โลกนี้สีชมพู

เริ่มโพสต์โดย เดอะบุ๋ม, 17 มิ.ย. 2008, 15:26 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

❤ ตูน ❤

อ้างคำพูดจาก: ^-FakE-^ เมื่อ 14 ส.ค. 2008, 17:02 น.
นานาเห็นนมหมีมั้ย  :30:

มันเป็นชุดไม่ใช่เหรอ แบบทำผ้าย้วย ๆ อ่ะ :37:

ยุนเอ

อ้างคำพูดจาก: ❤ ตูน ❤ เมื่อ 14 ส.ค. 2008, 17:06 น.
มันเป็นชุดไม่ใช่เหรอ แบบทำผ้าย้วย ๆ อ่ะ :37:

เจอคนคิดบวกแล้ว  :30a:



เราจะต้องการอะไรมากมายไปกว่า อะไรมากมาย

Rabbitinblack

 :30: แอนบอกเองว่าเป็นนม

iKoch

คำเดียวที่ไม่อยากได้ยิน "อ้วน"

เดอะบุ๋ม

#4039
อ้างคำพูดจาก: บิ๊ก + เม้ง เมื่อ 14 ส.ค. 2008, 17:11 น.
:30: แอนบอกเองว่าเป็นนม


:55:


สารรูปว่า  จ้องหลายนาที  เจอแต่นมพี่แอน   :55:

มองโบว์เป็นนมเหรอ   :55:


เจอแล้ว  :30:

โบว์

แก้ข่าว เสื้อกล้ามย่ะ ไม่ใช่นม :11:

เดอะบุ๋ม


Rabbitinblack


เดอะบุ๋ม

 :33:  .....................................................   :33:

โลกนี้สีชมพูมาแล้วจ้า....  :02: ฮิ้วๆ
ขอเอามาลงในนี้ด้วยนะก๊าบ  :25: 

พี่แอน  :33:  http://iannnnn.com
อ้างอิง

http://www.youtube.com/v/FJJvPABDCTM&color1=11645361&color2=13619151&hl=en&fs=1

จะเกิดอะไรไหม ถ้าหากใจฉันต้องการให้เธอเป็นแดดยามเช้าที่สดใสของฉันทุกวัน
จะเกิดอะไรไหม ถ้าใจฉันขอให้เธอได้เฝ้ารอโอกาสที่ฉันได้สัญญา

เวลาที่คนหนึ่งนั้น มีความหมาย (ที่ฉันไม่เคยบอก)
เป็นดังลมที่หายใจต่อกัน (ที่เธอไม่เคยรู้)
เป็นนาทีแห่งความฝัน ที่อยากขอให้อยู่และรับฟังเอาไว้

* สิ่งที่สวยงาม อยู่ในคำถาม อยากให้รู้ใจ ว่าเธอคือคนเดียวที่ฉันจะถามเธอ

จะบอกความฝันที่สวยงาม เวลาที่คนหนึ่งนั้นมีความหมาย (ที่ฉันไม่เคยบอก)
เป็นดังลมที่หายใจต่อกัน (ที่เธอไม่เคยรู้)
เป็นนาทีแห่งความฝัน ที่อยากขอให้อยู่และรับฟังเอาไว้

*,*

ที่ฉันจะถามเธอ...จะเกิดอะไรไหม...กับสิ่งที่ถามไป...
จะเกิดอะไรไหม...กับสิ่งที่ถามไป...จะเกิดอะไรไหม...
เป็นเธอใช่รึเปล่า...เป็นเธอได้รึเปล่า...กับสิ่งที่ถามไป...
เป็นเธอได้รึเปล่า...เป็นเธอได้รึเปล่า...จะเกิดอะไรไหม...
เป็นเธอใช่รึเปล่า...เป็นเธอได้รึเปล่า...จะเกิดอะไรไหม...
เป็นเธอได้รึเปล่า...เป็นเธอได้รึเปล่า...จะเกิดอะไรไหม...
มึงจะร้องซ้ำๆ ทำไม... ♪


เพลงแต่งงานของวงมัวร์แห่ง Smallroom นี้ เป็นเพลงอมตะส่วนตัวของผมเพลงหนึ่ง
ที่ผมฟังครั้งแรกก็โคตรถูกใจเลยครับ ไม่คิดว่าทั้งเพลงทั้งมิวสิกมันจะเท่ขนาดนี้
จนวันหนึ่งมันก็กลับชาติมาเกิดในอีกเวอร์ชันนึงโดย The New Smallroom
คราวนี้เลยเป็นเพลงที่แฟนผมชอบโดยไม่ได้นัดหมาย (เออ แล้วจะนัดกันยังไงวะ)

ผมฟังเพลงภาษาประกิตไม่เป็นครับ
พอๆ กับการไร้ความสามารถโดยสิ้นเชิงด้านภาษา (พี่บิ๊กครับ ช่วยผมด้วย!)
ดังนั้นรสนิยมในการฟังเพลงของผมจึงไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อนเลยสักนิด
ผมชอบเพลงป๊อปที่ใครๆ ก็ชอบ (เป็นข้อดีที่ทำให้ไปร้านเกะแล้วมีอะไรให้ร้องได้เรื่อยๆ)
ผมชอบดูหนังตลาดแบบที่ใครๆ ก็ชอบ ผมชอบกินชอบเที่ยวแบบธรรมดาๆ สามัญๆ
และผมภูมิใจในความเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แบบนี้แหละครับ
คือรู้สึกได้ว่าเสน่ห์ของชีวิตมันก็คือการเก็บเกี่ยวความธรรมดาที่เติบโตอยู่ริมทางนี่ล่ะ

แต่ผมดันอาจจะโชคดีกว่าคนอื่น ตรงที่ถึงแม้ไม่ได้หล่อ พ่อไม่รวย
แต่ก็ดันเติบใหญ่มาได้ท่ามกลางโอกาสที่พ่อแม่มอบให้ (ขอบคุณครับ)
โอกาสทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตนั้น มันคือ "การเลือก" ทางที่จะเดิน
มันต้องเลือก แบบเดียวกับที่นีโอโดนหลอกให้กินยา (เอ๊ะ มันเลือกกินยาสีอะไรนะ)
จนวันหนึ่งผมได้โผล่ไปเรียนในคณะที่ไม่มีใครคิดไว้ (ทั้งที่ถูกคาดหวังไปอีกทางนึงเลย)
จนวันหนึ่งผมได้หันเหเข้าสู่วงการกิจกรรมนักศึกษา (นั่นเพราะเรียนไม่เก่งเอาเสียเลย)
จนวันหนึ่งผมได้พบกับโบว์ (ก็เพราะไปเป็นสโมนี่แหละครับ)
การเลือกทางเดินในครั้งนั้น ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป...

ผมได้รู้จักว่าโลกมันเป็นยังไง ทั้งที่ผ่านมาพอมองย้อนกลับไป ไอ้นี่แม่งโคตรเนิร์ดเลยนี่หว่า
แล้วผมกลายเป็นคนที่รู้จักร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ทั้งที่ในชีวิตนี้ไม่เคยกินมาก่อน
แล้วก็กินมันไปซะทุกเจ้า ดูหนังมันซะทุกเรื่อง (ไม่เว้น "ไกรทอง"!! ฮ่วย!!)
แล้วก็ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตนกะเขาซะที แม้ตัวเองจะหายหัวไปเป็นทหารเณฑ์ถึงสองปี
แต่นั่นก็ดันทำให้เพลง "คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ.." กลายเป็นเพลงชาติประจำกองร้อย
การเลือกที่จะแอบเอามือถือใส่ไว้ใต้รองเท้าคอมแบตเข้าไปในครั้งนั้น มันคุ้มค่ามากครับ
เพราะทำให้ช่องทางการติดต่อสื่อสารกับแฟนเพียงช่องทางเดียวของผม
กลายเป็นช่องทางสุดน้ำเน่า และพาให้ชีวิตทหารเกณฑ์สองปีไม่น่าเบื่อเลยสักนิด

เฮ้ยนี่กูเขียนบ้าอะไรลงไปวะ ไม่ได้เป็นสเต็ปเล้ย!
(ว่าแล้วก็ย้อนไปเขียนหมายเหตุไว้บรรทัดแรกไว้ซะหน่อย)

...

เอาเป็นว่า และแล้วก็มาถึงวันนี้ละกันครับ
เราคบกันมาแปดเก้าปีแล้ว หน้าที่การงานก็มีแล้ว บ้านก็ดาวน์รอไว้แล้ว (แปลว่าหนี้ก็มีแล้ว)
แล้วจะรออะไรอีกล่ะครับ แต่งงานไปให้หมดเรื่องหมดราวเลยดีกว่า!

โอ้ว นี่มันเป็นชีวิตที่ธรรมดามาก! ทำไมมันช่างธรรมดาได้เจ๋งขนาดนี้!

เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยไปงานรุ่นพี่สโมศิลปากร(พี่ฤทธิ์กะพี่จูน) แกจัดงานที่สุพรรณฯ
อารมณ์ของงานก็สุพั้ณ~สุพรรณ.. ทั้งที่ปกติแกก็ใช้ีวิตในกรุงกันทั้งคู่อยู่แล้วนี่หว่า
จากปากคำของพี่จูนเลยทำให้ได้ข้อคิดเข้าท่ามาหนึ่งอย่าง
ว่าที่ชั้นจัดงานแต่งงานขึ้นมาเนี่ย มันก็แค่พิธีกรรม พอเสร็จงานแล้วก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมต่อไป
พอฟังเช่นนั้นแล้วก็รู้สึกว่าเฮ้ย เท่ว่ะ ช่างเป็นความธรรมดาที่เท่ได้ใจขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ
ต่อมเท่เลยกระพือตลอดเส้นทางกลับกรุงเทพฯ เลยครับ (แป๊บเดียวแหละ ถนนบรรหารเขาดี)

แล้วก็ย้อนกลับมาดูสารพัดงานแต่งงานในปัจจุบัน ที่เป็นของหวานสำหรับวงจรธุรกิจเว็ดดิ้ง
โอ้ว นี่มันโลกคู่ขนานกับธุรกิจที่หากินกับงานรับปริญญาเลยนี่หว่า
(ประโยคอมตะคือ "ชีวิตนี้มีครั้งเดียวนะน้อง" - ดังนั้นจ่ายพี่มาแพงๆ เลยดีก่า)
นับวันธุรกิจประเภทนี้จะใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และหล่อหลอมค่านิยมบางอย่างแบบเนียนๆ
จน.. จนมันยังไงดีล่ะครับ ใครนิยามไอ้ความคิดแบบนี้ให้ออกมาเป็นวจนะภาษาทีสิ

นั่้นทำให้เราเลยพบข่าวดาราหมั้นหรือแต่งงานกันใหญ่โต และจบแบบทางใครทางมันอยู่เนืองๆ
โอ้ว ไม่เอานะ.. เราตกลงกันว่า ขอไม่เอาความหรูหราไฮโซอย่างสมบูรณ์แบบขนาดนั้น
ไอ้อะไรที่รุงรังที่เกิดมาเืพื่อการมีหน้ามีตาในสังคม โดยแลกกับการตำน้ำพริกมหาศาลไปเททิ้ง
สู้เอามาผ่อนบ้านกันดีกว่า

แค่คิดยังไม่พอครับ
ผมกับโบว์เลยวางแผนกันไว้คร่าวๆ ว่าจะนำโครงการนี้ไปนำเสนอพ่อแม่ยังไงดี
และแล้ว ก็อย่างที่บอกครับว่าด้วยการมอบโอกาสของผู้ปกครองใจกว้างของทั้งสองฝ่าย
งานของเราทั้งคู่ที่เตรียมวางแผนกันไว้ จึงมีความธรรมดา แต่ก็ยังครบถ้วนอย่างที่อยากให้เป็น
(คือมีความเป็นแอนสูงมาก และมีความเป็นโบว์สูงมาก.. ไว้เดี๋ยวค่อยทยอยเล่าละกันนะ)

โอ้ว
๑ พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ คงจะมีอะไรสนุกเกิดขึ้นเป็นแถ้แน้!

.

ป.ล.
ย่อหน้าท้ายๆ ที่พูดกันมาซะนมนานเนี่ย ที่แท้คือเราไม่มีตังค์กันนั่นเองงงงงง
(อย่างที่บอกครับ บ้านผมไม่รวยนี่หว่า ลองมาเก็บตังค์จัดงานแต่งงานกันเองเถอะครับ)

ป.อ.
ผมเปิดบล็อกใหม่ไว้อีกบล็อกครับ: bow.iannnnn.com (ช่วยกานเม้นหน่อยนะงัฟ)
จริงๆ ก็แอบช่วยกันเขียน ช่วยกันตกแต่งบล็อกมานานแล้วเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เปิดตัว
คือทีแรกกะว่าจะไม่เปิดจนกว่าจะถึงเวลา พอวันประกาศแต่งงานก็จะใส่เสียงฟ้าผ่าลงไป!
เรียกว่าอยู่ดีๆ ไม่ว่าดีก็จะสร้างเรื่องแต่งฟ้าผ่าให้ชาวบ้านเขานินทาซะเล่นๆ ซะยังงั้น
แต่มานึกดูดีๆ เฮ้ย ถ้าแบบนั้นมันฮาได้แป๊บเดียวสิ เลยเลือกเปิดตัวแบบนานหน่อยละกัน

ป.ฮ.
ไปงานแต่งของไอ้เต้ย เพื่อนผมที่อุดรมา
ก่อนหน้านั้นวางแผนกับบี (ควบตำแหน่งเจ้าสาวและเพื่อนซี้ของโบว์ไปด้วย) ไว้เสียดิบดี
กะว่าจะให้มีการฮั้วตอนโยนดอกไม้ซะหน่อย ปรากฏว่าไม่สบโอกาสเหมาะเสียที
เลยพอออกมาโยนกันตรงหน้างานปั๊บ แม้จะไม่ได้เป็นไปตามแผน แต่โบว์ก็ดันรับได้พอดี!
โอ้ว เลยแจกซองกันตรงนั้น (เตรียมซองแอบใส่เป้ไปด้วย เพื่อนๆ งี้เหวอกันหมดเลย)
นั่นถือเป็นพลุนัดแรกในการเปิดตัวว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่ต่อไป
อารมณ์เหมือนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกครั้งหน้าเลยครับ



นี่ของว่าที่เจ้าสาว  :33:

อ้างอิง« ชีพจรลงเท้าว่าที่บ้านใหม่อารียาโมวา »
รักแรกและรักเดียว
By monamafia | 31.05.2008
"ถึงเราจะแตกต่าง แต่ก็มีบางอย่างที่เรานั้น ไม่เหมือนกันนะ
ทุกคืนและทุกวัน มีแต่รัก
ถึงเราจะแตกต่าง แต่ใจเราไม่เคยห่างจากกัน ซักนาที
ก็เพราะมี แต่คำว่ารัก ที่อยู่ในหัวใจ "



รักแรกของโบว์คือแอน มันจะเป็นรักเดียวและรักสุดท้าย
และโบว์มั่นใจว่า รักแรกของแอนก็คือโบว์ ซึ่งมันจะเป็นรักเดียวและรักสุดท้ายเหมือนกัน

มีหลายๆคนถามหลายครั้ง อยากฟังเรื่องของโบว์กับแอน นิดนึงแล้วกัน
เราเป็นแฟนกันมา 8 ปีแล้ว ถ้านับแบบดาราก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 9
เริ่มแรกเป็นเพื่อนกันค่ะ รู้จักกันตอนปี 2
เพิ่งรู้ตอนหลังว่าแอนไม่ชอบโบว์เท่าไหร่
เพราะรอบตัวโบว์มีผู้ชายรายล้อมมาก สนิทกะผู้ชายไปทั่ว
(โบว์จะสนิทกะแก๊งถาปัด stu 46 รุ่นน้องของแอนมาก
ไอ้พวกนั้นมันก็ติดโบว์ ตอนเย็นนี้โทรเรียกไปกินข้าวด้วยกันตลอด ทุกวันนี้ก็เหมือนกัน)

เป็นเพื่อนกับแอน คือรู้จักกันไม่สนิทกันมาก
เพิ่งสนิทกันตอนอยู่ปี 3 เพราะทำสโม ช่วงนั้นโบว์มีเรื่องมีปัญหาเยอะ
เรื่องงานนั่นแหละ แล้วก็ปัญหาเพื่อนร่วมงาน
ทุกครั้งที่โบว์มีปัญหา โบว์มีแอนที่อยู่ข้างๆตลอดไม่เคยห่างเลย
มันคงเริ่มต้นจากจุดนี้มั๊งคะ จากเพื่อนเลยค่อยพัฒนาเป็นคนรู้ใจ
แอนเป็นเพื่อนที่ดีมากค่ะ ตอนนั้นโบว์รู้สึกว่าทำไมถึงสนิทใจกับผู้ชายคนนี้นักนะ
ในแง่ความเป็นเพื่อนนะ อยู่ใกล้ๆแล้วสบายใจ เวลาโบว์ร้องไห้กลุ้มใจ
แค่แอนเอามือมาลูบหัวแล้วโบว์จะหายเหนื่อยสบายใจขึ้นทันที

ตอนปี 3 โบว์มีหนุ่มมาจีบ หลายคนอยู่
ตั้งหน้าตั้งตาจีบก็รุ่นพี่ถาปัดกะเพื่อน DEC
โบว์เลยใช้แอนเป็นไม้กันหมา ไงล่ะกันไปกันมา หมากัด
แอนไม่เคยจีบ โบว์ก็ไม่เคยรู้ตัวว่าโดนจีบ แต่ตอนเปิดเทอมปี 3
แอนเรียนที่วังท่าพระ แต่มาหาโบว์ที่ทับแก้วทุกวัน
ไม่ได้บอกว่ามาหาโบว์หรอกนะ บอกว่ามาซ่อมน้อง
จากเพื่อนมันเลยกลายเป็นความผูกพันจนเป็นแฟนเนี่ยแหละ

เราแทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนะ
สิ่งที่แอนชอบโบว์ไม่ชอบเลย เช่น แอนเป็นคนขยันที่จะเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
แต่โบว์แสนจะขี้เกียจมากๆ ไม่ชอบอ่านด้วย
โบว์ไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นแฟนที่ดีรึเปล่า จนตอนนี้ยังนึกไม่ออก
สำหรับโบว์ แอนเป็นแฟนที่ดีมากๆ บางทีก็ขัดใจนะแต่ส่วนมากจะตามใจ
โบว์เป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาชนะ แต่แอนก็ยอมรับได้
โบว์เข้าใจทุกอย่างที่เป็นแอน ก็มีหงุดหงิดบ้างนะคะ แต่หลังๆจะทำใจมากกว่า
เช่นโบว์หิวข้าวมากๆ จะไปกินข้าว แต่แอนขอตอบกระทู้ให้เสร็จก่อน

แอนไม่ใช่ผู้ชายในเสปกโบว์นะ และโบว์ก็ไม่ใช่ผู้หญิงในเสปกแอนชัวร์ๆเลย
แต่พอเราอยู่ด้วยกัน เราคงเติมเต็มให้กันและกัน
มันคงยิ่งกว่ารักมั๊งคะ มันไม่ใช่ความรักแบบฉาบฉวย มาแว๊บไปแว๊บ
มันคือความผูกพัน มันคือส่วนนึงของชีวิตไปแล้ว
โบว์พยายามจะปรับตัวตลอดเวลานะ สิ่งไหนที่แอนไม่ชอบโบว์พยายามจะไม่ทำ
ทำไม่ค่อยได้หรอกแต่ก็จะพยายาม
(ไม่ใช่ทำให้เราขาดความเป็นตัวเองนะ แต่สิ่งที่แอนไม่ชอบเนี่ยมันก็ไม่ดีจริงๆ
เช่นชอบเอาชนะ ชอบประชดประชัน)
แต่แอนชอบบอกทางผิดจริงๆนะ

อย่างที่แรมโบ้ถามมาจากระทู้โน้นเรื่องประเด็นความเชื่อใจและความมั่นใจ
ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้มั่นใจ แต่มั่นใจและไว้ใจผู้ชายคนนี้มาก
มากพอที่จะฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้เลย

:33: :33: :33: :33: :33: :33: :33: :33:

iKoch

คำเดียวที่ไม่อยากได้ยิน "อ้วน"

aCh.

 :56:

เห็นแล้วอมยิ้ม....

ก้าวไปตามฝัน..แม้ปัจจุบันจะกินแกลบ T_T

Princekun

มาร้องตะโกน อีกที่...

แบบว่าเห็นแล้วอดไม่ได้จริงๆ

ฮิ้วววววววววว!~
:53:
You Want Me To Believe?, Then Sworn Through Swords...

ออยอิชี่

มาอ่านที่พี่โบว์เขียนอีกรอบ
น่ารักจริงๆ  :40:

ส้ ม ♥

นั่งดูเอมวี เพลงนี้ไปเรื่อยๆ

อ้าว ไหงมีเพื่อนตูอยู่ด้วยล่ะนั่น :55:
หนังเย็บมือ Homemade www.facebook.com/oxhour

Soris0ri

เฮดก็น่ารัก
อ๊าง มีแต่สีชมพู  :53: :53: :53:
Las Noches Rubicundior

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines