Helvetica Film in Bangkok 50

เริ่มโพสต์โดย verywhale, 26 ก.ย. 2007, 13:39 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

Ou!







มันต้องแย่งซื้อเลยเหรอครับ :18:


งบน้อย

โต

ก็ไม่น่าจะทำออกมาเยอะนี่นา
คนสนใจก็คงเยอะด้วยแหละ
เดี๋ยวว่างๆ จะไปลองเดินดูเผื่อได้มาสักชิ้น

iannnnn

"ได้มา" นี่ ไม่ได้ซื้อใช่ไหมครับ
อาศัยจังหวะชุลมุน..

โต

ไว้จะลองดูนะครับ  :35:

verywhale

เอาความรู้มาฝาก จาก Typothai ที่คุณ Vman และอีกหลายคนโพสต์ไว้
http://www.freemac.net/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=19473&postdays=0&postorder=asc&start=0

เตรียมความพร้อมก่อนชม Helvetica Film เย็นนี้

อ้างอิง
ชื่อ Helvetica มาจากภาษาละตินว่าอะไร เป็นชื่อของประเทศอะไร?
มาจากคำว่า Helvetia ซึ่งเป็นชื่อของประเทศ Switzerland

Helvetica ถูกพัฒนาปรับปรุงมาจากแบบตัวอักษรชื่ออะไร?
ต้นแบบของ Helvetica คือ Aksidenz Grotesk และต่อมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเป็น Neue Haas Grotesk
สร้างสรรค์จาก Type foundry ที่ชื่อ Haas'sche Schriftgiesserei (Hass Type Foundry)
แล้วจึงเปลี่ยนชื่อในภายหลังเป็น Helvetica เพื่อให้สามารถทำการตลาดขายได้ในต่างประเทศ
(เพราะชื่อเดิมอ่านและจดจำได้ยาก... มาก)

ให้บอกจุดแตกต่างระหว่าง Helvetica กับ Arial มา 3 ข้อ พร้อมแสดงภาพประกอบ


เมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีหนังสือเชิดชูเกียรติคุณ Helvetica ออกมาเล่มหนึ่ง
หนังสือเล่มนั้นชื่ออะไร จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อะไร ออกมาเมื่อปีใด

Helvetica: Homage to a Typeface
Lars Müller Publishers; 1 edition (January 14, 2005)
จริงๆ หนังสือเล่มนี้ออกมาตั้งแต่ปี 2002 แล้วครับ แต่ Lars Muller ไม่ได้จัดจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่แรก
ในปีหน้าก็จะมีหนังสืออีกเล่มนึงเหมือนกันชื่อ Helvetica Forever: Geschichte einer Schrift
โดย Lars Muller, Victor Malsy จะออกจำหน่ายครั้งแรก มกราคม 2008 เป็นภาษาเยอรมันครับ

ตัวอักษรภาษาอังกฤษบางเฉียบที่ใช้กันเกลื่อนในแคมเปญของ Orange ที่เคยโด่งดังในบ้านเรา เป็น Helvetica ตัวไหน
ข้อความ heading นั้น ใช้ Helvetica Neue 35 Thin

มีเรียบเรียงใหม่บ้างนะ ถ้าผิดพลาดคงต้องให้คุณ Vman มาแก้ไข
อันนี้เหมือนที่คุณ Vman  มาโพสต์ถามที่นี่ เห็นว่าคุณ verdiinpink ตอบได้ดีเลยแปะไว้ด้วย
อ้างอิง
ช่วยบรรยายความรู้สึกของคุณที่มีต่อ Helvetica มาให้ฟังสักสามสี่บรรทัด
Helvetica สำหรับผม มันเหมือน "มีดพกสวิส" ที่อเนกประสงค์ซะเหลือเกิน แถมยังไม่แย่งความโดดเด่นไปจากความตั้งใจหรือสารที่ต้องการจะสื่อ แม้ว่าจะมีหลากหลายขนาด ตั้งแต่สเลนเดอร์, สลิม ไปจนถึงอวบ, อ้วน หรือตัวเล็ก (lowercase) ตัวใหญ่ (uppercase) หรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ (accent สำหรับภาษาแถบยุโรป, cyrillic alphabets - เพราะเคยต้องใช้ส่งการบ้านภาษารัสเซีย) ไม่ว่ายังไง ผมก็มั่นใจได้ว่าผมจะต้องมีตัวเลือกที่ดีที่สุดตัวใดตัวหนึ่งที่อยู่ในตระกูล Helvetica แน่ๆ

อ่านที่พี่แอนโพสต์ถึง Minimart แล้วน่าสนใจสุดๆ อย่างนี้เสียตังค์อีกละ
แต่ถ้าขายดีขนาดนั้น จะไปแย่งซื้อทันมั้ยเนี่ย

verywhale

#35
อ้างอิง
ขอเอารีวิวหนังสือ Helvetica ซึ่งผมเขียนลง art4d เมื่อนานมาแล้ว มาให้อ่านกันนะครับ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
HELVETICA : HOMAGE TO A TYPEFACE
Lars Müller, November 2002

หลายปีก่อน สมัยที่นักศึกษาทุกคนยังไม่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง ตอนนั้นนั่งปั่นงานอยู่ในห้องคอมฯคณะที่ต้องแย่งกันใช้เครื่อง มีรุ่นน้องปีหนึ่งขอให้ช่วยแนะนำฟอนท์ไม่มีฐาน สวยๆ ให้สักตัว เราตอบไปโดยไม่คิด ว่า "Helvetica", รุ่นน้องทำหน้าแหย ตอบกลับมาว่า "น่าเบื่อ"

อีกหลายปีต่อมา แอบได้ยินเจ้านายสั่งสอนน้องนักศึกษาฝึกงานว่า "ถ้าไม่รู้จัก Helvetica ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าเป็น graphic designer แล้ว!"

ประมาณสองปีที่แล้ว ได้ยินใครต่อใครถามกันซ้ำซากว่า ฟอนท์ของผู้ให้บริการมือถือค่ายใหม่ในขณะนั้น "เป็น Helvetica อะไร?"

ก่อนจะกล่าวถึงหนังสือเล่มเล็กๆ ปกสีแดงสด ขนาดเหมาะมือเล่มนี้ อยากให้ทุกคนร่วมระลึกถึงความหลังที่เคยมีกับ Helvetica, ฟอนท์ที่เชื่อกันว่าถูกใช้งานมากที่สุด และเป็นเหมือนเพื่อนสนิท คู่รัก คู่แค้น ของ graphic designer ทั่วโลก ไม่ว่าความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างคุณ กับ Helvetica จะหวานชื่น ขมขื่นเช่นไร เชื่อว่าหลายคนอาจนึกได้ถึงบางเรื่องที่ลืมไปนานแล้วและกลับมาอมยิ้มได้อีกครั้งหนึ่ง

แม้จะถูกจั่วหัวว่า HOMAGE TO A TYPEFACE แต่หนังสือเล่มนี้กลับไม่ได้เต็มไปด้วยถ้อยคำสรรเสริญ หรือเชิดชูแบบตัวพิมพ์ตัวนี้ เกือบทุกหน้ากระดาษถูกอัดแน่นไปด้วยหลักฐานการมีตัวตนอยู่ของ Helvetica นั่นคือผลงานออกแบบ graphic ที่ใช้ Helvetica เป็นองค์ประกอบหลัก มีความหลากหลายแทบจะทุกสื่อเท่าที่จะนึกออก ตั้งแต่ poster, signage, editorial, logotype, corporate identity และ typeface design ลูกหลานรุ่นใหม่ๆ ของ Helvetica ที่บางตัวกลายพันธุ์ไปมากจนไม่เหลือเค้าเดิม แม้จะถูกจัดหมวดหมู่ตามประเภทของสื่อ แต่หากสังเกตดีๆ จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วในหน้ากระดาษเดียวกัน จะเป็นงานจากต่างยุคสมัย แต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างไม่รู้สึกแตกต่าง จะบอกว่างานเก่าๆ เหล่านั้นล้ำยุคเหลือหลายก็ไม่ใช่ จะว่างานใหม่ๆ ดูเชยเหลือเกินก็ไม่ใช่อีก ตัวแปรสำคัญคือการใช้ Helvetica ในงานนั่นเอง ทั้งหมดนี้ยืนยันได้ว่า Helvetica รับใช้สังคมมาร่วมครึ่งศตวรรษ และเป็นตัวแทนของธุรกิจมาแล้วทุกรูปแบบ นอกจากเครดิตของผลงานทุกชิ้นที่ถูกรวบรวมมาแล้ว ยังมีความคิดเห็นจากนักออกแบบหลายต่อหลายท่านที่มีต่อ Helvetica พิมพ์ตัวเล็กๆ แทรกอยู่แทบทุกหน้า ที่น่าสนใจคือ คำคมเหล่านั้น ไม่ได้มีแต่ความคิดเห็นในทางบวกเสียด้วย!

ยิ่งดูยิ่งทำให้เกิดความสงสัยถึงคุณค่าของ Helvetica มากขึ้นเรื่อยๆ - ทำไมผู้ออกแบบจึงเลือกใช้ หรือเลือกที่จะไม่ใช้ Helvetica ในงานชิ้นหนึ่ง? Helvetica เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับงาน Corporate Identity จริงหรือ? อะไรทำให้ Helvetica อายุยืน? เคยมีคำเปรียบเทียบว่า Helvetica เหมือนเพื่อนเก่าที่ไม่เคยแก่ แต่เราก็เบื่อเจ้าเพื่อนเก่าคนนี้อย่างเหลือทนมาหลายหนแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้น อะไรทำให้เรากลับมาใช้มันอีกเรื่อยๆ? Helvetica สวยเลิศจนนำไปใช้กับงานประเภทใดก็ได้จริงหรือ? หรือ เป็นเพราะว่า Helvetica ไม่มีบุคลิกเฉพาะตัว (character) ที่เด่นชัดพอกันแน่? การที่ Helvetica เป็นที่นิยมมากกว่าแบบตัวพิมพ์อื่นๆ เป็นเพราะความดีในตัวของมันเอง หรือเพียงเพราะมันมีอายุมากกันแน่? ตอนนี้มีแบบตัวพิมพ์ที่น่าใช้กว่า Helvetica อยู่แล้ว แต่ไม่มีใครรู้หรือเปล่า? ถ้ามีแบบตัวพิมพ์อื่นที่สวยกว่า ลงตัวกว่า อ่านง่ายกว่า เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ มันจะสามารถแทนที่ Helvetica ได้หรือไม่? ทำไมมีแบบตัวพิมพ์ไทยหลายแบบเหลือเกินที่ประดิษฐ์ขึ้นมาให้เข้าชุดกับ Helvetica (หรือแม้แต่ถูกดัดแปลงมาจาก Helvetica)? มีกี่ครั้งแล้วที่เราตัดสินใจใช้ Helvetica ด้วยความเคยชินและมักง่าย มากกว่าความเหมาะสม? ลูกหลานของ Helvetica มีแบบไหนบ้างที่เห็นกันบ่อยๆ? ฯลฯ

ที่ไม่ต้องสงสัย คือ Helvetica กลายเป็นงานออกแบบคลาสสิกของศตวรรษที่ 20 ไปแล้ว และไม่มีแบบตัวพิมพ์ใดที่สมควรได้รับการคารวะเป็นหนังสือมากเท่า Helvetica!

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับ graphic designer ทุกคนที่มีความหลังกับ Helvetica โดยเฉพาะผู้ที่สนใจเรื่อง typo เป็นพิเศษ เอาไว้เป็นแรงบันดาลใจว่าแบบตัวพิมพ์เดียว ทำงานได้สารพัดแบบก็ได้ หรือจะดูเตือนใจตัวเองไม่ให้มักง่ายใช้ Helvetica บ่อยเกินไปก็ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังให้เกร็ดความรู้ระดับแฟนพันธุ์แท้ เช่น "ผู้ออกแบบ Helvetica คือใคร?" "Helvetica ต่างจาก Arial ตรงไหน?" เป็นต้น อยากปรบมือให้ Lars Müller ดังๆ ที่คิดหาหัวข้อมาทำหนังสือได้ใกล้ตัวมาก แต่ได้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจ

ยังไม่จบแค่นั้น! เพียงคุณกรีดหน้ากระดาษที่ติดกันอยู่เหมือนกับตัดมาไม่ขาดตลอดเล่ม คุณจะได้พบกับอีกครึ่งหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเป็นการรวมผลงานสมัครเล่นที่ใช้ Helvetica จากท้องถนนทั่วโลก ทั้งป้ายร้านค้า สัญลักษณ์จราจร ตัวอักษรบนพื้นถนน และอีกหลายที่ที่คาดไม่ถึง โดยมีที่มากำกับไว้ทุกชิ้นงาน แล้วจะรู้ว่า Helvetica อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่ใครๆ คิด รวมทั้งคำถามสะท้อนใจที่ว่า "งานสมัครเล่นเหล่านี้ มีอิทธิพลต่อสังคมมากกว่างานของนักออกแบบมืออาชีพหรือเปล่า?"

iannnnn

:45:+ ขอบคุณครับ

เป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้จริงๆ ครับ
สารภาพว่าตูเองก็ไม่รู้จักแบบอักษรนี้ มากมายไปกว่าผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้โตมากับตำราการออกแบบกราฟิกเลย
พอเจอประโยค "ถ้าไม่รู้จัก Helvetica ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าเป็น graphic designer แล้ว!" ก็รู้สึกสะดุดกึก ..
เออเนาะ ขนาดเป็นเว็บมาสเตอร์ของเว็บนี้ก็ยังไม่รู้จักคุณค่าของมันสักเท่าไหร่เลย :30:

เอาเข้าจริงๆ ก็ยังไม่เคยใช้ฟอนต์ชุดนี้ในงานออกแบบเลยเหมือนกันครับ (มันไม่ฟรี)
มีแต่ Arial ที่ใกล้เคียงกัน (จริงๆ ก็ไม่ฟรีนะ) หรือฟอนต์อื่นๆ ที่บอกว่าเป็นลูกหลานของมันแทน
และส่วนมากก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับงานสิ่งพิมพ์เท่าไหร่ การยุ่งกับเว็บก็ใช้แค่ Verdana / Tahoma จบแล่ว~

แต่ก็เข้าใจครับว่า Helvetica นี่มันมีเกียรติภูมิอันยาวนานจริงๆ
แทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าก่อนหน้าที่มันจะเกิดขึ้นมานี่ โลกเราจะเป็นยังไง
ก็คงเหมือนวงการการ์ตูน โลกก่อนยุคดราก้อนบอลนี่ มันปล่อยพลังกันยังไงหว่า

iannnnn

เบิ้ล

วันนี้ได้อ่านมติชนสุดสัปดาห์ คอลัมน์ ดีไซน์ คัลเจอร์ ของคุณประชา สุวีรานนท์
(เอาเข้าจริงด้วยความเป็นคนนอกวงการออกแบบกราฟิก
ผมก็เพิ่งรู้ว่าคุณประชาเป็นเทพคนนึงในวงการเหมือนกัน
ถึงว่าสิ เลยเขียนคอลัมน์ได้น่าอ่านมากๆ ชอบครับ ชอบๆ)

บทความฉบับนี้กล่าวถึง 50 ปีของเฮลเวติก้าเป็นตอนแรก
ก็เลยได้รู้ว่า
- เฮลเวติก้ามีอยู่ทุกที่
- มีผู้กล่าวว่า เฮลเวติก้ามันสมบูรณ์แบบจนไม่สามารถพัฒนาให้สมบูรณ์กว่านี้ได้อีกแล้ว
- มีผู้กล่าวอีกเช่นกันว่า ความสมบูรณ์แบบของมันเหมือนกับ "ถูกค้นพบ" มากกว่าถูกคิดขึ้นมา
- ไมโครซอฟต์เป็นคนสร้าง Arial ขึ้นมา แล้วก็โดนค่อนขอดจากดีไซเนอร์ยุคนั้นว่าเป็นของปลอม
  เพราะทำเลียนแบบเฮลเวติก้าทุกกระเบียดนิ้วเลย (แน่นอนว่ามีจุดต่างตามที่ทิพย์ได้แปะมา)
- เฮลเวติก้า เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมโลกที่เป็นคำว่า "สากล"
- จนกระทั่งถึงขนาดที่มีคนออกมาต่อต้านและบอกว่า มันเป็นชนวนของสงครามเวียดนาม!!

Ou!







เข้าใจแล้วว่าทำไม Helvetica ถึงได้ดูยิ่งใหญ่จัง :25:


งบน้อย

iannnnn

http://www.flickr.com/photos/geek1/sets/72157602500030601/
Your Helvetica - a photoset on Flickr


ป้าหน่อยส่งลิงก์มาให้ดู :25:

SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines