เพื่อการศึกษา (แตกหน่อ)

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 23 เม.ย. 2005, 00:33 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

|<3N

#120
อ้างคำพูดจาก: หมีสีฟ้าขจัดมาร เมื่อ 23 เม.ย. 2005, 16:20 น.
นั่นก็ดองเค็มไว้นาน
หนอนขึ้นด้วย อร่อยนะ :33:
สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

pugpug : นนทกร

#121
ตัวข้าพเจ้าเคยเป็นเด็กสาธิตบ้านนอก(สาธิตศิลปากร นครปฐม)
ทั้งรุ่นมีเรียนศิลปะอยู่สามคนเหงาสัตว์ๆ
แถมตอนเอ็นท์ก็ไม่เหมือนชาวบ้าน
บอกตรงๆว่าการเรียนพิเศษมันแยกกะเด็กไม่ได้หรอก
แต่ความถนัดด้านศิลปะไม่ได้ติว(เพราะอาจารย์จบจิตรกรรม)

แต่ที่สำคัญมากกว่าวิชาการ น่าจะเป็นอาจารย์แนะแนวนะ
เด็กอีกมากที่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปทิศทางไหน(แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆคงมีแหล่งข้อมูล
มากกว่ารุ่นผมเนอะ)

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการค้นพบว่าตัวเองอยากเรียนและถนัดด้านไหนนะ

iannnnn

#122
จริงอย่างหนัก
คนเป็นนักเรียนช่วงเตรียมเอ็นท์นี่เป็นเหมือนกันหมด
กูจะเข้าคณะอะไรดี
คะแนนกูจะถึงไหม
แม่ให้เป็นหมอแต่ไม่ชอบ ทำไงดี

นี่มันเป็นทาสของระบบ ทาสของกติกาชัดๆ

การเรียนคณะชื่ออะไร คะแนนเท่าไหร่ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจนะ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ มึง อยาก เป็น เหี้ย อะไร มากกว่า

ตอนเอ็นเข้าถาปัด ยอมรับเลยว่าพลาด
เราไม่ได้อยากเป็นสถาปนิกแม้แต่นิดเดียว
แต่เป็นเพราะว่ามันน่าสนุกดีที่จะได้เรียนอะไรแบบนี้ ทำอะไรแบบนี้
(เชื่อว่ามีหลายคนคิดยังงี้เหมือนกัน คนมีไอเดียน่าเข้าถาปัด -- แล้วไง)

ดังนั้นพอขึ้นปีสองเลยยกพวกไปแนะแนวน้องที่โรงเรียนเก่า เรื่องการตัดสินใจเลือกคณะ
เพื่อให้น้องๆ ที่ยังเป็นแบบตูอยู่ ได้พบทางสว่างซะที

นิ้ง

#123
เอ่อ ไม่รู้เป็นค่านิยมหรืออย่างไร ห้องที่นิ้งเรียน เค้าถามอยากเป็นอะไร อยากเป็นวิศวะเป็นแถบ ผู้หญิงด้วยนะ
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

หมีโหด*

#124
อยากเป็นอะไรก็เป็น อยากทำอะไรก็ทำ อชีวิตตัวเอง อย่ากลัวว่าจบมาไม่มีงานทำ
ถ้าเราได้ทำสิ่งที่ชอบ ไม่มีตังค์แต่ยังยิ้มได้


โอ้ว พี่พลพลมาเอง
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

iannnnn

#125
ขุด


เห็นกำลังเข้ากระแส

Soris0ri

#126
อยากเป็น ดีเจ  :42:
Las Noches Rubicundior

หมีโหด*

#127
อยากเป็นเจ้าสาว
ตามหารักแท้ค่ะ โฮกกก

|<3N

#128
อยากเป็นเจ้าชาย
สะพรึบสะพรั่ง ณหน้าและหลัง ณซ้ายและขวา ละหมู่ละหมวด ก็ตรวจก็ตรา ประมวลกะมา สิมากประมาณ

นิ้ง

#129
ปั่นกันนี่นา- -"
"ความรักนั้น...ง่ายดายกว่าที่คิด...ยากเย็นกว่าที่เห็น"

มะนุช

#130
อ้างคำพูดจาก: iannnnn เมื่อ 23 เม.ย. 2005, 20:13 น.
จริงอย่างหนัก
คนเป็นนักเรียนช่วงเตรียมเอ็นท์นี่เป็นเหมือนกันหมด
กูจะเข้าคณะอะไรดี
คะแนนกูจะถึงไหม
แม่ให้เป็นหมอแต่ไม่ชอบ ทำไงดี

นี่มันเป็นทาสของระบบ ทาสของกติกาชัดๆ

การเรียนคณะชื่ออะไร คะแนนเท่าไหร่ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจนะ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ มึง อยาก เป็น เหี้ย อะไร มากกว่า

ตอนเอ็นเข้าถาปัด ยอมรับเลยว่าพลาด
เราไม่ได้อยากเป็นสถาปนิกแม้แต่นิดเดียว
แต่เป็นเพราะว่ามันน่าสนุกดีที่จะได้เรียนอะไรแบบนี้ ทำอะไรแบบนี้
(เชื่อว่ามีหลายคนคิดยังงี้เหมือนกัน คนมีไอเดียน่าเข้าถาปัด -- แล้วไง)

ดังนั้นพอขึ้นปีสองเลยยกพวกไปแนะแนวน้องที่โรงเรียนเก่า เรื่องการตัดสินใจเลือกคณะ
เพื่อให้น้องๆ ที่ยังเป็นแบบตูอยู่ ได้พบทางสว่างซะที

อันนี้จริงนะ เหมือนกับว่า มันไม่มีอะไรรองรับว่่าเราจะทำได้มั้ย
ยิ่งตอนนี้ ยิ่งเปลี่ยนระบบ มีสอบ ครั้งเดียวมไ่มีอะไรเป็นหลักประกันเลย
ว่าจะเอายังไงกับชีวิต  ในนี้มีัใครเป็นรุ่นสุดท้ายที่สอบครั้งเดียวมั่ง
คงรุ้็ูู้้้สึกคล้ายๆกันล่ะมั้ง  ว่าทำไมต้องรุ่นกูด้วย 
คนบางคนเกิดมาเพื่อเป็นแค่ความทรงจำ

Black-Pigeon

#131
นี่เป็นการแนะแนวทาง ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นแบบไหน อย่างไร
เท่าที่นึกได้ สามารถแบ่งเด็กวัยรุ่นได้หลา่ยๆประเภท
น้องคนที่อยู่มัธยม ลองนึกดูว่าตัวเองเป็นประเภทไหน

1.เด็กที่มีความฝันแน่วแน่ในการอยากเป็นอะไรสักอย่างในอนาคต
2.เด็กที่แค่อยากรู้ อยากเก่ง อยากแข่งขันในศิลปวิทยาการต่างๆ แต่ยังนึกไม่ออกว่าอยากเป็นอะไร หรืออยากเป็นหลายอย่างจนเลือกไม่ถูก
3.เด็กที่ไม่ได้คิดหวังว่าจะต้องเป็นอะไร แต่คิดว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิตก็พอ
4.เ็ด็กที่ไม่คาดหวังจะต้องเป็นอะไร แต่อยากให้ผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ตลอดลอดฝั่ง คิดว่าจะเป็นอย่างไรก็ได้ แค่ไม่ลำบากในอนาคตก็พอ
5.เด็กที่ทั้งมีความคาดหวังและไม่มีความคาดหวังเกี่ยวกับสิ่งที่อยากจะเป็น แต่กลับต้องทำทุกอย่างตามความคาดหวังของคนอื่น เช่น พ่อแม่อยากให้เรียนแพทย์ หรือต้องเรียนเพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัว
6.เด็กที่ไม่ใส่ใจอนาคต
7.และอื่นๆที่นึกไม่ออก...
...................................................

ใครเป็นข้อ 1
ข้อนี้ น่าจะมีคนอยากเป็นมากที่สุด ใครที่เป็นได้ตามข้อนี้นับว่าเป็นคนน่าอิจฉามาก แต่หลายคนมักจะค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบไม่ทันการณ์ก่อนที่จะสอบเอ็นท์ก็จะกลายเป็นไปตามข้อ 2-4 บางคนถึงขั้นไปค้นพบเอาตอนแก่และประสบผลสำเร็จในชีวิตตอนแก่ก็มี
ใครที่เป็นข้อนี้ ถ้าผู้ปกครองสนับสนุน อย่าลังเลที่จะเลือกคณะที่ตัวเองชอบทุกอันดัีบครับ ถ้ามันจะพลาดขึ้นมาก็เอนท์ใหม่ปีต่อไปก็ได้ครับ เสียเวลาปีเดียวดีกว่าเสียจุดยืนตัวเองไปหลายๆปีหรือทั้งชีวิต หรือไม่ก็ไปเรียนราชภัฎหรือมอเอกชนก็ได้ แม้คุณภาพสถานศึกษาอาจจะวัดการพิจารณาเข้าทำงานก็จริง แต่เป็นแค่องค์ประกอบที่ไม่สำคัญหรอก ถ้าคุณมีความตั้งใจจริง อย่าเชื่ออาจารย์แนะแนวให้มากนัก เพราะอาจารย์แกเน้นให้เรามีที่เรียนเท่านั้น อาจารย์แกแค่อยากให้เรามีที่เรียนครับ แต่ถ้าผู้ปกครองไม่อนุญาตให้เลือกคณะที่ชอบ ก็ตัวใครตัวมันครับ... คุณคือคน ข้อที่ 5

ใครเป็นข้อ 2
ตอนผมเด็กๆ ผมก็เป็นข้อนี้แหละ ผมอยากเป็นหลายอย่างจนสับสนในชีวิตไปหมด ผมเอ็นท์ติด 3 ครั้งใน 3 ปีติดกัน แต่เรียนไม่ประสบผลสำเร็จเลย ใครเป็นข้อนี้ระวังจะเป็นแบบผม เหอๆ เด็กแบบนี้อาจจะโชคดีกว่าแบบที่ 6 แต่อาจซวยกว่าแบบที่ 3-4-5 ก็เป็นได้ถ้ายังไม่หนักแน่นพอ แต่ก็แนะนำการเลือกคณะคล้ายๆกับข้อ 1 คือ เลือกเฉพาะคณะที่ชอบ ถ้าชอบหลายอย่างก็เลือกหลายอย่าง ไม่ควรเลือกอะไรที่ไม่ชอบเลย  แต่ใหเอาคณะที่ชอบเหล่านั้นมา้พิจารณาจัดเรียงตามความยาก-ง่ายในการที่จะสอบผ่าน ของแต่ละคณะนั้นก็จะเป็นดีครับ

ใครเป็นข้อ 3
ผมว่าเด็กพวกนี้ มักเลือกเรียน แพทย์ วิศวะ บริหาร อะไรประมาณนี้ ไม่มีความเห็น... เด็กจำพวกนี้มักขยัน น่าจะสอบได้สบายมาก... เชื่ออาจารย์แนะแนวไว้ครับ... แล้วจะประสบผลสำเร็จ

ใครเป็นข้อ 4
เด็กพวกนี้มักเลือกคณะจากคำปรึกษาของคนอื่น หรือแม้กระทั่งเลือกตามเพื่อน ขอให้มีที่เรียน และเรียนจบก็พอใจแล้ว เมื่อคุณเป็นแบบนี้แล้วก็ควรเลือกคณะให้เซฟที่สุด หรือเชื่อฟังอาจารย์แนะแนวไว้ครับ

ใครเป็นข้อ 5
บางครั้งชีวิตก็เลือกไม่ได้ จงสู้ต่อไปและขยันครับ บางครั้งสิ่งที่เราอยากเป็น เราอาจจะได้มันมากมื่อตอนอายุเยอะหน่อย ก็อดทนรอจนวันนั้นน่ะครับ ถ้าเรียนเก่งแต่จนก็ให้ลองเลือก คณะที่ทำเงินได้ดี เพราะถ้ามีเงินมากก็จะมีโอกาสสร้างความฝันที่ซ่อนไว้ให้เป็นจริงได้ในภายหลังครับ

เท่าที่เคยเห็นมา มีเด็กประเภท 3 4 และ 5 เยอะครับ

ข้อ 6 กับ 7 ไม่ขอพูดถึง
ทหารเกณฑ์

แอ๊ะ

#132
กระจู๋นินทาครู  :21:

เรียนมัธยมมาเกลียดวิชาดนตรี กับศิลปะมากที่สุด รองจากคณิต และภาษาไทย

วิชาดนตรีมีสามส่วน คือรำไทย ดนตรีไทย แล้วก็ดนตรีสากล

ไอ้รำไทยอาจารย์เป็นตุ๊ด แต่ตุ๊ดแบบโหด ๆ ถือไม้เรียวคอยฟาดถ้ารำไม่ลงจังหวะ ตูละหน่าย
ดนตรีไทยดีหน่อย อาจารย์แก่แล้ว สอนเป่าขลุย ตูตีลูกมั่วเลย ดีนั่งแถวหลังแกจับไม่ได้  :21:
ดนตรีสากล อันนี้ช้ำใจหนัก ตูต้องมี ร ติดในสมุด ครูที่สอนโหดพอ ๆ กับรำไทย เรียนวิชานี้ตูต้องนุ่งกางเกงอย่างน้อย 3 ชั้น ตอนหลังครูมันรู้ทัน หันมาหวดน่องแทน  :05:

แต่พูดกูมึง หรือขายของ ไม่เคยเจอ ออ มีเจออยู่ครั้งเดียวตอนเรียนสังคม ไม่รู้เพื่อนมันไปกวนอะไรครู แกเลยบอกว่า มึงออกจากห้องไปเลยไป

ส่วนคณิตตอนมัธยมยอมรับว่าโง่มาก แต่มันก็เป็นแรงบันดาลใจให้เลือกเรียนวิดวะ เพราะโดนดูถูกเรื่องโง่คณิตนี่แหละ
[ว่างให้เช่า]

蓝月 (lán yuè)

#133
http://www.learningthai.com/thailand/

เพื่อการ"ศึกษา"  :22:
ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม
แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำ
ว่าครั้งนึงเคยก้าวไป...

roundbol123

#134
เกลียดคณิต
ตอนนี้นานารู้ว่า นานาชอบวิชาแนวภาษา เกลียดการท่องจำ

กำลังจะมาเป็นเด็กเรียนค่ะ
:22: :47:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines