แด่เด็กมัธยม

เริ่มโพสต์โดย roundbol123, 01 ส.ค. 2008, 16:53 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

เก้อ

#885
อ้างคำพูดจาก: Pix เมื่อ 22 เม.ย. 2010, 00:25 น.
เด็กๆจ๊ะ มีแนวทางการตามหาตัวเองมาฝาก เผื่อจะช่วยได้

ตอนนี้พวกเราอาจจะคิดว่าสาขานั้นเรียนอะไร สอนอะไร ซึ่งบางทีเราก็ชอบไปหมดทุกอย่าง

อยากให้ลองมองดูการทำงานของอาชีพต่างๆ ซึ่งระยะเวลามันนานกว่าตอนเรียนหลายเท่านัก

เช่น

อาชีพหมอ
อย่างหมอแมว ต้องอดทน ทุ่มเทกับคนไข้ ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนที่แน่นอน - เราเป็นแบบนั้นทั้งชีวิตได้ไหม

อาชีพสื่อสารมวลชน
อย่างลุงร่ม ต้องหาอะไรใหม่ๆตลอด ต้องติดต่อ ประสานงากับคนมากมาย - เราเป็นแบบนั้น ได้ไหม

อาชีพออกแบบ
อย่างหลายๆคน (ใครดีละ) ต้องทำงานไปเสนอลูกค้า ซึ่งบางทีต้องทนรับรสนิยมของเค้าด้วย
แม้จะห่วยแตกก็พูดไม่ได้ แต่เค้าคือคนจ่ายเงิน เราก็ต้องยอม งานออกแบบมันไม่มีไม้บรรทัดวัดว่าตรงไหนถูกตรงไหนผิด
ไม่มีกราฟประเมินคะแนนที่ตายตัว - เราทนแบบนี้ได้ไหม



น่าจะต้องตอบโจทย์ตัวเองก่อนว่าเราเป็นคนยังไง



// พี่แก่ป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร แต่เริ่มรู้บ้างแล้วว่าอะไรที่ไม่ชอบ

ผมว่าอันนี้น่าจะเป็นกรอบในการหาคำตอบที่ดีสำหรับนานานะ
เพราะว่า คำถามของนานามันลึกลงไปเรื่องรายละเอียดแล้ว
กรอบมันแคบเข้ามาแล้วล่ะ แต่มันต้องรู้ถึงรายละเอียดมากสักหน่อย

จริงๆวันก่อนนู้น ที่แว้นมอไซค์ไปไอเบอรรี่กับนานา
ก็บอกไปบ้างบางส่วน ขอขยายต่อ อย่างตัวผมปัจจุบันก็ทำงานด้านสื่อสารมวลชน
ทำรายการ และก็ทำอาร์ตไดเร็ั่กชั่น กำกับศิลป์ กำกับเรื่อง เขียนบท คิดคำ
จัดตารางศิลปิน กราฟิกบ้าง เขียนภาพประกอบบ้าง โมชั่นบ้าง
กำลังจะเขียนแปลข่าวให้เวบแห่งหนึ่ง ที่นึกออกก็เท่านี้

จะเห็นได้ว่าความถนัดของเรา มันจะนำพามาซึ่งงานเอง คนอื่นๆก็เหมือนกัน ไม่ใช่แค่เรา
ดังนั้นนานาไม่ต้องห่วง เรารู้เลยว่าอนาคตของนานา ได้ทำทั้งหมดที่นานาชอบแน่ๆอยู่แล้ว

ทีนี้ปัญหามันจึงอยู่ที่ว่า อะไรจะช่วยเราได้สูงสุดล่ะ อะไรที่จะเป็นรากฐานที่ดีที่สุด
ในการจบไปทำอะไรก็ตามที่เราถนัด -ซึ่งได้ทำหมดแน่ๆอยู่แล้ว-
อย่างเราเรียนมาด้านศิลปะ ซึ่งก็ไม่ใช่เพียวอาร์ตหรอก ไอ้ศิลปะ-ออกแบบ ที่เราเรียนนั่น
มันมีให้เรียนเรื่องการนำความสามารถทางศิลปะ มาทำงานด้านสื่อสารมวลชนอยู่แล้ว
ทีสีสรุ่นเรา สิบห้าคนที่ทำพวกคาบเกี่ยวกับนิเทศศาสตร์นี้นี่ล่ะ
มีทั้งเป็นอนิเมชั่นเป็นเรื่อง ไตเติ้ลเกมส์(คนที่ทำอันนี้ไปทำงานที่สิงค์โปร์ด้วย)
หนังสั้น มิวสิควิดีโอ และมีหลายอันที่ได้ออกอากาศจริง และหลังจากจบมา
หลายคนก็มาทำงานกำกับมิวสิควิดีโอ และบางคนก็อยู่ในเอเจนซี่ กำลังฝึกฝนเพื่อเป็นผู้กำกับโฆษณา
และรุ่นนน้องรุ่นพี่อีกหลายๆคน ก็ทำงานด้านภาพยนต์ ผู้กำกับโฆษณาดังๆก็มาก
ผู้กำกับหนังดังๆก็มาก อย่าง อุ๋ย นนทรีย์ , วิศิษฏ์, พี่คำป้อนผู้กำกับก้านกล้วย
และอื่นๆที่ไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างแต่ในแวดวงถือว่าเป็นรุ่นใหญ่ที่รู้จักกันดีมากมาย

สรุปว่าเรียนด้านออกแบบแบบที่เราเรียน คือออกแบบนิเทศศิลป์
มันคาบเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนตรงๆอยู่แล้ว คือขาข้างนึงยืนอยู่ที่สื่อสารมวลชน
แต่อีกขาข้างนึงยืนอยู่ในพื้นที่ของศิลปะ ว่ายังงั้น เพียงแต่ว่าตอนเรียน
สิ่งที่จะได้เรียน มันจะอยู่ในพรมแดนศิลปะสัก 70% ล่ะมั้ง
ส่วนเรื่องเขียนบทถ่ายทำ ถ่ายรูป ทฤษฎีภาพยนต์ กฏ 180 กฏ 3 องค์ อะไรทั้งหลาย ก็มีเรียนทั้งนั้น
เพียงแต่มันเป็นสื่อสารมวลชน/นิเทศศาสตร์ ที่ตัดเรื่องของศาสตร์นี้ด้านวิธีคิดออกไป
เช่น เรื่องของจริยธรรม, จรรยาบรรณสื่อ หลักการของสื่อ หลักการของข่าว ฯลฯ
หรือด้านที่แตกแขนงออกไปอย่างเรื่องการทำข่าว, ประชาสัมพันธ์, วารสารศาสตร์
คือว่า เราเอามาแต่วิธีการ เอามาแต่แง่ของโปรดัคชั่นล้วนๆ

อันนี้ว่าด้วยรายละเอียดล้วนๆเลยนะ ส่วนเรื่องแนวคิด
ก็คงอย่างที่เคยบอกนานาวันนั้น แต่อันนี้มันเป็นมุมมองส่วนตัวของเราจริงๆ
เราเห็นว่า ช่วงเวลาที่เราจะสามารถเรียนรู้ และปลูกฝัง"ราก"วิธีคิดอะไรสักอย่างลงไปในตัวเราจริงๆจังๆ
ได้ทดสอบ ฟันฝ่าด่านแนวคิดต่างๆ มันก็คือช่วงเวลา 4 ปีของปริญญาตรีนี่เอง
ไม่สำคัญว่าหลังจากนั้นเราจะไปทำอะไร หรือจะกลายเป็นเก่งด้านไหน
แต่"ราก"นั้น จะถูกปลูกในช่วงนี้ และสำหรับเรา เราเห็นว่าศิลปะ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของมนุษย์
และของชีวิตเรา เราเข้าใจว่าด้านสื่อสารมวลชนก็มีแง่มุมที่มหัศจรรย์ของมัน
แต่ยังไง เราก็รู้สึกว่า ศิลปะ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นแกนที่สำคัญที่สุด
ไม่ว่าเราจะไปทำงานอะไรที่ห่างไกลจากที่เราเรียนมาแค่ไหนก็ตาม

พูดง่ายๆว่ามันใช้ได้กับทุกสิ่ง ไม่ต้องกับการทำงานก็ได้
กับการดูหนัง ฟังเพลง การรับรู้ในสิ่งต่างๆรอบตัว แม้แต่การเมืองที่เราชอบบ่นนั่นก็ด้วย
เรารับรู้มันผ่านกรอบและมุมมองของศิลปะทั้งหมด

มีเวลาพิมพ์แค่นี้ นึกอะไรอื่นได้พอสมควร จะมาพิมพ์ใหม่ :37:

// มาแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อกี้รีบไปนิด :37:









I ROCK , THEREFORE I AM

Piix

 :25:

อาจารย์เก้อ


อีกอย่างนึงที่เราอยากให้เก้อเป็นมากๆเลย ก็คือวิทยากร แนะแนว จิตวิทยา

เก้อดูเป็นคนเขียนอะไรแล้วน่าสนใจ เหมาะแก่การชี้ให้เห็นทางสว่าง


ยุนเอ



มีตติ้งเด็กมัธยมมัยพี่เก้อ  :25:
เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Zafire06


Vee

อะไรของพี่บอยเนี่ย 55

roundbol123

 :46: โฮ๊ส
เกรดออกแล้วแต่แม่ขี้เกียจไปเอา
ลุ้นๆ   :08:
:22: :47:

มุก ฉึกฉึก ,"}

สวัสดีค่ะ

อยากถามพี่ๆ เรื่องการสอบ แกทกับแพท
ปกติแล้ว มุกเห็นพี่ๆ ม.๕ และ ม.๖ สอบกัน เพื่อใช้คะแนน นำไปเข้ามหาวิทยาลัย

แต่ไม่เคยเห็น คนที่เรียน ปวช.ไปสอบกันเลย
(ตอนนี้ มุกเรียน ปวช.อยู่จ๊ะ)
เลยอยากสอบถามพี่ๆว่า คนที่เรียน ปวช. สามารถไปสอบ แกทกับแพทได้หรือไม่
หรือต้องดูจากที่เรียนด้วย


ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบค่ะ
^^

ning❤

ตอนแรกอยากเข้านิเทศ ต่อมารัฐศาสตร์ ต่อมานิเทศ ต่อมารัฐศาสตร์
ตอนนี้ยังคงหยุดอยู่ที่รัฐศาสตร์
แค่รู้สึกว่านิเทศไม่เหมาะกับบุคลิกภาพอย่างเรา
รัฐศาสตร์น่าจะเหมาะกว่า  :58:
<3.

roundbol123

ปวช น่าจะสอบได้น้ะ  :27:






เกรดตกอะนิดนึง 3.73  :08:
:22: :47:

Zafire06

 :05:

เลือกกันเข้าไป ชีวิตตู  :05:

@HappyFreedom

ตัวเองอยากเข้าสายวิทยากการคอมพิวเตอร์ หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับเว็บไซต์หรือกราฟฟิค ดีไซน์

แต่ดันไม่เก่งวิทยาศาสตร์กับคณิตสาสตร์ เลยต้องระเห็จไปเรียนสายเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่โีรงเรียนจัด

ไม่รู้จะได้เข้าตามที่ฝันไว้หรือเปล่าเนี่ย  :08:
แค่เด็กที่รักคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง...ก็เท่านั้น

ณัฏฐ์

งั้นนิเทศ-ถาปัตย์
ไรทำนองนั้นดีกว่าครับ
สายที่เกี่ยวข้อมันมีอยู่

ยืนยันว่า เลขและฟิสิกส์โหดมาก :05a:(ไม่น่าจะเป็นแค่ ม.พี่ด้วย โดนกันหมดแหละ)

ning❤

อ้างคำพูดจาก: นานาาา เมื่อ 29 เม.ย. 2010, 23:25 น.
ปวช น่าจะสอบได้น้ะ  :27:






เกรดตกอะนิดนึง 3.73  :08:

กรี๊ดดดดดดดดด
นี่ตกแล้วช้ะ  :07:
<3.

Layiji

#898
เชียร์สื่อสารมวลชนจ้ะ  :30: :30:

เน้นด้านสาขาภาพยนตร์เลยแล้วกันนะ

แน่นอนว่าไม่ได้เรื่องอาร์ตเลย  :30: :30:
แต่ตัวงานมันต้องให้ทำแน่นอน แล้วนานามีฐานอยู่แล้ว ต่อยอดได้ไม่ยาก
แต่ตัวที่ยากคือวิธีคิด หลักการเขียนบท ตัดต่อ มันไม่ใช่แค่ดูหนังแล้วทำได้เลย
ต้องผ่านกระบวนอะไรซักอย่างก่อน ซึ่งมันไม่ค่อยมีสอนกันข้างนอกเท่าไหร่
DVD tutorial ก็ไม่มี

แต่ด้วยงาน และเพื่อนๆที่เรียนในมหาลัยด้วย  นานาจะมีประสพการณ์ในการออกกองตั้งแต่ปี 2 (หรือตั้งแต่ปี 1 เลยด้วยซ้ำ)

ซึ่งไอ้ออกกองเนี่ยแหละ มันไม่ใช่เรื่องของคนๆเดียวแล้ว เสกลมันจะใหญ่ขึ้น มีนักแสดง ทีถ่าย ทีมบท แม้ว่าตอนเรียนจะง่อยๆหน่อย
แต่ได้พื้นฐานและประสบการ์ณตรงนี้แต่เนิ่นๆ พอเข้าไปทำงานในแวดวงถ่าย - กำกับโฆษณา มันเร็วกว่า
เวลาเรียนก็เรียนเรื่องทฤษฎีการทำหนัง เขียนบท เขาวิเคราะห์หนัง กันตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรกของโลก (อ.เขาหามาได้ไงก็ไม่รู้)
ศาสตร์ทางนี้ไม่ได้สอนเรื่องอาร์ตมาก แต่สอนเรื่องคน ทำไงให้เขาเล่นได้อย่างที่ต้องการ ดีลงาน ติดต่อสถานที่
ฯลฯ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ช่วยผู้กำกับ ก่อนจะเป็นผกก. โฆษณา และต่อยอดเป็นผกก.หนัง



แต่ถามว่าจบด้านออกแบบมาแล้วทำงานด้านนี้ได้มั้ย แน่นอนได้เหมือนกันจ้ะ
อ้าว  :30:





นักเขียนการ์ตูนรายปี

เฟิร์ส

#899
รายละเอียดค่าเล่าเรียนต่าง ๆ ในแต่ละคณะสามารถตรวจสอบดูได้จากเว็บไซต์นี้ครับ http://www.gotouni.mua.go.th/ การวางแผนเพื่อ ศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ลองดูครับ

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines