งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

ฟรีขับ

ผมนึกว่าออกพรุ่งนี้เลย

iannnnn

ไม่ๆ พรุ่งนี้ต้องโดนเรียกไปด่าก่อนไง

ฟรีขับ

ต่อยเลย ไม่ให้ด่าฝ่ายเดียวหรอก   :59:

Bellbells

พรุ่งนี้คงได้อ่านกันทั่ว  :59:

Vikz

There's only one "Jack Russell"

ฟรีขับ

จะอ่านให้เขาฟังทามม้ายยย

หมีเล็ก

ขออัพเดตชีวิตนิดนึง

ตอนนี้เรียนจบแล้ว ถึงเวลาหางานหาการทำซะที
ตอนแรกที่จะไปทำงานที่ออสฯ ตอนนี้ก็พับไปเลย เพราะปัจจัยและปัญหาหลายอย่าง
เลยคิดว่าทำงานที่ไทยแล้วเก็บตังค์ไปเที่ยวที่ออสฯ หรือที่อื่นๆดีกว่า

ตอนนี้ก็ทำเรซูเม่ เตรียมสมัครงานหลังปีใหม่ โดยที่ตัวเองยังไม่รุ้ว่าอยากจะทำงานอะไร
ใจจริงอยากจะทำงานกับหมี เพราะคิดแค่ว่า ได้ทำงานด้วยกัน ไปทำงานด้วยกัน อย่างน้อยก็มีเพื่อน
แต่โดนพ่อแม่และเพื่อนสนิทแย้งว่า งานมันก้าวหน้าช้า มันเหมือนทำฆ่าเวลา พอเราแก่ไปมันก็ไม่มีแรงจะทำแบบนี้อีกแล้ว
ไหนๆเรียนจบมาซะดี ทำงานให้มันสมกับที่เรียนมาหน่อย (ทั้งๆที่อิ่มก็ไม่มีประสบการณ์ทำงาน)

พ่ออยากให้เข้า ปตท.
แต่อิ่มไม่อยากเข้า ด้วยเหตุผลที่ว่า พ่อจะฝากคนรู้จักให้เข้าให้
เพราะพ่อเคยทำงานปตท.มาก่อน คนรู้จักเยอะแยะ แต่อิ่มไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร
แต่ก็โดนเพื่อนสนิทท้วงมาอีกว่า ปตท.เนี่ยเงินดี สวัสดิการดีมาก สบายไปถึงพ่อแม่
ถ้าแต่งงานก็สบายไปยันลูกยันแฟน การงานมั่นคง มีหน้ามีตา
สรุปคือทุกอย่างดีหมด แต่แค่อิ่มมีทิฐิเรื่องการฝากคนเข้าทำงาน (มีปมนิดหน่อย) เลยไม่อยากเข้า
แต่ตอนนี้อิ่มคิดถึงพ่อแม่มากกว่า อยากให้ท่านสบายหายห่วง ตอนนี้ใจก็โอนเอน
แต่จะเข้าไปทำอะไรในปตท.ยังไม่รู้เลย (พ่อก็ไม่รู้)

อีกอาชีพนึงที่พ่อแม่สนบสนุนคือเป็นโบรกเกอร์
ที่บ้านเล่นหุ้นอยุ่พอสมควร และพ่อก็จ้างโบรกเกอร์คนนึงไว้ดูแลหุ้น
แม่บอกว่าบางเดือนค่าจ้างดูแล เยอะว่ากำไรที่ได้จากหุ้นซะอีก
เลยมีความคิดว่า มาเป็นโบรกเกอร์เองแม่งเลย
ดูแลหุ้นพ่อ พ่อก็ไม่ต้องจ่ายค่าโบรกเกอร์ เราก็เอาหุ้นพ่อมาฝึกฝีมือ
แล้วพอเก่งมาหน่อยค่อยหาหุ้นคนอื่นมาดูแลต่อ
วันนี้ก็ไปเจอโบรกเกอร์พ่อมา เขาก็ชวนมาทำด้วยกัน
เพราะตอนนี้คนขาดอย่างรุนแรง เลยอยากได้คนมาช่วย
ซึ่งอิ่มก็โอเคนะ เสียอย่างเดียว อิ่มอ่อนเลขมากมากึงมากที่สุดเลยด้วย (เรียก โง่ ดีกว่า ชัดดี)
กลัวจะไปงง ตัวเลขเยอะๆกลัว เครียด  :05:

ใจจริงๆอิ่มอยากไปฝึกงานต่อที่ออสฯหรือ อเมริกา
ที่อเมริกามีรับนศ.ต่างชาติฝึกงาน ในสาขาที่อิ่มเรียนเป๊ะๆ
แถมฝึกเจาะจงในอาชีพที่อิ่มโครตอยากจะลองทำเลย (อาชีพ พีอาร์ดารา)
ถ้าถามว่าอยากทำอะไร ก็อยากทำไอ่นี่แหล่ะ ถ้ามีคนให้โอกาสอีกรอบอ่ะนะ
แต่บอกที่บ้านที่ไรโดนโห่ทุกทีเลย  :05:
เลยได้แต่ฝันงุงิๆ ไป

ดีที่ตอนนี้อิ่มไม่รุ้ตัวเองว่าอยากทำอะไรที่ไทย
คือให้ทำอะไรก็ได้ อาชีพอะไรก็เอา
แต่พ่อแม่เขาก็หวังว่า อยากให้อิ่มทำงานดีๆ มั่นคง (แบบกะว่าไม่ต้องลาออกเลย)
แต่ติดที่ว่าอิ่มไม่มีประสบการณ์ แต่กระแดะเรียนจบโท
เวลาสมัครงานก็ยากที่เขาจะรับแหล่ะ เรื่องเงินเดือนก็คงได้เท่าเด็กจบใหม่
ซึ่งแน่นอนว่าพ่อแม่รับไม่ได้  :16:
พอบอกจะไปฝึกงาน ก็ไม่ยอมบอกว่าแก่แล้ว เดี๋ยวเขาไม่รับ  :16:

ตอนนี้ก็สับสนชีวิตอยู่นิดๆเหมือนกัน
ก็ได้แต่เตรียมเรซูเม่ไว้แหล่ะ
แล้วพ่อจะฝากใครที่ไหนก็ตามสบาย
ถ้าเขาคิดว่าดีต่อเราในอนาคต แล้วทำให้ครอบครัวเรามั่นคงอิ่มก็ยอมทำนะ
จะลดทิฐิลง กลืนน้ำลายตัวเอง แล้วยอมโดนให้เขาชี้หน้าว่าเป็นเด็กฝาก เด็กเส้น อะไรก็ได้
เผื่อว่าซักวันอาจจะมีโอกาสได้รู้ว่าเราอยากทำอะไร แล้วเราจะอยู่ในฐานะที่จะทำได้ไหม
แล้วถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน

ลงชื่อ หมีเล็ก  :37:
:3005:

IM

เมื่อก่อนก็เป็นเหมือนกัน ไม่อยากเป็นเด็กฝาก
แต่พอได้ลองทำงานจริงๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลยกับเพื่อนร่วมงาน
(มีนิดหน่อยก็ตรงหัวหน้าฝ่ายจะเกรงใจเราเกินกว่าที่ควรจะเป็น)
แต่เพื่อนๆ พี่ๆ ในที่ทำงานก็ปฏิบัติกับเราปกติ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กฝากเลย
คงเป็นเพราะทำงานราชการด้วยมั้ง เรื่องฝากนี่ก็เป็นปกติไปแล้ว
มันก็คงเหมือนพวกนักเรียนพ่อรวยยัดเงินเข้าเรียนกลางเทอมไม่ต้องสอบเข้า
ก็เรียนได้เหมือนเดิม มีการบ้าน โดนอาจารย์ด่าเหมือนเดิม มีเพื่อนเหมือนกัน

มันอยู่ที่ตัวเราว่าจะทำตัวเป็นลูกแหง่อาศัยบารมีคนฝากหรือเปล่าเท่านั้นแหล่ะ
ถ้าทำงานดี มีผลงาน เจ้านายเค้าไม่สนหรอกว่าเราจะเข้ามายังไง
ส่วนคนเกลียด อิจฉีริษยีอะไรพวกนั้น ยังไงมันก็ต้องมี ต้องเจอ ไม่ว่าจะเข้าไปด้วยวิธีใดก็ตาม

สู้ๆ :12:

แอ้

ชีวิตพี่ไม่เคยเป็นเด็กฝากเลย แค่รู้จักกับคนในก็ไม่สมัครงานแล้ว
พี่ว่าเป็นเด็กฝากมันไม่ได้อยู่ยาก น่าเกลียดอะไรแบบนั้นหรอก ก็คงเหมือนคนทำงานธรรมดา
(แต่แมงเมาท์มันเมาท์นะ อันนี้ก็ธรรมดาเหมือนกัน ไม่ใช่เด็กฝากมันก็เมาท์)
พี่ปฏิเสธการเป็นเด็กฝากเพราะว่า มันต้องแบกหน้าตาของคนรับฝากเรา กับหน้าตาของคนฝากเรา (พ่อแม่)
ไปอีกนานเท่านานเลย แล้วเรามันขึ้นๆ ลงๆ ไง วันนี้อยากอยู่ก็ทำงานสู้ตาย
วันนึงไม่อยากอยู่มันซะเฉยๆ จะแบกกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วเดินออกไป มันก็ต้องเกรงใจคนอื่นอีกหลายคน
ก็เลยเลือกที่จะเดินดุ่มๆ ไปหางานเอง มีำลำบาก มีแป้ก แต่ก็สบายใจดี
ตรงที่ไม่อยากทำเมื่อไหร่ก็เดินออกไปได้เลย ไม่ได้แบกหน้าตาของใครไว้
พี่ว่าต่างกันก็แค่ตรงนี้อะจ้ะ ถ้าจิตใจมั่นคงดี ทำงานที่ไหนก็ทำได้
ทุกวันนี้ได้ยินเรื่อง ปตท. ทีไรก็อิจฉีิริษยีเค้าตลอดเวลา แต่ไม่มีปัญญาเข้า  :30:

ออยอิชี่

#6939
ถ้าเข้าได้ ยังเชียร์ให้เข้า ปตท.นะ Benefitทุกอย่าง หล่อมาก

ส่วนเรื่องฝาก อย่างที่บักเอ็มว่า ในวงการราชการหรือรัฐวิสาหกิจ เกือบ90เปอร์เซ็น ต้องเคยมีญาติพี่น้องที่ยังทำงานอยู่ที่นั่นหรือเคยทำงานที่นั่นทั้งนั้น ทุกคนเลยไม่เคยมองตรงจุดที่ว่า อ๋อ คนนั้นสายคนนี้ คนนี้เส้นจากคนนั้น ถึงได้เข้ามาได้ เพราะรวมๆ เกือบทุกคนก็มีความเกี่ยวโยงอยู่ดี

หากเขาฝากเราจริง เรานั่นแหละ จะต้องทำงานให้ดี ให้สมกับที่เขาฝากฝังหรือแนะนำเรามา อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่าเราไม่เอางาน
แค่นี้ พวกนินทา พวกขี้อิจฉา เดี๋ยวมันก็เบื่อและเลิกไปเองแหละ เพราะเราทำดีจริง

สู้ๆ หมีอิ่ม เพราะพี่ก็เคยอารมณ์นี้ เพราะครั้งแรกพ่อฝากเหมือนกัน แล้วก็ได้เข้า แต่รอบสัมภาษณ์พี่ตอบคณะกรรมการไปว่า พ่อผมให้มา ผมชอบงานเดิมมากกว่า เขาก็เลยไม่รับ  :30:

แต่สุดท้ายก็ต้องอ่านหนังสือจนสอบได้ เหนื่อยและลุ้นโฮก รู้งี้เข้าไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าได้สบายๆดีกว่า ไม่น่าไปตอบกวนโอ้ยใส่กรรมการ  :3005:

Vikz

ตูไม่เชียร์ให้เข้า ปตท. แฮะ

ถ้าคิดถึงความก้าวหน้า และการเรียนรู้นะ

คือโดยส่วนตัว(ย้ำ คหสต)เรียนจบจากมหาวิทยาลัยไม่ได้ดัง เกรดไม่ได้ดีเด่อะไร เวลาไปสมัครงานจะเจอประจำ ที่ต้องการ well known university with GPA higher than 2.75, 3.00 ......

ซึ่งคิดมาตลอดเลยว่า เอา GPA ไปหาพ่องเหรอ มันช่วยอะไรกับการทำงานได้ ... เรื่องมหาลัยที่จบอีก มันจะใช้อะไรได้ พอตอนนี้ก็เริ่มคิดได้ประมาณนึง แต่ก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี กับพวกที่ตีกันคนที่เก่งทำงาน บ้างาน ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มัธยัสถ์ มีวินัย (คำขวัญรึเปล่าวะ) ด้วยคำว่า "จบที่ไหน" "เกรดเท่าไหร่"  :13:

บางที (ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีอยู่ ขออนุญาติพาดพิงถึงบริษัทยักษ์ใหญ่แถวบางซื่อนะครับ) เค้าไม่ได้ถามว่า "คุณจบจากที่ไหน" นะครับ เค้าถามกันว่า "จบรุ่นอะไร" และอีกคำถาม ที่ยังแทงใจเพื่อนผมมาจนถึงวันนี้คือ "คุณรู้ไม๊ว่าที่นี่หลังคาสีอะไร" (สีหัวพ่อมันไง)

สำหรับ ปตท. มันเข้ายากจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าคิดในจุดที่ว่าเงินดี สวัสดิการดี มันก็ใช่

แต่ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานล่ะ เนื่องจากบริษัทใหญ่ยักษ์ คนรอขึ้น รอโตมันก็เยอะ อัตราการแข่งขันมันสูงเกินไปสำหรับเราหรือเปล่า หรือว่ามั่นใจว่ายังไงก็จะผ่านไปได้ (ถ้ามั่นใจก็ลุยเลย ถ้าไม่ก็คิดดี ๆ)

เรื่องเด็กฝาก เคยเป็น แต่จากประสบการณ์ การเป็นเด็กฝาก จะถูกกาหัวไว้ก่อนเลย (ทั้ง ๆ ที่องค์กรที่เคยไปทำ มีเด็กฝากไม่น้อย) เลือกได้ จะไม่เป็นเด็กฝากใครอีกต่อไป เรามีมือมีตีนเหมือนคนอื่น เรียนจบมาก็ไม่ได้ทุเรศขนาดหนัก คิดว่าหางานได้มั้ง งานที่เราจะทำแล้วก็มีความสุขไปกับมันได้ ไม่น่าจะหาไม่เจอหรอก

โชคดีครับ ขอให้ค้นหาตัวเองให้เจอ

:46:
There's only one "Jack Russell"

กวางจ้ะ

เดี๋ยวนี้นะเด็กฝากยิ่งต้องทำผลงานให้ดีกว่าคนที่ไม่ใช่เด็กฝากด้วยซ้ำไป


แต่ก็แล้วแต่ธรรมเนียมออฟฟิศอีกล่ะว่าแต่ละที่มองเด็กฝากกันยังไง
เท่าที่ทำงานมาสามที่ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นหลักนะ
ประเด็นหลักเลยคือ มาทำงานแล้วได้งานรึป่าวน่ะล่ะ

toeytoeytoey

ถ้าไม่อยากเข้าปตท. ยังไงขอฝากน้องสาวผมไว้คนนึงหน่อยนะครับ
จบปิโตร ลาดกระบัง ตอนจะเอนท์เข้าหลายคนก็บอก เข้าเลยคณะนี้ จบมามีแต่คนแย่งตัว ปตท. scg TPI โน่นนั่นนี่
ตอนนี้เป็นไงละ...ขายกาแฟ ที่อเมซอน (ที่บ้านแซวว่า เอ้ยก็ได้ทำในปตท.แล้วนิ  :30:)

JΛNΣ

ถ้าไม่อยากอึดอัดตอนอยากออก จงอย่าเป็นเด็กฝาก  :37:

สมเจี้ยม

เป็นเด็กฝากเหมือนกัน
ลูกพี่เก่าที่แม่สายหลังจากเจ๊ง
พี่เค้าก็ฝากกะเพื่อนให้ทำงานจนทุกวันนี้
และกำลังจะลาอออก :30:
ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines