แด่เด็กมัธยม

เริ่มโพสต์โดย roundbol123, 01 ส.ค. 2008, 16:53 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

PalmySyd

อ้างคำพูดจาก: นิ้ง เมื่อ 05 เม.ย. 2011, 12:34 น.
คะแนนโอเนตออกเรียบร้อย

ตอนนี้เข้าสู่ช่วงเลือกคณะ :05:

ในใจตอนนี้ ไม่การตลาด ก็ วารสาร

ซึ่งทั้งคู่มีโอกาสติด อยู่ที่ว่าเราจะเอาอะไรไว้ก่อน

เดจาวูอ่ะ

ตอนพี่อยู่ม.6 ก็ลังเลงี้เลย
ต่างกันที่ตอนนั้นพี่ได้โควต้าการตลาดแล้วล่ะ แต่ในใจตอนนั้นคิดว่าอยากเรียนนิเทศจุฬา ไม่ก็วารสาร
ความคิดมากมายมันวิ่งวนในหัวเรา สับสน+แรงกดดันรอบข้าง
ตัดสินใจแบบตัดรำคาญไปว่าเอาโควต้าการตลาดนี่หล่ะ
พอผลคะแนนออก...น่าจะเลือกวารสารนะ (สมัยนั้นให้สอบ2รอบ)
สับสนๆๆ คิดวนไปเวียนมา เถียงกันเองในหัวทั้งวัน

สุดท้ายขี้เกียจคิดไรมาก+แรงกดดันรอบด้านให้เลือกการตลาด เลยเอาโควต้าการตลาด
พอได้เรียนแล้วนึกเสียดาย น่าจะเลือกสิ่งที่ใจอยากมากกว่านะ
การที่จะเรียนในสิ่งที่ไม่ได้อยากจะเรียนมากมันทำให้ความตื่นตัวลดลง ความขี้เกียจมีมากขึ้น ความกระตือรือร้นในการเรียนหายไป ถ้าไม่คุมสติบังคับตัวเองให้รับผิดชอบและตั้งใจกับมันก็มีสิทธิ์เตลิดเปิดเปิงไปมาก ครั้นจะทำมันให้ได้ดีเพราะขึ้นหลังเสือมาแล้วก็ต้องบีบคั้นตัวเองสุดเช่นกัน


ตอนนั้นคิดว่าถ้าได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนชีวิตวัยเรียนคงสนุกกว่านี้


พูดเหมือนผ่านมานาน....(มันก็นานจริงๆแหละ)



ถามนิ้งว่า ชอบเป็นพ่อค้าแม่ค้ารึป่าว? การตลาดมันเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการค้าขาย
เรียนมา4ปี ทฤษฎีทั้งหมดมีไว้เพื่อตอบโจทย์ว่าทำยังไงให้ขายของได้ ทำไงให้มีกำไร ทำไงให้คนซื้อ

roundbol123

บ้า บ้า บ้าที่สุด  :05:
:22: :47:

Zafire06

เครียด มหาลัยอะไรดี  :07:

Vee

แล้วพี่บอยจะเลือกอะไร ตื่นเต้นแทน  :25:

Layiji

#1264
ของผมเรียนมันทั้งสองอย่างเลยครับ เรียนการตลาดก่อนครึ่งปี ไม่ชอบเลยไปสอบใหม่ เข้าวารสาร

และถึงบัดเดี๋ยวนี้ ก็ค้นพบว่าเราสามารถเลือกวิชาโทเป็นการตลาดได้  :30:
ถึงแม้จะไม่เข้มข้นเท่าการตลาดแท้ๆ แต่ก็ได้อะไรมามากสำหรับการดำเนินธุรกิจแบบ creative  :12:

ปล. เอกโฆษณาเท่านั้นเน้อ

รูปแบบของพี่ตอนเรียนคือ เรียนเอกโฆษณา โทมาร์เก็ต แต่ทำหนังกับเพื่อนๆด้วย และทำอาร์ตของคณะ เอามันทุกอย่างที่ไขว่คว้าได้  :30:


แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ จะวารสาร หรือ นิเทศจุฬาก็ได้ เอาที่คะแนนมันใช่
นักเขียนการ์ตูนรายปี

นิ้ง

อ้างคำพูดจาก: Palm4u เมื่อ 06 เม.ย. 2011, 17:33 น.
เดจาวูอ่ะ

ตอนพี่อยู่ม.6 ก็ลังเลงี้เลย
ต่างกันที่ตอนนั้นพี่ได้โควต้าการตลาดแล้วล่ะ แต่ในใจตอนนั้นคิดว่าอยากเรียนนิเทศจุฬา ไม่ก็วารสาร
ความคิดมากมายมันวิ่งวนในหัวเรา สับสน+แรงกดดันรอบข้าง
ตัดสินใจแบบตัดรำคาญไปว่าเอาโควต้าการตลาดนี่หล่ะ
พอผลคะแนนออก...น่าจะเลือกวารสารนะ (สมัยนั้นให้สอบ2รอบ)
สับสนๆๆ คิดวนไปเวียนมา เถียงกันเองในหัวทั้งวัน

สุดท้ายขี้เกียจคิดไรมาก+แรงกดดันรอบด้านให้เลือกการตลาด เลยเอาโควต้าการตลาด
พอได้เรียนแล้วนึกเสียดาย น่าจะเลือกสิ่งที่ใจอยากมากกว่านะ
การที่จะเรียนในสิ่งที่ไม่ได้อยากจะเรียนมากมันทำให้ความตื่นตัวลดลง ความขี้เกียจมีมากขึ้น ความกระตือรือร้นในการเรียนหายไป ถ้าไม่คุมสติบังคับตัวเองให้รับผิดชอบและตั้งใจกับมันก็มีสิทธิ์เตลิดเปิดเปิงไปมาก ครั้นจะทำมันให้ได้ดีเพราะขึ้นหลังเสือมาแล้วก็ต้องบีบคั้นตัวเองสุดเช่นกัน


ตอนนั้นคิดว่าถ้าได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียนชีวิตวัยเรียนคงสนุกกว่านี้


พูดเหมือนผ่านมานาน....(มันก็นานจริงๆแหละ)



ถามนิ้งว่า ชอบเป็นพ่อค้าแม่ค้ารึป่าว? การตลาดมันเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการค้าขาย
เรียนมา4ปี ทฤษฎีทั้งหมดมีไว้เพื่อตอบโจทย์ว่าทำยังไงให้ขายของได้ ทำไงให้มีกำไร ทำไงให้คนซื้อ

ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อค้าแม่ค้าเลย :30: แต่ชอบพวกวางแผนงาน และแม่ก็ดูแฮปปี้ดีถ้าเราจะเลือกการตลาด
แม่บอก พี่เรียนการงาน น้องเรียนการตลาด จะได้ทำธุรกิจครอบครัวไปเลย :18:
อ้างคำพูดจาก: Layiji เมื่อ 07 เม.ย. 2011, 09:43 น.
ของผมเรียนมันทั้งสองอย่างเลยครับ เรียนการตลาดก่อนครึ่งปี ไม่ชอบเลยไปสอบใหม่ เข้าวารสาร

และถึงบัดเดี๋ยวนี้ ก็ค้นพบว่าเราสามารถเลือกวิชาโทเป็นการตลาดได้  :30:
ถึงแม้จะไม่เข้มข้นเท่าการตลาดแท้ๆ แต่ก็ได้อะไรมามากสำหรับการดำเนินธุรกิจแบบ creative  :12:

ปล. เอกโฆษณาเท่านั้นเน้อ

รูปแบบของพี่ตอนเรียนคือ เรียนเอกโฆษณา โทมาร์เก็ต แต่ทำหนังกับเพื่อนๆด้วย และทำอาร์ตของคณะ เอามันทุกอย่างที่ไขว่คว้าได้  :30:


แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ จะวารสาร หรือ นิเทศจุฬาก็ได้ เอาที่คะแนนมันใช่

มันเลือกโทการตลาดได้ด้วยหรอคะ ไม่รู้เรื่องเลย :31:
ยังคิดๆกับเพื่อนเลย ทำไมไม่มีวารสาร แล้วโทการตลาดบ้าง  :30:

สงสัยต้องกลับมาคิดใหม่ละ เพราะตอนนี้เทใจให้การตลาดมากกว่าอยู่หน่อย แต่พอมีโทการตลาดวารสารเริ่มน่าสนกว่าแล้วสิ :47:

ส่วนคณะก็คงเลือกวารสารแหละค่ะถ้าจะเลือกเพราะ +2800 โอกาสติดเยอะมากมาย

"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

Buob Marley

มันเรียนกันไม่เป็นเล้ย ไอ้เด็กพวกนี้ :48:
ตูก็โชคดีไป คนอื่นเขามีแต่กินบุญรุ่นพี่ ตูกินบุญรุ่นน้อง :30:
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

นิ้ง

พรุ่งนี้จะถึงวันเลือกแล้ว ยังคิดไม่ตกเลย :05:

ถ้าเลือกการตลาดก็มีปัญหาที่พ่อจะให้เรียนจุฬาอีก
เกิดสมมติติดขึ้นมาจริงๆนี่ เราจะไปเป็นตัวกากในคณะทันที
เพราะเลขกากมากถึงมากที่สุด กดดันตาย :16:
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

roundbol123

อย่าไปแคร์คนอื่นให้มากเน่อ  เราตัวเราเป็นหลักนี่แหละ
ถ้าเรากาก ก็ใช้ความกากเป็นตัวผลักดันให้เราเก่ง จุ้บๆ  :27:


(ยังไม่ถึงเวลาเอนท์ไง เลยยังไม่อินกะความเครียด  :3005:)
:22: :47:

นิ้ง

จริง ก่อนหน้านี้ไม่เครียดเลย พอเข้าสู่ช่วงนี้เท่านั้นแหละ
จะเจอข้อความบ่น เครียด กันหมด

ปกติเป็นคนชิลมาก แต่พอมาถึงช่วงนี้ ชักชิลไม่ออก  :31:

คิดว่าคงเลือกการตลาดไว้อันดับ1น่ะแหละ
แต่รายละเอียดว่าจะเรียงอันดับยังไง ไว้ไปไฟท์กับพ่อต่อ  :30:
(แต่ไงต้องมีวารสารพ่วงด้วยแน่นอน :37:)
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

MintJi

เพื่อนที่เคยแอดบอกว่า

อันดับ ๑ พ่อแม่อยากให้เรียน
อันดับ ๒ ตัวเองอยากเรียน
อันดับ ๓ คะแนนถึงมีโอกาสติด
อันดับ ๔ ติดชัวร์

มันเลือกได้ ๔ อันดับใช่มะ

ณัฏฐ์

เอาอันแรกกออกไปเถอะ

MintJi

555 พ่อแม่เราบังคับนะ ถึงยังไงก็ต้องเลือก อย่างน้องสาว หม่าม๊าก็จะพูด จนกว่าน้องจะเลือกที่หม่าม๊าอยากให้เรียน
อธิบายเหตุผลยังไง ก็จะกลับมาที่เดิม

เขาอยากให้น้องสาวเรียนฟู้ดไซน์ แต่น้องสาวไม่อยากเรียน
ม๊าให้เราช่วยพูดให้ แต่เราไม่พูด อยากให้น้องตัดสินใจเอง
อยากขอคำปรึกษาก็ค่อยมาถามดีกว่า
จากเดิมที่น้องอยากเรียนสถาปัตย์ ม๊าพูดจนน้องเปลี่ยนไปมุ่งทางวิทย์
แต่ก็ไม่เอาฟู้ดไซน์แน่นอน

ที่หม่าม๊าอยากให้เรียนฟู้ดไซน์ ก็เพราะโดนญาติเป่าหูมานั่นแหละ
เป็นญาติที่เรากับน้องไม่ชอบ เลยยิ่งต่อต้าน ไม่อยากเรียนไปใหญ่เลย

ณัฏฐ์

#1273
- ถ้าแม่แค่อยากให้ แล้วเราอยากเลือกให้ ก็เอาไว้ห้อยท้าย ไม่ใช่อันดับ 1
- ถ้าแม่ซีเรียสจริงจัง ก็ตั้งใจเลือกให้ไม่ติดชัวร์ๆ แล้วเอาไว้อันดับ 1


ของเค้าที่บ้านเลี้ยงปล่อย ไม่เคยบังคับอะไรเลย

มีแค่แม่อยากให้เรียนนิติ เพราะแม่ทำงานสายนั้นแล้วดูว่ารุ่ง(อัยการ ผู้พิพากษา ทนาย มีแต่คนนับถือ)
โดยเหตุผลโน้มน้าวคือ "นิติไม่ต้องเก่งมากก็ได้ แค่ขยัน"
แต่เราเป็นประเภทตรงข้างกะที่แม่บอกสิ้นเชิงนี่สิ

มีตาอยากให้เรียนนายร้อยตั้งแต่ ม.3 เพราะตาเป็นตำรวจ
แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบใช้แรงเยอะๆ ก็ปล่อยผ่านไป

สุดท้ายแม่บอกอยากเลือกอะไรก็เอาเถอะ
นัดอยู่กับมันไปทั้งชีวิต เรียนที่ชอบไปแล้วกัน
อาจเพราะทั้งพ่อและแม่ ไม่ได้เรียนไอ้ที่อยากเรียน(เนื่องจากฐานะทางบ้าน)
เลยเลี้ยงเราแบบปล่อยๆ

Layiji

ถ้าไม่ชอบอะไรแล้วดันไปเรียนจะตกอยู่ในสภาพที่ไปเรียนแบบเซ็งๆ
ซึ่งการเรียนมันก็น่าเซ็งทุกคณะอยู่แล้ว
แต่ถ้าเซ็งแล้วมีตัวที่ชอบบ้างมันจะทำให้เรียนแล้วมีแรงจูงใจ แล้วน่าจะทำได้ดี
ส่วนพี่ขนาดวิชาที่อยากเรียนยังทำเกรดไม่ดีเลยว่ะ ไม่รู้ทำไม C+ มันทุกตัว
ส่วนตัวที่ไม่อยากเรียนดันได้ A มั่ง B+มั่ง :30:

ส่วนเรื่องจบมาแล้วจะทำงานอะไร ไว้เรียนก่อนแล้วค่อยคิดก็ได้
ซึ่งมันก็ไม่ได้หมายความว่าเรียนคณะนี้จบมาต้องเป็นไอ้นี่ไอ้นั่นเท่านั้นซะเมื่อไหร่

ก่อนเอ็นพี่อยากเป็นสถาปนิก เพราะอยากทำ model จำลอง  :30: นี่ตูเอาเรื่องของเล่นมากำหนดชีวิตเหรอเนี่ย
แต่ไม่ได้เรียนสายวิทย์เลยอด แต่พอเรียนสายวารสาร นิเทศ
มันได้ใช้กับธุรกิจในทุกวันนี้ ซึ่งก็คือเอาของเล่น(การ์ตูน เกม กล้อง)มาทำเป็นอาชีพอยู่ดี  :30: :30:
ทุกวันนี้ไอ้ของเล่นเนี่ยแหละมันทำให้ชีวิตมันสนุกตลอดเวลา ได้ถ่าย ได้เล่นคอม ได้วาดการ์ตูน
แต่เล่นแบบมีพื้นฐานจากสิ่งที่เรียนมา ว่าจะทำไงให้แหวกแตกต่างจากคนอื่นโดยมีการตลาดเป็นกรอบ

:17:

สู้ๆ
นักเขียนการ์ตูนรายปี

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines