สะบายดี สปป.ลาว

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 26 เม.ย. 2005, 15:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

นิ้ง

อ้าว ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะ
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

|<3N

ເພງລາວ ອ່ານບ
สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

iannnnn

#77
อย่าขำไป
เพลงนี้โคตรเท่  รู้สึกได้ออกงานแฟตด้วยล่ะ (น่าจะเคยได้ยิน)
หลายวันก่อนพี่พยายามก็อปปี้มาจากซีดีบักปิงแล้วแต่ก็อปไม่ติด
สงสัยจะมีของ



ป.ล.เห็นเอ็งโพสต์ด้วยฟอนต์ลาวหลายทีแล้ว อยากจะบอกว่า คนอื่นเขาเห็นเป็นยังงี้ --> ???????????

|<3N

#78
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 09 พ.ค. 2005, 18:30 น.
อย่าขำไป
เพลงนี้โคตรเท่  รู้สึ
สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

นิ้ง

นิ้งเห็นเป็นสี่เหลี่ยมຂຳຄົນອ່າ
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

ooooo


ooooo

เออ ลืมไป เป็นเหลี่ยมเหมือน

นิ้ง

"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

|<3N

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

|<3N

สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

AtNoon

#85
หุ.. หุ..

.......

บทความ ลาวเคียดขี้เดียด SPICY ขึ้นปก เนชั่นสุดสัปดาห์ ศุกร์นี้

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ความสัมพันธ์ไทย-ลาว ในสายตาคนลาว กลายเป็นปัญหาบาดหมางทางความรู้สึก คล้ายกับกรณี 'นิโคล' พูดดูถูก 'แม่หญิงลาว' เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

เมื่อนิตยสาร SPICY ฉบับวันที่ 11-24 กรกฎาคม 2548 ในคอลัมน์ relationship มีการข้อมูลเกี่ยวกับประเทศลาว 29 ข้อ มาตีพิมพ์ ซึ่งหลายข้อมีถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามสตรีลาว และทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อภาษา วัฒนธรรม ประเพณีของชนชาติลาว

ทันทีที่ชาวลาวกลุ่มหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ได้อ่านคอลัมน์ดังกล่าว ก็แจ้งให้สื่อมวลชนลาวได้รับทราบ ส่งผลให้ นสพ.กีฬารายวัน ได้นำเสนอข่าวปฏิกิริยาของชาวลาวติดต่อกัน 2 วัน

กระทั่ง นสพ.เวียงจันทน์ใหม่รายวัน อันเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำที่ทรงอิทธิพลของประเทศ ได้นำประเด็นร้อนมาขยายผล ผ่านคอลัมน์ 'ก้องฟ้าบันเทิงลาว' ในฉบับวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้เขียนที่ใช้นามปากกาว่า 'ผักตบ'

"วารสาร SPICY ของไทย ได้อะไรจากข้อเขียนอันโง่เง่า"

เป็นชื่อบทความที่มีการอธิบายขยายความ 'ข้อเขียนอันโง่เง่า' ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

0 0 0

"กองบรรณาธิการพวกเราได้รับเสียงโทรศัพท์ และจดหมายจากเพื่อนผู้อ่านแสดงทัศนะเข้ามาอย่างมากมาย หนักบ้าง เบาบ้าง ตามแต่อารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งตามที่พวกเราสรุปแล้วก็ได้เนื้อหาแบบเดียวกัน ซึ่งขอนำเสนอย่อๆ ดังนี้ "ในนามคนลาว ต่างมีความรู้สึกไม่พอใจ และเกลียดชังที่สุดต่อคำพูดดังกล่าว เพราะมันเป็นการดูถูก และไม่ให้เกียรติต่อประเทศลาว"

"กองบรรณาธิการเราไม่ได้ลดละ โดยมอบหมายให้ข้าพเจ้าติดตามเรื่องนี้ และก็สามารถหาวารสารฉบับดังกล่าว ซึ่งพอมาอ่านดูแล้ว ก็ใช่อย่างนั้นจริงๆ

"บทเขียนที่ใส่หัวข้อว่า 'ความสัมพันธ์ระดับประเทศ' ตีพิมพ์อยู่ในหน้า 34-35 ของวารสาร SPICY ฉบับวันที่ 11-24 มิถุนา 2005 โดยบริษัท โน้ตพับลิชชิ่ง จำกัด เป็นเจ้าของ มีนางพรรทิภา สกุลชัย เป็นประธานบริหาร บทเขียนดังกล่าวไม่ได้บอกชื่อผู้เขียน เท่าที่อ่านก็รู้ได้ว่าเป็นสำนวนของเพศหญิง

"เนื้อหาโดยรวมที่จงใจกล่าวถึงประเทศลาว เขาได้วางเป็นข้อๆ ไว้ 29 ข้อด้วยกัน มีถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่ข้อที่สร้างความไม่พอใจอย่างแรงต่อประชาชนลาวนั้น ก็คือความจงใจหรือว่าโง่เง่าของผู้เขียนเองก็มิอาจทราบได้ ซึ่งมีอยู่หลายข้อที่บิดเบือนความเป็นจริง มีการอุปโลกน์คำพูดที่ต่ำช้า สันดาน..มาเขียนโดยอ้างว่าเป็นคำที่คนลาวใช้กัน เช่น ถ้าจะชมผู้หญิงสวยให้พูดว่า 'สวยตายห่า' หรือถ้าจะเรียกผู้หญิงว่า 'อีดอกทอง' จะถูกใจ เพราะมองว่ามีค่าดี (อีดอกทอง ในความหมายของไทยคือโสเภณี)

"ถ้าชมผู้ชายหล่อมากให้พูดคำว่า 'หล่อฉิบหาย' เวลาถ่ายรูปรวมหมู่ให้พูดว่า 'มาแหกตาสามัคคีกันเถอะ'

"นอกจากนี้ ยังมีคำพูดเสียดสีอีกมากมายที่ไม่มีมูลความจริง เช่นหนังไทย เวลาเข้าฉายในลาวเรื่องเด็กกำพร้า ต้องเปลี่ยนเป็น 'เด็กน้อยบ่มีพ่อบ่มีแม่' ถ้าไม่อย่างนั้นคนลาวจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องเด็กถือมีดไล่ฟันชาวบ้าน ซึ่งฟังดูแล้วมันเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เพราะคำพูดคำนี้ในภาษาลาวก็มี และใช้กันมานมนานแล้ว

"และคำว่า 'เด็กกำพร้า' ก็ไม่ได้มีความหมายดั่งที่หล่อนนั้นแปล เพราะศัพท์ในภาษาลาว เด็กน้อยที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่จะเรียกว่า 'เด็กกำพอย' ส่วนคำว่า 'เด็กกำพ้า' ก็เป็นเด็กที่มีพ่อแต่ขาดแม่ หรือมีแม่ไม่มีพ่อ

"ฉะนั้นแล้ว ข้อความที่เขายกมาอ้าง จึงเป็นการอุปโลกน์ชนิดที่ว่า 'โง่อวดฉลาด' และยังมีอีกหลายข้อความ แต่ข้าพเจ้าขอยกเอาเพียงเท่านี้ก่อน เพราะเพียงเท่านี้มันก็ชี้ชัดแล้วว่า ผู้เขียนบทความดังกล่าวมีเจตนาอะไร และหวังอะไรจากบทๆ นี้..

"ตามความเป็นจริงในจิตสำนึกของนักเขียนที่มีความศิวิไลซ์ทางความคิด จะรู้ดีว่าการจะเขียนอะไรออกไป การตรวจสอบข้อมูลนั้นคือเรื่องสำคัญ

"แล้ว..คนนี้มีความสำนึกจุดนี้มากน้อยแค่ไหน หรือหากว่านี่คือการกลั่นกรองแล้วก็เหนื่อยใจ เพราะ..คนนี้ คงจะเป็นนักเขียนที่มีผลงานเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย

"เพราะนักเขียนคนนี้เขียนไปโดยไม่มีการตรวจสอบว่าข้อมูลที่ตนเองเขียนนั้น มันไม่สอดคล้องกับความจริง และใช้คำพูดที่หยาบคายเพื่อหวังให้คนอ่านของประเทศตนมีความหลงเพลินกับข้อความหลอกลวงดังกล่าว ขณะเดียวกัน ผู้คนที่เจริญแล้วคงไม่คิดว่า นี่คือสิ่งเพลิดเพลิน แต่มันได้สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนักอันต่ำช้าของคนผู้หนึ่ง ซึ่งอาศัยคราบนักเขียนบังหน้า

"ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็อยู่ในอาชีพนี้ ขอบอกว่า อีนางผู้นี้เป็นนักเขียนที่ใช้การไม่ได้ ขาดซึ่งจรรยาบรรณของสื่อมวลชน

"ขณะเดียวกัน ผู้บริหารวารสารฉบับนี้ ก็คงไม่แตกต่างกัน เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว คงไม่ปล่อยให้บทความที่มีเนื้อหาแบบนี้เล็ดลอดออกมาแน่นอน.."

0 0 0

มิเพียงเท่านั้น นสพ.ปะเทดลาว กระบอกเสียงของรัฐอีกฉบับหนึ่ง ก็มีการตีพิมพ์บทความเรื่อง 'รู้จักเวียงจันทน์ ดีแค่ไหน?' พร้อมกับนำปกนิตยสาร SPICY ลงประกอบอีกด้วย

"เอาล่ะ กล่าวถึงเวียงจันทน์และคนลาวมาตั้งหลายอย่าง แต่เรื่องหลักๆ เพื่อให้เนื้อแท้ของความเป็นลาว ซึ่งวารสารสไปซี่ไม่ได้กล่าวนั้นก็ยังมี และสำคัญที่สุดนั้นก็คือ คนลาวทั้งชาติ รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี และวัฒนธรรม ที่มีอยู่ ถึงจะเป็นประเทศน้อย และรักความสงบ แต่เมื่อมีภัยยามใด ปวงชนทุกชนเผ่าก็สามัคคีกันต่อสู้ดั่งคำว่า 'เห็นว่ามดตัวน้อย อย่าคิดว่าข่มเหงได้ หากว่ามดได้รวมแรงกันเข้า ก็ฆ่าช้างได้'..."

เป็นประโยคตบท้ายบทความที่ปลุกเร้าจิตใจรักชาติของคนลาว อันไม่ต่างจากกรณี 'นิโคล' กับแม่หญิงลาว

สำหรับปฏิกิริยาจากภาครัฐ กรมข่าว กระทรวงต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ส่งเรื่องผ่านสถานทูตไทยในกรุงเวียงจันทน์ เพื่อเรียกร้องให้นิตยสารสไปซี่ ลงบทความขอโทษประชาชนลาวในนิตยสาร เนื่องจากบทความที่ออกไปก่อนหน้าที่ถือเป็นการดูถูกประชาชนลาวอย่างรุนแรง ซึ่งในเวลาต่อมา ทางนิตยสารได้ทำหนังสือชี้แจงแสดงความเสียใจผ่านกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศไทย ถือว่าเป็นการไม่ถูกต้องและไม่เพียงพอ

"ธรรมดาคนเรา ทำความผิดที่ไหนก็ควรจะไปแก้ที่นั่น การทำหนังสือชี้แจงให้กรมสารนิเทศไทยอย่างนั้น ประชาชนลาวจะรับทราบได้อย่างไร ถ้าทางนิตยสารมีความจริงใจและเห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างไทยและลาว ก็สมควรทำการตีพิมพ์คำขอโทษในนิตยสาร" ยง จันทะลังสี เจ้ากรมข่าว กระทรวงการต่างประเทศลาว ในฐานะโฆษก กล่าว

พร้อมกันนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศลาว ยังต้องการให้สมาคมสื่อมวลชนของไทย ได้ทำการตักเตือนสมาชิกของตนเองให้ระมัดระวังในการเสนอบทความที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน หาทางให้นิตยสารดังกล่าวตีพิมพ์คำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อประชาชนลาว

"ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังดำเนินไปด้วยดี ไม่ควรที่จะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาทำให้ประชาชนลาวเสียความรู้สึก เรื่องนี้เป็นเรื่องของเกียรติยศของประเทศชาติ ไม่ใช่การดูหมิ่นเฉพาะบุคคล เราจึงต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง" ยง กล่าว


http://www.nationweekend.com/weekend/20050702/web01.shtml

....

กระทู้ สะบายดี ปะเทดลาว กลายเป็น ซวยละซี สัมพันธ์ไทย-ลาว  :16:
พี่น้องโปรดทราบ และปรับจูนข้อมูลของท่านใหม่

iannnnn

#86
ขอบคุณครับ
ฟังข่าวนี้มาแล้วแต่ไม่เคยได้อ่านเลยเพิ่งรู้ว่ามันคือต้นฉบับเดียวกัน





ก็เข้าใจว่าทั้งกระจู๋นี้ และทั้งสไปซี่ ต่างก็เอาที่มามาจาก FWD Mail เหมือนกัน
นั่นแปลว่าข้อมูลในเน็ต มีจริงมีหลอก ปนเปื้อนมาด้วยกันทั้งนั้น
ภาระตกอยู่ที่วุฒิภาวะของผู้อ่านฉิบ

เจตนาของผมนั้นโคตรรักประเทศลาวเลยครับ
ไม่รู้ดิ มันเป็นความรักแบบที่ไม่ต้องเคยเห็นหน้าค่าตาหรือต้องคบกันมาก่อน
ถ้าถามว่าประเทศใดนอกจากไทยที่ผมอยากไปมากที่สุดในโลก.. ก็ลาวนี่แหละครับ
ดังนั้นการนำข้อความดังกล่าวมาโพสต์ไว้
ก็เนื่องมาจากเห็นความน่ารักของภาษาและวัฒนธรรมบางประการที่เราคนไทยควรรู้กัน
แต่ในนั้นก็ดันมีข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงอยู่
ดังนั้น ผมก็ขอโทษพี่น้องชาวลาวทุกคนอย่างสุดซึ้งที่มีส่วนในการเผยแพร่ข้อมูลแบบนี้
และขอบคุณคุณผักตบ + ป้านุ่นมาตรงนี้ด้วยครับ



สะบายดีเด้อ  :33:

iannnnn

ขุดครับ (จู๋เละหมดเลย  :05:)
พอดีตอนนี้มามีเพื่อนอยู่ลาวคนนึงละ
เลยได้ข้อชี้แจงซึ่งเขาตอบผ่านพันทิปครับ

http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N5153614/N5153614.html

ดังนี้



อ้างอิงคลาดเคลื่อนเยอะจังอ่ะครับ เดี๋ยวผมแก้ให้นะ เอาของคุณ จขกท. ก่อนละกัน

กระดาษทิชชู่ ภาษาลาวเรียกว่า เจี้ยอะนาไมครับ
ถ้าบางครั้งคนลาวจะพูดว่า ผ้าอนามัย ก็เป็นเพราะว่า พยายามจะพูดให้คนไทยฟังเข้าใจ (แต่พูดผิด อ่ะนะ ;) )

ส่วน คคห. 8 จะแก้ให้ดังนี้ครับ


ห้องคลอด - ห้องประสูติ <-- อาจจะจริง เกิดมาผมเข้าโรงพยาบาลไม่กี่ครั้งเอง
นางผดุงครรภ์ - นางประสูติ <-- เหมือนข้างบน
ห้องไอซียู - ห้องมรสุมู <-- เหมือนข้างบน
ปั๊มเชลล์ - ปั๊มหอย <-- ป้ำน้ำมัน ครับ
ไฟแดง - ไฟอำนาจ <-- เรียก ไฟแดง เหมือนกันครับ
ไฟเขียว - ไฟอิสระ <-- เรียก ไฟเขียว เหมือนกันครับ
ถ่ายเอกสาร - อัดเอกสารู <-- เรียก ถ่ายเอกสาร เหมือนกันครับ บางครั้งก็เรียก ก๊อปปี่
ร้าน ถ่ายรูป - ร้านแหกตา <-- ร้ายถ่ายรูป เรียกเหมือนกันครับ
ผ้า เย็น - ผ้าอนามัย <-- เรียก ผ้าเย็น ครับ เหมือนกัน
น้ำแข็ง - น้ำก้อน <-- ถูกละ
ไอติม - กะแล่ม <-- ถูกละ
พยาบาล  - ผู้ฮู้ใจ๋ (ผู้รู้ใจ) <-- ผมว่าเขาเรียก นางหมอ นะ
สะพาน - ขัว <-- ถูกแล้ว
กระดาษ - เกี้ย <-- เจี้ย ครับ
เสื้อผ้า - เครื่อง <-- เึคื่อง ครับ ไม่มี ร
ข้าว ผัด - ข้าวคั่ว <-- เข้าขั้ว
รถจักรยาน - รถถีบ <-- ใช่ครับ
รถมอร์ไซค์ - รถจักร <-- ครับ
โรงพยาบาล  - โฮงหมอ (โรงหมอ) <-- ถูกครับ
น้ำจิ้ม - น้ำจั้ม <-- ใช่ครับ
หมูกะทะ - ซิ้นดาด (ชิ้นดาด) <-- ใช่ครับ
กายกรรม - กายศิลป์ <-- ปกติผมเรียก กายกรรม เหมือนกันนะ
กระดาษชำระ - เกี้ยเซ็ดซบ <-- เรียกได้หลายอย่างครับ บางครั้งก็เรียกว่า เจี้ยทิชชู่ ก็มี
ห้องผ่าตัด - ห้องปาด (อึ๋ยย์น่ากลัว) <-- เหมือนข้อแรก ๆ
ผู้หญิง - แม่ยิง <-- เรียก ผู้หญิง เหมือนกันครับ
รถสองแถว - จัมโบ้ก <-- รถสองแถว เป็นยังไงนะครับ?
อย่าจอดรถขวางประตู  - อย่าจอดรถบังประตู <-- อันนี้แล้วแต่คนเขียนครับ
ลดความเร็ว - ผ่อนความไว <-- บางครั้งก็ใช้ หลุดความไว บางครั้งก็ ผ่อนความไว แล้วแต่ครับ ภาษามันดิ้นได้ ;)
ลูกกำพร้า - ลูกบ่มีพ่อบ่มีแม่ <-- ไม่ใช่ครับ
แอร์โฮสเตส - นางบำเรอ <-- ไม่ใช่ครับ ผิดอย่างแรง
Johnny Walker - บักจอนย่าง <-- ไม่ใช่ครับ อันนี้คนไทยพูดเอง
Superman - บักอึดถลาลม <-- เหมือนข้างบนอ่ะ แต่ไม่มีใครถือสา
Face Off - หน้าข้อยอยู่ปู๊น หน้าเปิ้นอยู่นี่ <-- เหมือนข้างบน
Speed - เบรกบ่อยู่ <-- ก็เรียก สปีด ไงครับ
สองสิงห์ชิงบัลลังก์ - สองสิงห์ชิงตั่งนั่ง <-- ไม่ใช่ครับ
รักจริง ๆ ให้ดิ้นตาย - ฮักคักคัก ชักแง่กแง่ก <-- ตลกจัง ไปถามใครมาเนี่ย
โลก ทั้งใบให้นายคนเดียว - โลกโม้ดหน่วยให้โต๋ผู้เดียว <-- เก่าไปครับ สมัยนั้นใคร ๆ ก็เรียกหนังเรื่องนี้ว่า "โลกทั้งใบให้นายคนเดียว"
หนูน้อยพเนจร - บักหัมน่อยตุหรัดตุเหร่ <-- ไม่มีครับ
Men In Black - บักมืดสองหน่วย <-- เรียก Men In Black ครับ

#12
ห้ามยื่นแขนออกนอกรถ = ห้ามเด่แขนออกนอกรถ <-- ประมาณนี้ครับ แล้วแต่
ถุงพลาสติก = ถุงยาง <-- ถงยางครับ
ยาสีฟัน = ยาถูแค่ว <-- ใช่ครับ
ตาย = เสียตัว  (อันนี้ตลกมากเพราะคนลาวเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวบ้านนี้เสียตัว พ่อเค้าเสียใจมาก  งงมาก..มาเล่าให้เราฟังทำมั๊ยเรื่องคนเสียตัว) <-- ไม่ใช่ครับ คงเข้าใจผิด เวลาคนตาย ก็เหมือนคนไทยพูดครับ คืออาจจะบอกว่า ลูกสาวเสียแล้วนะ... หรือพูดว่า ตาย ตรง ๆ ก็มี
พัวพัน = ติดต่อ <-- พัวพัน ภาษาลาวก็มีครับ

ป.ล. เมื่อไหร่พันทิปจะใช้ UTF-8 ครับเนี่ย

จากคุณ : au8ust - [ 28 ก.พ. 50 14:50:55 ]




http://pasalao.wordpress.com/
ฝากเว็บเรียนภาษาลาวไว้ด้วยจ้ะ

pugpug : นนทกร

หลายๆเรื่องนี่เราแต่งกันเองเหรอเนี่ย :05:

iannnnn

นอกจากจะแต่งกันเองแล้วยังไปหัวเราะเขาอีกนะครับ
นี่แหละพลังของ Forward Mail กับความชั่งใจในอินเทอร์เน็ต

อารมณ์ประมาณที่อ้างว่าราชบัณฑิตยสภาเรียกทับศัพท์ Windows เป็นพหุบัญชร (แล้วก็ดันเชื่อกัน) นี่แล

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines