จินไตย-จินตนาการและความรู้

เริ่มโพสต์โดย Earthchie, 07 ก.ย. 2008, 12:01 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Earthchie

อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 19:12 น.

ก่อนอื่น เรามักจะเรียกชื่อกันผิดๆ เป็น สัมพันธภาพ(สำพันทะพาบ) จริงๆแล้วคือ สัมพัทธภาพ(สำพัดทะพาบ)
มันต่างกันนะครับ เพราะจะออกทะเลได้เลยถ้าเข้าใจชื่อผิด
คือ การวัดผลอะไรก็ตามต้องวัดผลด้วยอะไรเทียบเคียงเสมอ
เช่น เราวัดความสูงด้วยไม้เมตร ถนนยาวด้วยหลักกิโลเมตร ที่1ได้เพราะมีที่2
เราไม่สามารถวัดผลอะไรด้วยการเอาตัวเองมาเป็นมาตราวัด(เพราะสุดท้ายตัวเราก็ต้องเอาสักอย่างที่เข้าใจมาวัด)



เสริมตรงนี้ให้อีกนิดครับ

สัมพันธภาพ => สัมพันธ์ => สัมพันธ์คือเกี่ยวข้องกันครับ
สัมพัทธภาพ => สัมพัทธ์ => สัมพัทธ์คือการเปรียบเทียบครับ

สัมพัทธภาพจะเป็นการอธิบายโดยนำมาเปรียบเทียบกัน เช่นความเร็วรถของเรา กับความเร็วรถที่สวนไป เป็นต้น

ซึ่งที่พี่แน็คบอกว่าเรียกชื่อผิด ความหมายก็ผิดเพราะ เรามาเอาเปรียบเทียบ ไม่ได้ บอกว่ามันเกี่ยวข้องกันเลยครับ
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

Earthchie

#91
ทีนี้ เมื่อมีการเปรียบเทียบเช่น

สมมติเราขับรถอยู่ด้วยความเร็ว 80 km/hr และรถอีกเลน วิ่งสวนมาด้วยความเร็ว 50 km/hr

เราจะเห็นรถที่สวนมาวิ่งด้วยความเร็วเท่าไหร่?

ความเร็วที่เราเห็นต้องเท่ากับ ความเร็วรถเรา + ความเร็วรถที่สวนมา ถูกมั๊ยครับ คือ 80+50 = 130 km/hr



แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราอยู่เฉยๆ เราจะวัดความเร็วแสงได้ประมาณ 299,700 km/s (สองแสนเก้าหมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยกิโลเมตรต่อวินาที)

ถ้าเราขับยานสวนทิศทางของแสงด้วยความเร็ว 1,000 km/hr 

เราควรจะวัดความเร็วของแสงได้เท่ากับ 299,700+1,000 = 300,700  km/hr


แต่ปัญหาคือ มันไม่ใช่ แสงกลับมีความเร็วเท่าเดิมเสมอ ไม่ว่ากรณีใดๆ :07:  ได้ไงเนี่ย



จึงมีคนพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย และมีทฤษฎีหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยอมรับ

นั่นคือ การยืด-หด ของเวลา และ ขนาดวัตถุ ซึ่งกล่าวไว้ว่า

ถ้าวัตถุมีความเร็วมาก วัตถุก็จะยิ่งมีขนาดหดลง และเวลาของวัตถุนั้นก็ยืดออก เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
(นี่ไง เปรียบเทียบแล้ว เกิดการสัมพัทธ์กันแล้ว) <= เริ่มเห็นไอเดียของสัมพัทธภาพหรือยังครับ

//เล่าไม่จบ

คือ เวลาจะยืดออกไป และขนาดหดลง อย่างสัมพันธ์กัน(อันนี้สัมพัมธ์จริงๆ)

สัมพันธ์กันแบบไหน?

สัมพันธ์กันแบบที่จะทำให้ความเร็วแสงเท่าเดิมในทุกรณี
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

蓝月 (lán yuè)

เคยเขียนอธิบายสัมพัทธภาพเชิงนามธรรมไปด้วยที่บล็อกล่ะ :37:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Earthchie

 :25:  พี่เดือนเขียนเข้าใจง่ายมากมายเลยครับ โหวตๆ
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

หนุ่ม

เย่ เย่ ฟิสิกส์
เดี๋ยวมาคุยด้วยคนครับ :22:

ขอตามอ่าน+รื้อสมองก่อน :42:
Reading Learning & Sharing

แน็ก

อ้างคำพูดจาก: MoonShines เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 00:10 น.
เคยเขียนอธิบายสัมพัทธภาพเชิงนามธรรมไปด้วยที่บล็อกล่ะ :37:
เขาเรียกว่า เชิงปรัชญา นะผมว่า (ไม่เกี่ยวกับสิงห์โต)
เป็นเรื่องปรกติที่เราจะเอาทฤาฏีทางฟิสิกส์มาปรับให้เข้ากับระบบความคิดครับ
ฟิสิกส์ก็เป็น วิชาๆ นึงซึ่งต้องนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน(แต่ที่เรียนๆมาดันเป็นหลักการเพื่อไปต่อยอดซะงั้น ล้มเหลวครับการศึกษา)
ไม่แปลก ๆ (ผมจบรัฐศาสตร์ นะ ไม่เกี่ยวฟิสิกส์เล้ย  :08:)


อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 12 ก.ย. 2008, 23:46 น.
แสงกลับมีความเร็วเท่าเดิมเสมอ ไม่ว่ากรณีใดๆ

เพราะแสงเป็นคลื่น และ อณุภาค ในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่เขาว่าไว้อย่างนี้
แต่ที่เคยอ่าน เขาว่า ถ้างั้นแสงก็ไม่ใช่ คลื่น ไม่ใช่อณุภาค ด้วย
กลับเป็นอย่างอื่นที่เรายังไม่มีอะไรมารองรับสมเหตุสมผลมากกว่า
เราแค่เอา คลื่น และ อณุภาค ไปเปรียบเทียบกับมันเท่านั้น เป็นคิดจะให้เป็นคลื่นก็เป็น เป็นอณุภาคก็เป็น
ว่ากันว่าถ้าเราไขความลับว่าแสงคืออะไรกันแน่ได้ ประตูสู่การเดินทางแบบวาร์ปก็ไม่ไกลเกิน
เพราะเหมือนกับว่า แสงคือร่องรอยของมิติที่เหลือทั้ง7
เคยมีคนคิดว่าแสงคือมิติอีกมิตินึงในตัวด้วยซ้ำ เหมือนเวลา แต่ทว่าความลึกลับยังมีตามมามากมาย
แสงเหมือนจะเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ทว่าเมื่อนิยามลงไปจริงๆ กลับติดปัญหาว่า
แสงนั้นจะนับที่เรามองเห็นด้วยอย่างเดียวหรือไม่ มีรังสีแม่เหล็กไฟฟ้ามากมายที่เรามองไม่เห็น
จะระบุว่าเป็นแสงหรือ ดูเหมือนว่าแสงที่เรามองไม่เห็นนี้เมื่อเอามาชี้ให้ชัดว่าแสงคืออะไร
กลับพบว่าอาจเป็นอย่างอื่นได้มากกว่ารังสีแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงอาจเป็นตัวที่เชื่อมต่อและตัดขาดระหว่างเรากับมิติอื่นๆ เป็นรอยเลื่อนของมิติ

http://www.youtube.com/watch?v=oRWwI61so5Q
อีกหนึ่ง ไทม์ แมชชีน

แสงคืออะไร?(ไม่เกี่ยวกับ แสงหนึ่งคือรุ้งงาม นะ อย่าตอบงั้นเชียว)
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

หนุ่ม

แสงมีพฤติกรรมเหมือนทั้งคลื่นและอนุภาค แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นพวกไหน
เพราะมีคุณสมบัติบางอย่างยังขัดแย้งกัน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นที่เรายังไม่รู้

เดิมที ไอแซก นิวตัน บอกว่าแสงเป็นอนุภาค (แต่ผมยังหาไม่เจอว่า เค้าใช้การทดลองอะไรมาอ้าง)
ต่อมา โธมัส ยัง บอกว่าแสงเป็นคลื่น เพราะการทดลองที่ให้แสงผ่านสลิตคู่
แล้วเกิดการแทรกสอด ซึ่งตรงกับคลื่นที่มีคุณสมบัติเรื่องนี้เหมือนกัน

แต่ ไอน์สไตน์ ก็ทำการทดลองเรื่องโฟโตอิเล็กตริกขึ้นมา
พบว่าแสงเป็นก้อนพลังงานโฟตอน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นอนุภาคอีก

สรุปว่าแสงคือ?

:08:
Reading Learning & Sharing

蓝月 (lán yuè)

อ้างคำพูดจาก: EaRthCh!E* เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 00:47 น.
:25:  พี่เดือนเขียนเข้าใจง่ายมากมายเลยครับ โหวตๆ
พี่มีความรู้สึกว่า ถ้าอธิบายว่าสัมพัทธภาพคือในกรณีความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง
จะมีการยืดหดแบล็บๆ ของความยาวเอย มวลเอย เวลาเอย
อันเนื่องมาจากการเทกลิมิตเข้าสู่ศูนย์ของพจน์นี้แบล็บๆ

มันดูน่ายี้อ้ะ คิดเอาเองนะ :37:

ตอนเรียนโมเดิร์นก็เจออาจารย์อธิบายแบบนี้แหละ :05:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

Earthchie

อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 00:59 น.

ว่ากันว่าถ้าเราไขความลับว่าแสงคืออะไรกันแน่ได้ ประตูสู่การเดินทางแบบวาร์ปก็ไม่ไกลเกิน
เพราะเหมือนกับว่า แสงคือร่องรอยของมิติที่เหลือทั้ง7
เคยมีคนคิดว่าแสงคือมิติอีกมิตินึงในตัวด้วยซ้ำ เหมือนเวลา แต่ทว่าความลึกลับยังมีตามมามากมาย
แสงเหมือนจะเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ทว่าเมื่อนิยามลงไปจริงๆ กลับติดปัญหาว่า
แสงนั้นจะนับที่เรามองเห็นด้วยอย่างเดียวหรือไม่ มีรังสีแม่เหล็กไฟฟ้ามากมายที่เรามองไม่เห็น
จะระบุว่าเป็นแสงหรือ ดูเหมือนว่าแสงที่เรามองไม่เห็นนี้เมื่อเอามาชี้ให้ชัดว่าแสงคืออะไร
กลับพบว่าอาจเป็นอย่างอื่นได้มากกว่ารังสีแม่เหล็กไฟฟ้า
แสงอาจเป็นตัวที่เชื่อมต่อและตัดขาดระหว่างเรากับมิติอื่นๆ เป็นรอยเลื่อนของมิติ



ผมเคยได้ยินทฤษฎีนึง เค้าสมมติฐานว่าตัวกลางที่แสงใช้ในการเคลื่อนที่ อยู่ในมิติอื่น

น่าคิดดีครับ

อ้างคำพูดจาก: หนุ่มน้อย เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 01:30 น.
แสงมีพฤติกรรมเหมือนทั้งคลื่นและอนุภาค แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นพวกไหน
เพราะมีคุณสมบัติบางอย่างยังขัดแย้งกัน หรืออาจจะเป็นอย่างอื่นที่เรายังไม่รู้

เดิมที ไอแซก นิวตัน บอกว่าแสงเป็นอนุภาค (แต่ผมยังหาไม่เจอว่า เค้าใช้การทดลองอะไรมาอ้าง)
ต่อมา โธมัส ยัง บอกว่าแสงเป็นคลื่น เพราะการทดลองที่ให้แสงผ่านสลิตคู่
แล้วเกิดการแทรกสอด ซึ่งตรงกับคลื่นที่มีคุณสมบัติเรื่องนี้เหมือนกัน

แต่ ไอน์สไตน์ ก็ทำการทดลองเรื่องโฟโตอิเล็กตริกขึ้นมา
พบว่าแสงเป็นก้อนพลังงานโฟตอน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นอนุภาคอีก

สรุปว่าแสงคือ?

:08:

นิวตันไม่ได้ฟันธงครับว่าแสงเ็ป็นอะไร แต่เหมือนเค้าจะเอนไปทางอนุภาคครับ

คนที่บอกว่าแสงเป็นอนุภาคน่าจะเป็นไอสไตน์(ใช่มั๊ยเอ่ย) จากเรื่องโฟโตอิเลกทริค

คือเค้าสมมติให้แสงเป็นโฟตอนจะได้อธิบายได้ง่ายหน่อยครับ



สรุปว่าแสงที่ยอมรับตอนนี้เป็นไปได้ทั้งอนุภาคและคลื่นครับ แล้วแต่จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

แน็ก

เมื่อ10ปี ที่แล้ว (ดีเลย์ข่าวฟิสิกส์อีกแล้ว)
มีการทดลองนึง ให้อะตอมปล่อยแสงออกมา ไปทางตรงข้ามกัน
ไม่ว่าเราทดลองอย่างไรกับตัวนึง อีกตัวนึงจะเป็นไปตามนั้นด้วย
เหมือนกับว่ามันมี "สัมพันธ์" กันมากกว่าความเร็วของมัน

อีกกรณีนึง
นำอะตอมคู่มา อะตอมเมื่อสลายจะปล่อยแสง
ปรากฎว่าเมื่อตัวนึงสลาย อีกตัวก็สลายตาม
ก่อนที่แสงจะไปถึงเสียอีก "สัมพันธ์" กันไวกว่าแสง

แสดงว่า มี "อะไร" ที่เร็วกว่าแสง
เราเข้าใจแบบชาวบ้านๆว่า "ความผูกพัน"  :25:

ใครจะไปแปลเป็นปรัชญาชีวิตก็เอาเลยจ้า อะไรที่มีขึ้นมาแล้วย่อมถูกทั้งหมด(กฎฟิสิกส์)
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

iannnnn

โอ๊ะ นี่แตกหน่อมารึเปล่าเนี่ย :55:

Earthchie

#101
ครับ




คุยอะไรกันต่อดี  :30:

พันธ์ทิพก็คุยเรื่องหลุมดำกันนะครับ (เหรอ)  :07:

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6982247/X6982247.html
ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

แน็ก

 :31: อ่าว กรรม เราสรุปกันเองก็ได้ว่า แสงคืออะไร ไม่มีถูกไม่มีผิด
แต่ต้องสมเหตุสมผล (เรื่องเอาไปพิสูจน์ทดลองน่ะ เกินกำลัง)
เพราะว่าประเด็นหัวใจหลักคือ เราไม่ได้มาเรียน แต่เราจะมาจินตนาการอย่างมีเหตุผล

คุยไรงั้นรึ

แสงคืออะไร?
ควอซ่าร์คืออะไร?
หลุมดำ ดำจริงเหรอ?
หลุมดำดู แน่ใจได้ยังไงว่ามีหลุมออก?
พี่แน็กหล่อไหม?
อะไรที่จะตามมาหลังการทดลอง LHC ?
ทำไมต้องรู้สึกว่า ฟิสิกส์ เป็นส่วนนึงของชีวิตประจำวันเรา?
เล็กกว่า อนุภาคฮิกก์ มีไหม?
เขาจะรักหนูหรือเปล่า?
เอิรธ์เป็นหล่อหรือไม่ ? จงอธิบายตามหลักฟิสิกส์
ทำไมเราถึงไม่หลุดลอยไปหาดวงอาทิตย์ ดาวหางยังโคจรไกลแสนไกลยังโดนเลย ?
รู้ไปทำไรให้ดีขึ้น ?
ยักษ์ในบอร์ด อาศัยกฎฟิสิกส์ข้อใด ?

ฯลฯ

ส่วนผมถ้านึกออกก็เล่าเลย ไม่ต้องห่วง นี่ก็ยังนึกๆอยู่  :37:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

Earthchie

#103
อ้างคำพูดจาก: แน็ก (T^T) เมื่อ 13 ก.ย. 2008, 04:18 น.
เอิรธ์เป็นหล่อหรือไม่ ? จงอธิบายตามหลักฟิสิกส์

จากการทดลองที่พื้นผิวหน้าของเอิร์ธแล้ว การวิเคราะห์ทิศทางการหักเหของรังสีตกกระทบ

สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้สัดส่วนตามอัตราส่วนทองคำ ซึ่งได้มีการทำวิจัยแล้วว่า เป็นโครงสร้างรูปหน้าที่มีความหล่อเหลาเป็นอันดับต้นๆ

ภาพโครงสร้างหน้าและความสัมพันธ์แบบอัตราส่วนทองคำ

ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ด้วยสมการเดอะวิทรูเวียนแมน ของเลโอนาโด ดาวินชี นักฟิสิกส์ นักจิตรกรรม และนักปรัชญาทียิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 15

และเมื่อพิสูจน์หาค่าหักเหของกาลอวกาศแล้ว พบว่าอันที่จริง อวกาศได้มีความโค้ง 1.783%

จึงได้มีการคำนวณโดยใช้ทฤษฏีสัมพัทธภาพ เพื่อค้นหาโครงสร้างของหน้าที่แท้จริง

ซึ่งผลที่ได้ออกมาอย่างน่าตกตะลึงว่า อันที่จริง ใบหน้าของเอิร์ธไม่เพียงหล่อเหลาเป็นอันดับต้นๆ แต่นับได้ว่าหล่อเหล่าที่สุดเลยก็ว่าได้  :56:

ชื่อ Earth ครับ เรียกเอิดก็ได้ | Earthchie's Blog

แน็ก

#104
^
^
:01: ....


หมอแมว - "ไอ้แอนพูดจริง"
ไอ้แอน - "หมอแมวพูดโกหก"

หมอแมวพูดจริง - ไอ้แอนพูดโกหก - หมอแมวพูดไม่จริง หรือ หมอแมวโกหก
หมอแมวพูดจริง - หมอแมวพูดโกหก
หมอแมวพูดโกหก - ไอ้แอนพูดจริง - หมอแมวพูดจริง
หมอแมวพูดโกหก - หมอแมวพูดจริง

หมอแมวพูดจริง = หมอแมวพูดโกหก

ไม่รู้จะเขียนอะไรมันไม่มีประเด็นน่ะ
เอาเป็นให้ใครที่หลงเข้ามาตอนนี้ลองคิดหาประเด็นขึ้นมาแล้วกัน
ไม่ต้องยึดติดว่าต้องชัวร์ต้องใช่ (มันชัวร์มันใช่ อยู่แล้ว)

เล่าให้ฟังแล้วกัน
หลังจากนี้ในปี 2012 มนุษย์ชาติอาจได้ตื่นเต้นอีกครั้งหลังจาก CERN
LISA (Laser Interferometer Space Antenna)
คือ เครื่องตรวจแรงโน้มถ่วง จะถูกส่งขึ้นไปสู่อวกาศ เพื่อตรวจแรงโน้มถ่วงอวกาศ
สำหรับบางคนคง งง มีแรงโน้มถ่วงด้วยเหรอในอวกาศ?
เห็นนักบินอวกาศในทีวี สารคดี ลอยตุ๊บป่องๆ นี่น่า
แถมยังเรียกว่า สถาพไร้น้ำหนัก อีก จะมีได้ไง

เออ นั้นแหละ มันมี แต่มีน้อยมากๆ ก่อนอื่นทำความเข้าใจก่อนว่า
ในเอกภพเราเนี้ยแทบไม่มีที่ๆ มัน "ว่าง" อยู่เลย
อวกาศ แค่ไม่มีบรรยากาศแบบโลกเราเท่านั้น
แต่เป็น "บรรยากาศ" อีกแบบนึง นอกดาว
เราต้องเปรียบว่า โลกเราน่ะเป็นฟองสบู่หุ้มหิน ข้างนอกโน้นถึงจะเรียกว่าของจริง

ดาวเทียมตรวจแรงโน้มถ่วง เกิดมาจากที่ความตริงที่ว่า เราแทบไม่รู้อะไรเลยเรื่องแรงโน้มถ่วง
ในทั้งหมด 4 แรง (โน้มถ่วง,แม่เหล็กไฟฟ้า,นิวเครียเข้ม,นิวเครียอ่อน)
ดาวเทียมจะมี 3 ดวง ส่งขึ้นไปให้อยู่ห่างกัน 5 ล้านกิโลเมตร
ความสามารถของมัน สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงได้ถึง ระดับอะตอมลงไป10เท่า
มันโคจรรอบดวงอาทิตย์

หลักๆ คือตรวจหาเศษเสี้ยวของบิ๊กแบง

แล้วเราจะได้อะไรจาก LISA
แน่นอนล่ะชาวเน็ต ย่อมได้เทคโนโลยี่อินเตอร์เน็ตใหม่ๆ ที่เร็วแรงขึ้นกว่าเดิม
โดยการพัฒนา LISA นี้ช่วยให้การประมวลผลต่างๆในคอมพ์ดีขึ้น และจะได้นำมาใช้กัน
อาจจะ เกิด คอมพ์พิวเต้อร์ เร็วกว่านี้ ช่วยให้คุณส่งภาพโฮโลแกรมไปยังอีกซีกโลกด้วย
ความเร็วสูงจนไม่ต่างจากตัวคุณที่นั่งที่บ้าน อีกทั้งการจุข้อมูลที่กระโดดข้ามไปกว่าปัจจุบัน บางเล็ก
และอีกมากมาย ซึ่งมาจากความเป้นไปได้ในการทดลอง LISA
แน่นอนว่า คนไทยก็ต้องซื้อเทคโนโลยี่นี้ในราคาแพง ต่อไป (เห็นใจเขาเถอะกว่าจะได้ต้องลำบากขนาดไหน)

คอมพ์รุ่นล่าสุดวันนี้ จะถูกมองเป็นขวานหินของลิง2ขา ทันที

จริงๆแล้วโครงการระดับโลกทุกอย่างมักให้ผลพัฒนาแก่ทุกเทคโนโลยี่ (ทุกอย่างว่างั้น)

หมดมุกแล้วว่ะ  เริ่มเล่าอนาคตแล้ว อีกหน่อยคงเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ลงบอร์ด :30: :39: :39:
ไม่ว่าคุณจะรอบรู้ เก่งกาจ กล้าหาญ เท่าไหร่ ก็ไม่มีค่าอะไร ถ้าไม่มีใครรักคุณ

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines