งาน เงิน ความหวัง อนาคต

เริ่มโพสต์โดย นายโอ้เอ้, 02 เม.ย. 2008, 02:32 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Piix


ya

ตกงานอีกครั้งแล้วครับพี่น้อง เป็นครั้งที่สองในรอบปี (2551)  :05:
เพิ่งจะมาทำงานที่กาณจนบุรีได้ไม่ถึง 2 เดือนดีเลย
ทางบริษัทโทรมาบอกว่า ฝึกงานไม่ผ่าน โทรมาวันที่ 29 ธ.ค.ด้วย

บริษัท : ผมมีข่าวร้ายมาแจ้งให้คุณทราบ
ยะ      : ครับ , มีเรื่องอะไรครับ ?
บริษัท : คุณไม่ผ่านการทดลองงานน่ะ
ยะ      :  :09: ทำไมครับ
บริษัท : คือทางหัวหน้าคุณเค้าแทงหนังสือมาว่าคุณไม่ผ่านการทดลองงาน (มีผลตั้งแต่ 30 ธ.ค. 51)
ยะ      : ครับ หนังสือแจ้งเหตุผลว่าไงครับ
บริษัท : เค้าว่าคุณไม่อยู่หน้างาน กับ มีปัญหาในการประสานงาน
ยะ      :  :09:   :09:   :09:


        ไม่เข้าใจเหตุผลจริง ๆ
แวะดูงานวันละ 4 รอบเนี่ยนะ , ตู้ไม่มีไฟฟ้ามันอยู่ทั้งวันไม่ได้ , งานเอกสารทำไม่ได้ต้องทำอยู่ที่ห้อง  (ใช้ GPRS ของตัวเองส่ง mail อีกต่างหาก)  :13:
มีปัญหาในการประสานงาน ผมไม่เคยทะเลาะกับใครซักคนเลยนี่หว่า  :09:


ช่วงนี้งานก่อสร้างยิ่งหายากอยู จะเรียนต่อก็อ่านหนังสือสอบไม่ทัน  :07:
เข้ามาอ่านเป็นส่วนใหญ่

โบว์

สู้ๆนะคะ เอาใจช่วยนะ  :42:

อู๋

อ่านของเก้อ ก็อืม เด็ดเดี่ยวดี ชัดเจนดี หลุดจากห่วงโซ่ทุนนิยมดี
ชอบนะ ชอบมากๆเลย

แต่ทำไม่ได้ ด้วยหลายๆเรื่อง

Piix

อ้างคำพูดจาก: ya เมื่อ 06 ม.ค. 2009, 12:57 น.
ตกงานอีกครั้งแล้วครับพี่น้อง เป็นครั้งที่สองในรอบปี (2551)  :05:
เพิ่งจะมาทำงานที่กาณจนบุรีได้ไม่ถึง 2 เดือนดีเลย
ทางบริษัทโทรมาบอกว่า ฝึกงานไม่ผ่าน โทรมาวันที่ 29 ธ.ค.ด้วย

บริษัท : ผมมีข่าวร้ายมาแจ้งให้คุณทราบ
ยะ      : ครับ , มีเรื่องอะไรครับ ?
บริษัท : คุณไม่ผ่านการทดลองงานน่ะ
ยะ      :  :09: ทำไมครับ
บริษัท : คือทางหัวหน้าคุณเค้าแทงหนังสือมาว่าคุณไม่ผ่านการทดลองงาน (มีผลตั้งแต่ 30 ธ.ค. 51)
ยะ      : ครับ หนังสือแจ้งเหตุผลว่าไงครับ
บริษัท : เค้าว่าคุณไม่อยู่หน้างาน กับ มีปัญหาในการประสานงาน
ยะ      :  :09:   :09:   :09:


        ไม่เข้าใจเหตุผลจริง ๆ
แวะดูงานวันละ 4 รอบเนี่ยนะ , ตู้ไม่มีไฟฟ้ามันอยู่ทั้งวันไม่ได้ , งานเอกสารทำไม่ได้ต้องทำอยู่ที่ห้อง  (ใช้ GPRS ของตัวเองส่ง mail อีกต่างหาก)  :13:
มีปัญหาในการประสานงาน ผมไม่เคยทะเลาะกับใครซักคนเลยนี่หว่า  :09:


ช่วงนี้งานก่อสร้างยิ่งหายากอยู จะเรียนต่อก็อ่านหนังสือสอบไม่ทัน  :07:


คิดด้วยความเป็นกลาง - คุณคงจะไม่เข้าตากรรมการ ด้วยท่าทางลักษณะ การแสดงออก ความมีมิตรไมตรี หรือการทำงานร่วมกับผู้อื่น
คิดด้วยระบบการทำงาน - ทางโน้นอาจจะมีเหตุผลอื่น แต่ไม่สามารถระบุลงมาได้ เช่น เค้ามีคนที่หมายตาไว้แล้ว จะเอามาเสียบตำแหน่งนี้


เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปกับการทำงาน ไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร ขอให้พยายามปรับตัวให้มากขึ้น

โบว์

ขุดเรื่องตัวเองข้างล่างมาเตือนใจคนที่ท้อ ว่าสู้ๆนะคะ ตราบใดที่ยังมีแรงก็สู้ต่อไปนะคะ :12:
แล้วก็ขุดเรื่องนี้มาเตือนใจตัวเอง
เพราะปีสองปีนี้โบว์สบายขึ้นมาก มากๆ ทั้งเรื่องงาน เงิน ครอบครัว
จากที่ไม่เคยมีเงินเลย อย่าว่าแต่หลักพัน หลักร้อยยังไม่ถึง

ความสบายเนี่ย เป็นหนทางแห่งความขี้เกียจ
เมื่อเราสบายเราก็จะไม่ค่อยดิ้นรนเท่าไหร่
ปีที่แล้วงานมาไว เงินมาไว และก็ไปไว
ที่พูดไม่ได้มีเยอะนะ แต่เป็นปีแรกที่มีเงินเก็บหลักแสน
เป็นปีแรกที่มีตังผ่อนบ้านผ่อนรถ และให้พ่อแม่ได้อย่างสบายในแต่ละเดือน

เมื่อสบายเลยได้ใจ ใช้เงินไม่ค่อยระวังเลย
และก็ทำงานไม่ active ด้วย นั่งอ่านเรื่องที่ตัวเองเขียนไว้ เลยสำนึกอย่างนุนแรง
ความประมาทเป็นหนทางแห่งความหายนะจริงๆ
ต่อไปปีนี้จะตั้งใจทำงานแล้วค่ะ จะขยันให้มากๆด้วย
กลัวจริงๆ เรื่องกลับไปไม่มีตังเนี่ย  :39:

อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 05 เม.ย. 2008, 10:41 น.
แปะไว้ตั้งนานมาต่อซะหน่อย :33:
ถ้าถามว่าพอใจกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ไหม ตอบได้เลยว่า พอใจมาก
งานที่โบว์ทำอยู่ตอนนี้คือ 1.เป็นเจ้าของแบรน "monamafia" (พุดซะหรู)
2.เป็น project manager สตูดิโอออกแบบชื่อดังย่านวังหิน (พูดหรูอีกแล้ว)


จริงๆโบว์เริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ปี 3 ขายประกันขายตรงไปเรื่อย
แต่เริ่มจริงๆจังๆตอนอยู่ปี 4 ขายตรงแบบจริงจังมาก
เพราะว่าที่บ้านไม่มีตัง คือพ่อกับแม่ขายของในตลาดแล้วเค้าก็รับจ็อบเป็นเจ้ามือหวย
แต่เจ๊งน่ะค่ะ เจ๊งขนาดที่ว่าติดหนี้เป็นล้านๆ เจ้าหนี้เต็มไปหมด โทรศัพท์นี่ไม่ต้องรับเลย
มีแต่คนโทรไปทวง แม่ออกไปขายของที่ตลาดก็ออกแทบไม่ได้
มีแต่คนออกไปด่าไปทวงกลางตลาด แม่กะพ่อจะฆ่าตัวตายวันละหลายๆรอบ
โบว์เลยต้องออกมาดิ้นรนทำงานช่วงปี 4 อีกอย่างต้องส่งน้องเรียนเพราะพ่อแม่ไม่มีตังด้วย
ตอนนั้นเบียร์เรียนอยู่วิศวะปีปี 3 มั๊ง
ปี 4 นี่โบว์ไม่ได้สนใจเรียนเลย มัวแต่หาเงิน เลยเรียนไม่จบ 4 ปี
ล่อไป 4 ปีครึ่ง (จริงๆ ขี้เกียจตั้งแต่เข้ามหาลัยแล้ว f ระนาว พูดให้ดูดีไปงั้นแหละ :30:)


ตอนทำขายตรงที่อยู่ปี 4 นี่แรกๆลุ่มๆดอนๆมาก
แรกๆได้หลักพันพอเดือนที่ 3-4 เริ่มขึ้นเป็นหมื่น บางเดือนสูงสุด 4 หมื่นก็มี
ทำได้ 10 เดือน แต่ปีนั้นได้เงินได้เฉลี่ยเดือนละ 2 หมื่นบาท
จริงๆมันเยอะมากๆเลยนะสำหรับคนที่เรียนอยู่ปี 4 แต่มันไม่พอกับรายจ่ายเลย
ตอนนั้นคือต้องจ่ายเองเกือบทุกอย่าง ให้เบียร์เดือนละ 3500 ค่าหอตัวเอง 1500
ผ่อนแอร์ที่บ้านที่พ่อกะแม่ยังผ่อนไม่หมด 2 พันกว่าบาท
ตอนแรกกะว่าให้เค้ายึดไปเลยแล้วไปตายเอาดาบหน้าแต่สงสารพ่อแม่
่แม่เค้าก็เสียดายเพราะผ่อนมาได้ครึ่งทางก็เลยต้องผ่อนต่อ
มีอย่างอื่นอีกนะ อ้อมีเครื่องดูดฝุ่นด้วยแต่อันนี้ปล่อยยึดไปเลย
อีกเรื่องนึงคือเรื่องใหญ่มากๆที่ทำให้ตังหมดคือว่า บ้านที่อยู่ยังผ่อนไม่หมด
แล้วพอพ่อกะแม่เจ๊งเนี่ย ก็เลยจะโดนยึดครับท่าน  :05:


บ้านหลังนี้มีอาถรรพ์ จำได้ว่าตอนนอยู่สัก ปี 1
ตอนนั้นพ่อกะแม่ขายของไม่ดี กุ้งที่เลี้ยงไว้ที่จันทบุรีตายยกบ่อ ไม่มีตังส่งบ้าน
รอบนั้นก็จะโดนยึดไปแล้วรอบนึง แต่พอธุรกิจพ่อกะแม่ฟื้นเค้าเลยส่งบ้านกันต่อ
ครั้งนี้ที่โบว์อยู่ปี 4 เป็นรอบที่ 2 ที่จะโดนยึด
โอ้ว อาถรรพ์จริงๆ ตอนแรกบ้านอยู่กับ ธนาคารชื่ออะไรนะที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นนครหลวง
พอธนาคารเปลี่ยนมือ แล้วเราไม่ส่งเค้าเลยย้ายเจ้าหนี้ไปอยู่กับ "บริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี"
เป็นบริษัทที่จัดการเรื่องบ้านโดยเฉพาะเลย ซื้อหนี้เสียมาจากธนาคารแล้วเตรียมขายทอดตลาด
ตอนนั้นโบว์ก็ความรู้งูๆปลาๆ แต่รู้อยู่อย่างนึงว่าจะไม่ยอมให้บ้านหลังนี้โดนยึด
เลยทำทุกอย่าง ตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต ดีที่ทำขายตรงพอไว้ เลยตั้งแชร์ค่ะ
ได้เงินก้อนมา 5 หมื่น เอาไปโป๊ะบ้าน แล้วก็ทำสัญญาผ่อนต่อกับบริษัทนี้ เดือนละ 7 พันบาท
หายนะเริ่มมาเยือน เพราะ 7 พันบาทสำหรับเรานี่เยอะนะเพราะขายตรงมันก็ไม่มั่นคง
โบว์จัดลำดับความสำคัญดังนี้คือ
เรื่องที่ 1 .เบียร์ (น้องชาย) จะต้องมาก่อน
2.ส่งบ้าน แค่นี้รายได้จากขายตรงก็จะหมดแล้ว
เราก็ยืมคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย โชคดีสนิทกะพี่ที่ศิลปากรคนนึง เวลาตังไม่มีก็ยืมเค้าตลอด
(ตอนนั้นแอนก็เรียนปี 5 ทะเลาะกันแทบจะเลิกกันเพราะไม่มีเวลา และทะเลาะกันเรื่องขายตรง) :39:



เบียร์นี่มันก็อึดนะ มีเรื่องนึงที่แม่รันทดจนทุกวันนี้ พูดถึงเค้ายังร้องไห้ทุกครั้ง
เบียร์มันไม่มีตังโบว์ก็ตังหมดยังไม่ออก เบียร์มันโทรไปขอแม่กะพ่อบอกว่ามีตังบ้างไหม
มันไม่มีตังกินข้าว พ่อกับแม่ก็ไม่มี 100 เดียวยังไม่มี สงสารพ่อกับแม่มากเค้าช้ำใจมาก
ว่าเงินจะให้ลูกกินข้าวยังไม่มีรูุ้้สึกว่าเบียร์มันขุดตังได้ 5 บาท เลยซื้อมาม่ากินเลยรอดตัวไป
ลืมบอกว่าพ่อกับแม่หมดอาลัยตายเลิกทำงานเกือบปีน่ะ พ่อนี่หยุดเลย
คือทั้งคู่เค้าไม่กล้าไปสู้หน้าผู้คนที่ตลาด ขายของได้แต่ก็มีลูกหนี้มาทวงเต็มไปหมด
จนไม่มีทุนลงของขายในวันต่อมา โบว์เลยกลายเป็นตัวยืนของบ้าน
สงสารพ่อกะแม่มาก เค้าไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่นอนๆๆๆๆ แบบคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
โบว์เลยเป็นเสาหลักของบ้านไปเลย


เดี่ยวมาต่อไปซักผ้าก่อน เล่าไปเล่ามาชักมัน
:33:


iannnnn

ซักผ้าเสร็จหรือยังจ๊ะ

Ou!







ไม่ได้ซักอยู่ด้วยกันเหรอครับ :09:


งบน้อย

โบว์

นั่นซักตั้งแต่ปีที่แล้วย่ะ :11:

นักศิลปะ

ยะ ที่ใช่เพื่อนแอนที่ขำโคตรๆ หรือเปล่าครับ
..........

โบว์ กับ แอน สบายแล้วเนอะ
ผมเองยัง ยากลำบากสาหัส
แต่ก็ช่างมันเถ๊อะ
คิดแบบ คอมมิวนิสต์วาทะกรรมประจำคือ
แพ้สู้ใหม่ ปราชัยสู้ใหม่
แต่ระจัน ไม่แพ้ เลยไม่ต้องสู้ใหม่
แค่สู้ต่อ  :12:

ผมยังขยันในกริยาขี้เกียจอยู่เหมือนเดิม
เพราะการทำอะไรขี้เกียจดูสบายๆ มันสบายจริงๆ

ความจริงจะแค่มาถามว่า ใช่ ยะเพื่อนแอนไหม
พิมพ์ยาวยึดยือเลย แฮะ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

eThics

อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:02 น.
ขุดเรื่องตัวเองข้างล่างมาเตือนใจคนที่ท้อ ว่าสู้ๆนะคะ ตราบใดที่ยังมีแรงก็สู้ต่อไปนะคะ :12:
แล้วก็ขุดเรื่องนี้มาเตือนใจตัวเอง
เพราะปีสองปีนี้โบว์สบายขึ้นมาก มากๆ ทั้งเรื่องงาน เงิน ครอบครัว
จากที่ไม่เคยมีเงินเลย อย่าว่าแต่หลักพัน หลักร้อยยังไม่ถึง

ความสบายเนี่ย เป็นหนทางแห่งความขี้เกียจ
เมื่อเราสบายเราก็จะไม่ค่อยดิ้นรนเท่าไหร่
ปีที่แล้วงานมาไว เงินมาไว และก็ไปไว
ที่พูดไม่ได้มีเยอะนะ แต่เป็นปีแรกที่มีเงินเก็บหลักแสน
เป็นปีแรกที่มีตังผ่อนบ้านผ่อนรถ และให้พ่อแม่ได้อย่างสบายในแต่ละเดือน

เมื่อสบายเลยได้ใจ ใช้เงินไม่ค่อยระวังเลย
และก็ทำงานไม่ active ด้วย นั่งอ่านเรื่องที่ตัวเองเขียนไว้ เลยสำนึกอย่างนุนแรง
ความประมาทเป็นหนทางแห่งความหายนะจริงๆ
ต่อไปปีนี้จะตั้งใจทำงานแล้วค่ะ จะขยันให้มากๆด้วย
กลัวจริงๆ เรื่องกลับไปไม่มีตังเนี่ย  :39:


เป็นเหมือนโบว์
และได้เข้าสู่ยุคมืดไปเรียบร้อยแล้ว
กำลังพยุงตัวขึ้นมาเรื่อยๆ ตามลำดับ
เราเป็นเช่นเราเชื่อ    :: tK ::    :: สีมา ::

iannnnn

น่าจะคนละคนกับยะรำนะครับ

โบว์

ยะระแหละ ถูกแล้ว  :07: :07:


อ้างคำพูดจาก: นาย ภาณุพันธุ์ เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:09 น.
ยะ ที่ใช่เพื่อนแอนที่ขำโคตรๆ หรือเปล่าครับ
..........

โบว์ กับ แอน สบายแล้วเนอะ
ผมเองยัง ยากลำบากสาหัส
แต่ก็ช่างมันเถ๊อะ
คิดแบบ คอมมิวนิสต์วาทะกรรมประจำคือ
แพ้สู้ใหม่ ปราชัยสู้ใหม่
แต่ระจัน ไม่แพ้ เลยไม่ต้องสู้ใหม่
แค่สู้ต่อ  :12:

ผมยังขยันในกริยาขี้เกียจอยู่เหมือนเดิม
เพราะการทำอะไรขี้เกียจดูสบายๆ มันสบายจริงๆ

ความจริงจะแค่มาถามว่า ใช่ ยะเพื่อนแอนไหม
พิมพ์ยาวยึดยือเลย แฮะ



:48:
ยังนะพี่โอ๋ โบว์เนี่ยยังผ่อนทั้งบ้านทั้งรถ
พอรถจะหมดก็ต้องเตรียมผ่อนออฟฟิศต่อ เริ่มเครียดน่ะ
แอบคิดว่าหรือไม่ต้องผ่อนดีเงินจะได้เหลือ
พอเริ่มมีภาระก้อนใหม่ก็คิดมากนะ เริ่มเครียดอีกรอบแล้ว

O.D.M.

งานไว เงินไว แล้วเข้าด้านมืด เป็นกันเกือบทุกคนแหละครับ  :42:
ปัจจุบันผมยังมีลูกหนี้ราคาเกือบล้านอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะใช้คืนได้ไหวด้วย
(ผ่อนเ้ดือนละพันสองพัน กุจะบ้า  :30:) ส่วนหนี้คนอื่นที่ผมแบกไว้แทน ก็ต้องทยอยๆใช้ไปเรื่อยๆ

ชีวิตก็ต้องเท่านี้แหละครับ สู้กันต่อไป  :30:
- R u Happy with ur Rock&Roll ? -

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: ไอ้ซ์แอนนนนน เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:13 น.
น่าจะคนละคนกับยะรำนะครับ

อ๋อ
นี่ไม่ ยะรำ  :26:
อ้างคำพูดจาก: นางโบว์ เมื่อ 07 ม.ค. 2009, 17:15 น.
ยะระแหละ ถูกแล้ว  :07: :07:



:48:
ยังนะพี่โอ๋ โบว์เนี่ยยังผ่อนทั้งบ้านทั้งรถ
พอรถจะหมดก็ต้องเตรียมผ่อนออฟฟิศต่อ เริ่มเครียดน่ะ
แอบคิดว่าหรือไม่ต้องผ่อนดีเงินจะได้เหลือ
พอเริ่มมีภาระก้อนใหม่ก็คิดมากนะ เริ่มเครียดอีกรอบแล้ว


เครียดต้องเที่ยว เยอะๆ  :35:
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines