เลือกนายกฯคนไหนดี ปี2554

เริ่มโพสต์โดย Dayight, 24 พ.ค. 2007, 17:53 น.

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังเปิดอ่านโพสต์นี้

✖ S U R A L I S M ✖

อันที่จริงแล้วผมแอบสนุกอยู่ลึก ๆ นะ
มันข้ามเขตความผิดหวัง จนนึกสนุกขึ้นมาอัตโนมัติ
นับต่อจากนี้ ก็รอดูการแก้แค้นของ ซีธลอร์ด
โดยมีสหพันธรัฐกาแลคติค ที่ 1 เป็นสนาม
ดื่มเหล้า เข้าผับ จับผู้ชาย ถ่ายคลิป  zip แล้วส่งต่อ

เก้อ

เออ จริงแฮะ
นี่มันจักรวรรดิอัดกลับนี่หว่า :30:
I ROCK , THEREFORE I AM

เต่ามาก

Empire strike back นี่ episode 5
ที่มีตัวหุ่นสี่ขาตัวใหญ่ๆ เดินบนหิมะได้  :30:

คนตาบอดข้างเดียว

ก็ลงคลองมาปีนึงน่ะสิ :52:
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

นักศิลปะ

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

คนตาบอดข้างเดียว

สมัครไม่ได้เป็นนายกหรอก "บารมี" ไม่ถึง 555
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

✖ S U R A L I S M ✖

หลังจากหมดอาลัยตายอยาก กับคะแนนเสียงเชิงสถิติแล้ว
ก็เลยไปไล่อ่านบทวิเคราะห์ ตามคอลัมต่าง ๆ ในเว็บ
อ่านไปอ่านมา ก็เริ่มสนุกแฮะ  อยากรู้จริง ๆ ว่าจะจบกันยังไง
เกมส์นี้ ต้องลงดาบเดียวขาดสะพายแล่ง ไปเลย
รู้สึกตัวแปรการจัดตั้งรัฐบาลจะไม่ได้อยู่ที่พรรคใหญ่  2พรรค ซะแล้ว
แต่อยู่ที่พรรคกลาง ๆ 2-3 พรรค ซะมากกว่า
วุ้วว สนุกครับ งานนี้
ดื่มเหล้า เข้าผับ จับผู้ชาย ถ่ายคลิป  zip แล้วส่งต่อ

โบว์

เมื่อวานคุยกับแอนว่า หรือต้องรอให้พวกเรา ซึ่งเรียกกันว่าคนรุ่นใหม่
แก่กว่านี้ อีกสัก 10 ปี หรือ 20 ปี จะได้มีปริมาณคนเยอะๆ อภิสิทธิ์ถึงจะได้เป็นนายก
แต่แอนบอกว่า เด็กแว้นทั้งหลายมันก็โตทันนะ เออว่ะ :25:

นักศิลปะ

อ้างคำพูดจาก: โบว์ว์ว์ว์ว์ เมื่อ 24 ธ.ค. 2007, 12:31 น.
เมื่อวานคุยกับแอนว่า หรือต้องรอให้พวกเรา ซึ่งเรียกกันว่าคนรุ่นใหม่
แก่กว่านี้ อีกสัก 10 ปี หรือ 20 ปี จะได้มีปริมาณคนเยอะๆ อภิสิทธิ์ถึงจะได้เป็นนายก
แต่แอนบอกว่า เด็กแว้นทั้งหลายมันก็โตทันนะ เออว่ะ :25:

ผมคุยกับแฟนเหมือนกันระหว่างขับรถกลับจากเลือกตั้ง
ว่า พลังประชาแม้วมาแน่ๆ
คงต้องรอไปถึงรุ่นลูกของวาดเขียน
ระบบการเมืองของเราคงนิ่งกว่านี้
ตอนนี้ประชาธิปไตย ที่ว่า สักสองช่วงอายุคนหน่อยๆ เอง

ดูคะแนนระบบสัดส่วน สูสีมาก
แต่คะแนนเขต ห่างลิบ
โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์

ป้าแป้งกึ่งสำเร็จรูป

ประเทศไทยมันจะอยู่ยาวนานอย่างนั้นเหรอ  :01:
เห็นผลเลือกตั้งออกมา(ถึงยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลก็เถอะ) แต่ก็รู้สึกเสียวๆว่าเราเฉียดคำว่าล่มสลายเข้าไปทุกที  :05:
เราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราทำปัจจุบันให้ดีได้

คนตาบอดข้างเดียว

อ้างอิง
ทบทวน
posted on 24 Dec 2007 11:25 by wonam

เมื่อตอนเกิดรัฐประหาร หลายคนคงดีใจที่เรื่องราวจะได้จบลงสักที แต่ผลการเลือกตั้งเมื่อวานเป็นเครื่องยืนยันความจริงอีกอย่างได้เป็นอย่างดี คือ การเมืองไทย ก้าวไปไกลกว่าที่กระบอกปืนจะใช้มาขู่กันได้แล้ว

หลายคนบอกว่า เราได้ก้าวผ่านจุดนั้นมาตั้งแต่เหตุการณ์ตุลา 16, ตุลา 19 หรือ พฤษภา 35 อย่างไรก็ตาม ความตื่นตัวดังกล่าวอาจจะเป็นเฉพาะในเขตกรุงเทพ ที่คนเมืองตระหนักถึงอำนาจในการต่อรองกับกระบอกปืน แม้ว่าในเหตุการณ์ดังกล่าวจะจบลงด้วยการนองเลือด (ผมเชื่อว่าในปัจจุบัน อำนาจของปืนลดลงไปมาก เมื่อมีการนองเลือดเกิดขึ้น อำนาจกลับตกอยู่ที่ปากกาของนักข่าว)

นอกจากนี้คงต้องยอมรับกันได้แล้วว่า คำอ้างที่ว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทำลายประชาธิปไตย เป็นข้ออ้างที่ไร้ความหมายลงทุกที นอกจากนี้ถ้าเรามองลงไปในคำอ้างดังกล่าว เราจะพบว่ามีความเชื่อที่ว่า "คนที่ถูกซื้อโง่" อยู่ในนั้นด้วย (มีตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น ในกรณีของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เรา ๆ ก็พูดกันว่าพรรคชาติไทยไม่ต้องซื้อเสียงก็ได้คะแนนถล่มทลาย) ทุกคนจะกากบาทเลือกใครต่างก็ใช้ความคิดทั้งนั้น หนึ่งเสียงเพื่อเลือกพรรคหรือเลือกคนที่เราเชื่อว่าน่าจะให้ประโยชน์กับสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากกรอบของคำว่าผลประโยชน์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนเราจึงเลือกทางเลือกต่างกัน ถ้ามองในรูปแบบนี้ ทุกคนก็เลือกตั้งเพื่อซื้อสิทธิขายเสียงเช่นเดียวกัน

ผ่านไปปีกว่า ทุกอย่างกลับมาคล้าย ๆ ที่เก่า แม้จะไม่เหมือนตรงที่กฎเกณฑ์กติกาเปลี่ยนไป ความพยายามมากมายของกลุ่มที่หนุนหลังรัฐประหารไม่ประสบผลสำเร็จเท่าใดนัก

ก่อนที่เราจะมาคิดวิเคราะห์หรือสนใจกันถึงการกลับมาของทักษิณ (สำหรับทั้งกลุ่มนิยมทักษิณและกลุ่มไม่นิยมทักษิณ) ผมอยากเห็นการทบทวน และมองกลับไปถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาในรอบปีกว่า ๆ ว่าทุก ๆ การตัดสินใจของเรา มีผลออกมาอย่างไรบ้าง เหมือนและต่างจากที่เราคาดคิดไว้แค่ไหน และสาเหตุของความผิดพลาดและผิดเพี้ยนเกิดขึ้นได้อย่างไร

คำตอบของการทบทวนนี้คงไม่ควรออกมาในรูปง่าย ๆ เช่น เพราะว่าทักษิณฉลาด เพราะว่าเงินเยอะ เพราะว่าคนอื่นไม่เคารพกติกา เหมือนที่หลาย ๆ คนพยายามจะตัดบท และโยนความรับผิดชอบให้ฝ่ายตรงข้าม

ผมอยากเห็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์กลับไปถึงกลุ่มรัฐประหารว่าจะรับผิดชอบอย่างไร ผมอยากเห็นคำถามเหล่านี้จากคนที่สนับสนุนการรัฐประหารและเชื่อว่านั่นคือทางออกที่ดีที่สุดแล้วเมื่อปีกว่าที่ผ่านมา

ผมไม่คิดว่าการปล่อยให้เรื่องผ่านไป จะทำให้เราได้เรียนรู้และเข้าใจอะไรมากขึ้น แต่การทบทวนว่าเหตุผลใด หรือความเชื่อใดที่ทำให้หลายคนตัดสินใจว่า "การรัฐประหารเป็นทางเลือกที่ดี" และความเชื่อนั้นผิดพลาดที่ตรงไหน น่าจะเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์มากกว่า

นอกจากนี้เรา ๆ ท่าน ๆ เอง อาจจะลองทบทวนกันก็ได้ว่า อะไรที่หลายคนทำไป พรรคต่าง ๆ เลือกทำ อะไรบ้างที่เป็นชนวนก่อให้เกิดการเดินหมุนวนอยู่อย่างนี้ ผมเชื่อว่าที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้ เพราะทางเลือกของทุกฝ่าย และการให้น้ำหนักต่อความเป็นไปได้ของการรัฐประหารต่ำไป (หรือหลายคนอาจเชื่อว่าการรัฐประหารจะเป็นทางออก)

ผมเชื่อว่าทั้งหมดนี่เป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกคนควรจะต้องพยายามทำความเข้าใจ ผมเองก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจอะไรเท่าใดนัก และกำลังพยายามทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ อยู่เช่นกัน แม้ว่าผมจะเชื่อว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำมากมายที่เราไม่รู้ และอาจไม่มีวันได้รู้ แต่อย่างน้อยเราน่าจะมีโอกาสได้รู้และเข้าใจกับจุดยืนและการให้เหตุผลของตัวเอง

เอามาจากบล็อกของอาจารย์มะนาว
ในหมู่คนตาบอด คนตาบอดข้างเดียวได้เป็นราชา

8e88

ถ้าเปรียบตัวเราสภาพเมืองไทยตอนนี้คล้ายๆกับคนป่วยหนัก ต้องหาหมอมาช่วยรักษาอย่างเร่งด่วน

ความคิดของคนทุกคนมันก็ต่างกัน ....บางคนไปหาหมอที่โรงพยาบาล, คลีนิค
....แต่บางคนคิดว่าไม่สบายแล้วไปพึ่งหมอผี ยาหม้อ ต่างๆนาๆ ด้วยความที่ไม่รู้ หารู้ไม่ว่ามันเป็นอันตรายกับตัวถึงชีวิต เพราะเชื่อว่ามันจะหายขาดได้ บางทีหลงงมงายถึงกับขนาดว่าชักชวนคนอื่นไปรักษาด้วย ...ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นอย่างหลัง

....ไม่อยากจะโทษเสียงส่วนใหญ่ว่าขาดความรู้-การไตร่ตรอง ด้อยการศึกษา แต่มันน่าคิดว่าประเทศเราเหมาะกับประชาธิปไตยหรือยัง ในเมื่อคนส่วนมากในประเทศที่ไม่มีปัญญาเสียภาษีหรือหลบเลี่ยงภาษี เป็นเสียงส่วนมากในประเทศ แถมอยากได้โน่นได้นี่ ไปๆมาๆต้องเอาภาษีของคนชั้นกลางไปโปะให้ ปลดหนี้ และอื่นๆ ..... ตราบใดที่คนกลุ่มนี้ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษาก็จะเป็นแบบนี้ไปตลอด ประชาธิปไตยก็จะเป็นในสไตล์เดิมๆที่มีนักการเมืองเลวๆเข้าไปในสภาเพราะกำลังเงินและกำลังอิทธิพล

.....ปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาที่ทุกรัฐบาลไม่ได้ใส่ใจแบบเต็มที่ ยิ่งรัฐบาลทักษินพยายามเอาสถาบันการศึกษาออกนอกระบบราชการ ค่าเทอมมหาลัยรัฐทุกวันนี้เริ่มขึ้นหลักหมื่นต้นๆ (ตอนตรูเรียนเมื่อก่อน ค่าเทอมแค่ 2-3 พัน) ....... พวกนักการเมืองคงมองว่าไอ้พวกประชาชนไม่ต้องฉลาดมากน่ะดีแล้ว จะได้โง่ให้หลอกแดกไปได้เรื่อยๆ

ย้ายประเทศหนีดีมั๊ยว่ะเนี่ย

✖ S U R A L I S M ✖

บ้านเรายังไม่เหมาะกับประชาธิปไตย มั้งครับ
ดูประเทศเพื่อนบ้านเรารอบ ๆ ภูมิภาคสิ  :42:
ดื่มเหล้า เข้าผับ จับผู้ชาย ถ่ายคลิป  zip แล้วส่งต่อ

นักศิลปะ

http://www.suthichaiyoon.com/WS01_A001_news.php?newsid=1081

หากชาติไทยกับเพื่อแผ่นดินไม่ร่วมพลังประชาชน, และรวมไทยใจ, ประชาราชเข้าร่วม จะเกิดสถานการณ์ตรึงกำลังเท่ากันทั้งสองฝ่าย

ภาพ ล่าสุดของการพยายามตั้งรัฐบาลผสมเกิดภาวะไม่มีใครมีอำนาจต่อรองเด็ดขาด... หากบรรหาร ศิลปอาชายืนตามคำประกาศเมื่อคืน, จะเกิดภาพการแบ่งค่ายอย่างนี้

พลังประชาชน (224) +รวมใจไทยชาติพัฒนา (11)+ประชาราช (5) เท่ากับ 240 หรือครึ่งหนึ่งพอดี

อีกค่ายหนึ่งจะเป็นอย่างนี้

ประชาธิปัตย์ (166) + ชาติไทย (42) + เพื่อแผ่นดิน (25) + มัชณิมาประชาธิปไตย (7) เท่ากับ 240 หรือครึ่งหนึ่งพอดีเช่นกัน

นี่ย่อมหมายความว่าการตั้งรัฐบาลใหม่จะต้องเผชิญกับการต่อรองและการประชันขันแข่งกันในทุก ๆ ด้าน...

ท้ายสุด, กกต. จะเป็นผู้กำหนดว่าค่ายไหนได้ตั้งรัฐบาล..เพราะอยู่ที่ว่า กกต. จะตัดสินให้ "ใบแดง" และ "ใบเหลือง" กับผู้สมัครคนไหนของพรรคไหนบ้าง

.........

โรงเรียนสอนศิลปะทอศิลป์


SMF 2.1.7 © 2026, Simple Machines