ์อีกเหรอครับ  :3005:

ใช่แล้วครับ ถ้าชอบความก้าวหน้าในงาน เราก็จะมอง(ตรวจสอบ)หาความบกพร่องของงานอยู่นั่นละครับจนกว่าจะแน่ใจได้ว่าเราพอใจ

มันไม่มีงานไหนง่าย ถ้าใส่ใจในรายละเอียดและโครงสร้างเพื่อการพัฒนา

ชีวิตมันสามารถเติมเต็มให้ได้เสมอละครับ ขึ้นอยู่ว่าเราจะรู้จักคำว่า "พอ" ได้เมื่อไหร่

ความพอใจมันขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแต่ละตน ซึ่งคนเรามักมีมาตรฐานในการทำงานไม่เหมือนกัน

ปกติชอบทำอะไรอยู่ในมาตรวัดสูงสุดที่ 5 ระดับ ส่วนตัวจะชอบให้อย่างต่ำคือ 4 ครับอย่างมากก็ที่สุดละครับ

เพราะฉะนั้นถ้าเป็นงานที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่อยากจะทำเท่าไหร่นัก ถ้าอาจทำบ้าง

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็น

ยิ่งถ้าร่วมแสดงความคิดเห็นมากเท่าไหร่หลวงพี่ก็มีแนวโน้มจะปล่อยให้ไปใช้ฟรีได้มากฟอนต์เท่านั้น

ฉะนั้นพวกที่ไม่แสดงความคิดเห็นอะไรหลวงพี่ก็ไม่รู้ว่าเขาสนใจ เขาให้ความสำคัญกันหรือปล่าว

เท่าที่ผ่านมาก็มีมาแสดงความคิดเห็นกันน้อยมาก นับได้ประมาณไม่ถึงกี่สิบคนเลย

เพราะฉะนั้นหลวงพี่ก็ถึงไม่ค่อยอยากจะปล่อย เพราะเหตุนี้แหละครับ


ดู น. อีกตัวครับ





:52:
sometimes you need to let things go.

Akar

sometimes you need to let things go.

Akar

ยังตั้งชื่อฟอนต์ไม่ได้ถูกใจ เซฟ เป็นชื่อไว้ว่า Alsmile Dek Dashing



ใครจะช่วยตั้งชื่อลองเสนอมาดูนะครับ




:52:




sometimes you need to let things go.

Akar

 :01: ไม่มีใครแสดงความคิดเห็น มันก็ดีเหมือนกันน่ะเนี้ยะ  :30: :30: :30:

wi. มาบ้างไม่มาบ้าง จะโหลดงานก็ยาก เฮ้อ... :59:

กลับมารอน้ำได้สองวันแล้ว ไม่เห็นจะมาเลย เริ่มเบื่อจะรอคอยอีกล่ะ

หนีขึ้นไปตากหมอกลมที่เลยอีกดีมั๊ยเนี้ยะ


มันต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ มันต้องดีขึ้น ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ อึม...  :52:



sometimes you need to let things go.

Romzaikyu

วิจารณ์ไม่ถูกน่ะครับ ยิ่งให้ตั้งชื่อนี่ยิ่งมึน  :30:

จะให้ชื่อดัดจริตก็กระไรเลย  :30:

Akar

#41
ทำไทยเสร็จแล้ว เหลือตัว Eng. ลองฟรีวิวให้ดู




:30: :30: :30: :30:



ไม่ได้ว่ากระทบใคร แค่พิมพ์ไปงั้น ๆ  :30:


ตอนนี้ทำสลับไปสลับมาระหว่าง Dashing กับ Dhammatipataya

เป็นการเพิ่มงานให้สมองได้ฝึกการจำแนกแนกแยะระหว่างอารมณ์สมถะเรียบง่ายกับอารมณ์ปล่อยวาง

เพราะเวลาใดที่ทำแต่อารมณ์เดียวมันจะเบื่อง่าย สมองจะทำงานได้ไม่คล่อง ต้องให้สมองมันสับสนนิดหนึ่ง

เรียกว่ามีความขัดแย้งอย่างเหมาะสม จะได้ไม่ง่วง และก็ดึงศักยภาพในการทำงานของสมองมาใช้


หลังจากไปพักผ่อนใจสบายอารมณ์ พาลูกเณรทำวัตรนั่งสมาธิกับอากาศหนาวสายลมเย็นที่เลยมาหนึ่งอาทิตย์

รู้สึกดีขึ้นมาก แต่มาเริ่มเบื่อ ๆ รอดูน้ำนี่ละ


รู้สึกการตั้งชื่อยากกว่าการลงมือทำฟอนต์อีกเน๊อะ  :30:




เอาล่ะลืมวัดก่อน อุ่ย...จำวัดก่อน อ้าว wi. ไม่มาแง้ก ๆ ๆ ๆ  :08:


มาล่ะ ไปดีกว่า....


sometimes you need to let things go.

Romzaikyu


iannnnn


Akar

 :44: เหนื่อยเอง เหนื่อยใครเหนื่อยมัน ไม่ต้องมาแบ่ง

จะเหนื่อยเป็นของตัวเอง

:52:

หลุด..ไหนแล้วอีโมแป่ว ๆ หาไม่เจอ เอาหน้าดำไปก่อนละกัน  :47:

สลบแล้ว พรุ่งนี้ตอนเช้า ลูกศิษย์มาเคาะประตูตั้งแต่ตีห้า ไม่รู้จะมาเคาะทำไม

จะออกบินก็หกโมง เดี๋ยวไม่ออกลานบินให้มันอดซะดีมั๊ย

:40:
sometimes you need to let things go.

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines