ภิกษุสันดานกา (แตกหน่อ)

เริ่มโพสต์โดย iannnnn, 13 ต.ค. 2007, 23:40 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

HyoPlum

ความสวยไม่รับประกัน แต่ความมันเดี๊ยนรับรอง

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

โก้

หาอยู่ครับเอ  :08:
































เอิ้ว อยู่อีกจู๋  :07:
nuugo.blogspot.com
instagram.com/nuugo

ความฝันกลางฤดูร้อน

แอน มัม ระจัน โอ๋
โอ้ว 4สหายอย่าเข้ามา :07:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

Buob Marley

นั่นมันสามคนครับหมอ

ต้องแอน กัม มัม โอ๋
http://img3.f0nt.com/flash/66d37d0393ee1ab1e2e55182dfabf34e.swf

A Long Patience: Wish Us Luck (and Happy Anniversary)

ความฝันกลางฤดูร้อน

 :07: เขียน ชายคลองผิดเป็นระจัน  :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07: :07:
ฝันซ่อนสับสนวุ่นวาย หย่อนคล้อย

คุณชาย ( 737 )

 :08: ผมเข้าข่ายด้วยเหรอครับหมอแมว
สู่ความโดดเดี่ยว อันไกลโพ้น

นักศิลปะ

ผมเบิ้ลเป็นสองเลย

ความจริง เราอาจจะต่างสันดานกา(ฮา)
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

จักรี

ผม 50 50 ครับ ยังไม่กล้าตัดสิน ว่า อะไรควรไม่ควร ขึ้นอยุ่กับเจตนาของผู้สร้างผลงาน 
ก็ว่ากันไปตามมุมองของแต่ละคน แต่ผมไม่ค่อยจะพอใจทุกกรณีที่มีพระสงฆ์
ออกมาประทวงทำนุ่นทำนี่เท่าไร แต่ก็ไม่กล้าวิจารย์ (เอ๊ะ หรือวิจารย์ไปแล้ว)

มุมมองของผม งานศิลปะก็ยังคงเป็นงานศิลปะ
พุทธศาสนาก็ยังคงมีหลักให้ประพฤติปฏิบัติตาม ที่ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้
ตามความหมายของคำว่าสัจธรรม

ศิลปะ สำหรับผม มันเป็นเรื่องที่อธิบายยาก ทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะ 
และแน่นอนทุกอย่างย่อมมีทั้งดีและไม่ดี ศิลปะก็เหมือนกัน 
ก็ย่อมมีทั้งสร้างสรรและทำลาย  แล้วถามว่าจะเป็นศิลปะแบบไหน ผมว่าน่าจะขึ้นอยู่ที่
สังคมนั้นๆ  ในเมื่อ การสร้างสรรผลงานศิลปะ
มีปัจจัยหลายอย่างทางสังคมที่ควรควบคุม ศิลปินก็ควรใส่ใจในจุดนี้ด้วย เพราะเราเป็นสัตว์สังคม

และส่วนศาสนิกชนผู้หลงใหลในความจริงอันแน่แท้ของพระธรรมคำสอน ทางพระพุทธศาสนา 
ก็อย่าเพียงแค่ขึ้นชื่อว่าหลง น่าจะศึกษาให้มากเข้าไว้ ใช้แต่ศรัทธาในการเชื่อ
ละทิ้งปัญญาที่ควรมาคู่กัน สังคมบ้านเราจึงได้อ่อนไหว อ่อนแอ
อะไรมากระทบจิตกระทบใจนิดหน่อยก็พากันไหวตึงไปทั้งประเทศ มันแสดงอะไรบางอย่าง
นั่นคือความอ่อนแอ  แม้จะป่าวร้องบอกใครต่อใครว่าตัวเองนี้หนักแน่นนัก
สุดท้ายก็กลายเป็นหลงยึดติดอยู่กับมัน หาข้ออ้างให้ตัวเองอยู่ร่ำไปว่า ทำไปเพื่อสถาบัน
แต่ไม่เคย ยอมรับว่าทำไปเพื่อสนองกิเลสของตัวเอง


สังคมไทยก็เลยกลายเป็นประมาณ ว่า
  "ตูเก่ง ตูเฮงเ พราะ พระที่ห้อยคอ แต่ไม่เคยระลึกถึงหรือปฏิบัติตามคำสอนของพระที่เป็นเจ้าของวัตถุมงคลนั้นเลย , 
ตูกล้า ตูแกร่ง เพราะมีจตุคาม แต่ไม่เคยรู้ที่มาทีไปของเทพในจตุคามเลยว่าเขาบำเพ็ญคุณความดีมาเท่าไร ,   
ตูไม่กลัวผี เพราะตูอยู่กับพระ แต่ก็ไม่เคยรู้เหตุผลเลยว่า ที่เขาว่า ผีกลัวพระหรือพระไม่กลัวผีเป็นเพราะอะไร ฯลฯ"

ที่เขาบอกว่า  นับถือพุทธศาสนาตามทะเบียนบ้าน จึงเป็นจริงดังนั้นแล......


ส่วนเรื่องการเมือง นี่ เรามานับตัวคนที่ไม่โกงดีกว่า แต่ถ้า เดินนำคนอื่นอยู่ แผ่นหลังมีผื่นขึ้น ไอ้คนตามมันก็เอามาเป็นประเด็นได้
จริงไม่จริงรอดูหลักฐานกันต่อไป
ล้ำลึกคนึงหาในดวงจิต ใจเคยคิดตัดสวาทมิอาจสิ้น
ดั่งก้านบัวหักกลางชลาสินธุ์ ผิว่าสิ้นไร้เยื่อยังเหลือใย

8e88

#129
ขอพูดเรื่องศาสนามั่ง ล้วนๆเลยนะ อย่างที่หลายๆคนว่ามาไอ้สิ่งที่คนส่วนมากในสังคมยังขาดในตอนนี้คือรสนิยมและมุมมองการชมศิลปะ
แต่ไอ้สิ่งที่ควรจะแก้ไขก่อนเรื่องรสนิยมก็คือ ทัศนคติและวิธีใช้ตรรกะในการใช้ชีวิต

...ชาวบ้านเจอควาย 2 หัว, ต้นไม้รูปร่างคล้ายคน ไปกราบไหว้ ขูดเลข ขอหวย
...เจอเจลลดไข้ ก็เอาไปต้มกินเพราะคิดว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์
...ใส่จตุคามแล้วจะรวย ยิง ฟัน แทงไม่เข้า
...ไปวัด กราบพระแล้ว ถือว่าได้ทำความดี กราบไหว้แล้วได้บุญ
...ทำบุญโดยหวังที่จะขอโน่นขอนี่ต่างๆนาๆ กับสิ่งที่ไม่มีตัวตน
...บวช 3 วัน 7 วันเพียงเพื่อให้พ่อแม่เกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์
...ใส่เสื้อเหลือง เพียงเพื่อแสดงตัวเองว่ารักในหลวง แต่ยังทำงานเช้าชามเย็นชามไปวันๆ

คือต้องแก้ไอ้เรื่องพวกนี้ก่อนเลย ไม่งั้นก็จะดักดานยึดมั่นไปกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน หวังลมๆแล้งๆ และก็จะไม่หัดพึ่งตนเอง
จริงๆบ้านเรามันมั่วนะ นับถือพุทธแค่เปลือก เจอผีก็ไหว้ เจอต้นไม้ก็ไหว้ ทั้งๆที่ปรัชญาของพระพุทธเจ้าสอนให้เราคิดด้วยตรรกะและเหตุผลที่เป็นข้อพิสูจน์ได้ สอนให้คนใฝ่หาความรู้และพัฒนาตัวตนจากภายใน ...ไม่ใช่การนับถือเปลือกนอกซึ่งเป็นแค่กระพี้เล็กๆ

ศาสนาพุทธ เป็นปรัชญาที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่มองเรื่องปรัชญาและคำสอน ...กลับไปมองเรื่องพิธีการ สิ่งที่เป็นรูปร่างและมองเห็น เช่น พระเครื่อง สิ่งศักดิ์สิทธิ์

..... เชื่อมั๊ยว่าหลังจากที่บวชสายวัดป่ามา 7-8 เดือน ไม่เคยแขวนพระเอาไว้ที่คออีกเลย ไม่ได้ไหว้ต้นไม้ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มั่วซั่ว .... ไม่ใช่ว่าลบหลู่ แต่คิดแค่เพียงว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับจิตใจและการกระทำของตัวเรา ถ้ากระทำดี จิตใจดี เจตนาดี ก็ไม่จำเป้นต้องยึดเหนี่ยวพวกวัตถุมงคล ...พระสายปฏิบัติจริงๆเขาสอนมาแบบนี้ทั้งนั้น

แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะสอนให้คนทั่วไปเข้าใจแก่นมากกว่าเปลือก ท้ายสุดก็ต้องวกมาที่เรื่องการศึกษา และการใฝ่รู้ บ้านเรายังไม่ค่อยเน้นตรงนี้สักเท่าไหร่ ประชาชนเลยขาดความคิด, ความรู้ และความเข้าใจ ในหลายๆเรื่อง

มา edit เพิ่ม ไปเจอ link มา
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9500000122763
ลองอ่านช่วงท้ายๆบทความ ...เกิดพวกที่ประท้วงเรื่องภาพวาดมาอ่านมันคงจี๊ดน่าดู

CG.Plus

อ้างคำพูดจาก: 8e88 เมื่อ 17 ต.ค. 2007, 19:23 น.
ดักดานยึดมั่นไปกับสิ่งที่ไม่มีตัวตน หวังลมๆแล้งๆ และก็จะไม่หัดพึ่งตนเอง

พูดตรงๆอย่างงี้ระวังโดน Cap คำไปไว้บน web Pantip นะฮ้า   โทษฐานดูถูกชาวบ้าน :42: 

พี่ฉึ่งเปิดประเด็นได้ตรงเวลาพอดี เพิ่งดู รายการ จุดเปลี่ยน จบฟังหลวงพ่อปัญญาท่านเทศน์เเล้วน้ำตาคลอครับ 
ขนาดเรื่องหวยที่ท่านพยายามสอนมาตลาดนี่ ตอนนี้เลข 96-97 เลขอายุท่านกลายเป็นขายดีครับ  เศร้าใจๆ  :16:

ปล. ใครรู้ link หรือมีเทปรายการจุดเปลี่ยน ของวันที่ 17 ต.ค สงเคราะห์ให้ผมด้วยนะครับๆ   :25:

แมวเงียบ

อ่านกระจู๋นี้แล้วสาระเยอะมาก ตามเก็บไม่หวาดไม่ไหว

มีคนพูดอย่างที่กิพอยากพูดไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

แต่ตามธรรมเนียมสังคมอินเตอร์เน็ตไทย มันน่าจะมีฝ่ายตรงข้ามมาพูดบ้างเนอะ
คงจะเพลิดเพลินดีเหมือนกัน :22:

iannnnn

อ้างคำพูดจาก: CG.Plus เมื่อ 17 ต.ค. 2007, 23:56 น.
ขนาดเรื่องหวยที่ท่านพยายามสอนมาตลาดนี่ ตอนนี้เลข 96-97 เลขอายุท่านกลายเป็นขายดีครับ  เศร้าใจๆ  :16:

คุยกับแม่เหมือนกัน แม่บอกว่า 96 - 97 ไม่มีขายหรอก เจ้ามือคงไม่กล้ารับ
ตูเลยบอกแม่ว่า ยังไงก็ไม่ออกหรอก เพราะท่านปัญญาท่านไม่สนับสนุนให้คนเล่นหวย งมงาย
ว่าแล้วก็ออก 88 .. เจ้ามือก็แดกเรียบ :30:

psyfer

แต่ 88 นี่แถวบ้านถูกกันรึ่ม เป็นเลขที่เอามาจากธงประทัด
ที่จุดตอนรับพระกินเจ  :12:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines